‘นิพนธ์’ แจงยิบ ถูกพาดพิงกินกำไรที่ดินจะนะ ชี้ข้อมูลก้าวไกลไม่จริง ไม่มีเอื้อพวกพ้อง

18.02.21 | 18:42 น.

‘นิพนธ์’ แจงยิบ ถูกพาดพิงกินกำไรที่ดินจะนะ ชี้ข้อมูลก้าวไกลไม่จริง ไม่มีเอื้อพวกพ้อง

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเป็นวันที่ 3 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลุกขึ้นชี้แจงกรณีที่ดินจะนะ ว่า เรื่องที่ดินที่จะนะเป็นเรื่องที่ นายประเสริฐพงศ์ ไปเอาข้อมูลมาจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ที่เขาตัดแปะมาให้ท่านก็ดีใจ ซึ่งคดีข้อพิพาทที่ดิน 3 แปลงนั้น ไม่ใช่เพิ่งมีคดี แต่ได้นำเรื่องไปร้องที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมาแล้ว และบัดนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้แจ้งเรื่องดังกล่าวมาที่อธิบดีกรมที่ดิน เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563

อ่าน – ก้าวไกล แฉนิพนธ์ เปลี่ยนสีผังเมือง เอื้อสร้างนิคมจะนะ กินกำไรค้าที่ดิน ป้อนนายทุน

โดยวินิจฉัยว่า ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว กรณีร้องเรียนศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินการรังวัดเพื่ออกโฉนดที่ดินจำนวน 3 แปลง ทับซ้อนกับที่ดินบริเวณที่ถูกร้องเรียนครอบครองทำประโยชน์นั้น ข้อเท็จจริงพบว่า บริษัท ทีพีไอ โพลีนเพาวเวอร์ จำกัด มหาชน เป็นผู้มีชื่อถือสิทธิครอบครองตามหลักฐานหนังสือทำประโยชน์ นส.3 ก ในพื้นที่ จ.สงขลา และจากการที่ศูนย์ฯ จ.นครศรีธรรมราช จัดรูปแปลงโฉนดที่ดิน ผลของการรังวัดปรากฏว่า หนังสือรับรองสิทธิการทำประโยชน์ นส.3ก ทั้ง 3 แปลงตั้งอยู่บริเวณที่ดินของผู้ร้องครอบครอง จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน และปัจจุบันโครงการเดินสำรวจได้สิ้นสุดโครงการไปแล้ว และได้มอบงานต่อให้สำนักงานที่ดิน จ. สงขลา สาขาจะนะ ดำเนินการต่อ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน และเอกสาร และยังไม่มีการออกโฉนดที่ดินตามโครงการเดินสำรวจตามที่มีการคัดค้านแต่อย่างใด จึงเห็นว่าศูนย์ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ดังนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเห็นควรยุติเรื่องร้องเรียนดังกล่าว

นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า ดังนั้นเรื่องที่นำมากล่าวหาตนใช้อำนาจหน้าที่และมีการกล่าวหาว่าเอาที่ดินของประชาชนไปใช้ประโยชน์ถือเป็นการกล่าวหาเท็จทั้งสิ้น เพราะเป็นการพิพาทกันระหว่างสิทธิครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว และเจ้าหน้าที่ที่ดิน ก็ต้องให้คนที่มี นส.3 ก มากกว่าคนที่ไม่มีเอกสารอะไรเลยว่าที่ดินแปลงนั้นเป็นของเขา คนที่ไม่เห็นด้วยก็เอาเรื่องไปฟ้องศาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางแพ่ง แต่ผู้อภิปรายกับปะติดปะต่อ จับแพะชนแกะ แล้วแปะเอกสารมาว่าตน

Advertisement

ทั้งนี้ ตนได้ขอเอกสารจากสำนักงานที่ดินมาแล้วว่าเรื่องนี้มีการพิพาทกันอยู่ และบริษัทเอกชนก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุก ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับตน และเอกสารที่เป็นข้อพิพาทออกตั้งแต่ปี 2517 มีการโอนกรรมสิทธิ์มาต่อเนื่องเป็นเรื่องปกติของการซื้อขายที่ดิน แล้วจะมาบอกว่า ตนรังแกชาวบ้านได้อย่างไร ซึ่งข้อมูลที่นายประเสริฐพงศ์ นำมาอภิปรายไม่เป็นความจริง ส่วนที่กล่าวหาว่าตนไปสนิทกับเจ้าหน้าที่ที่ดิน แล้วเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ตนยืนยันว่าแปลงที่เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด มีญาติพี่น้องที่จะได้รับจากการสำรวจอะไรหรือไม่ ไม่เกี่ยวอะไรกับตน และไม่จริง ที่จะให้เจ้าหน้าที่ที่ดินจัดสรรที่ดินให้คนสนิท เพราะเขามาเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดิน จ.สงขลา ก่อนที่ตนจะเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และคนเป็นนายก อบจ. จะไปย้ายที่ดินจังหวัดได้อย่างไร

นายประเสริฐพงศ์ พูดเสมือนว่าตนใช้อำนาจหน้าที่ย้ายเจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด เพื่อพวกพ้องตัวเอง และกล่าวหาว่า ตนประกาศเขตสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัด เพื่อพวกพ้องตนเอง ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ดินจังหวัดเป็นคนอำเภอจะนะ แต่มาเป็นก่อนที่ตนจะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และตนก็เป็นคนที่นาทับ จึงรู้เรื่องทั้งหมดว่าใครเป็นยังไง และญาติที่ดินจังหวัดออกเอกสารสิทธิก็ไม่ได้อาศัยคำประกาศของตน แต่อาศัยคำประกาศของกระทรวงมหาดไทย และคำประกาศของกระทรวงก็ไม่ได้มีแค่พื้นที่ที่กล่าวอ้าง ถือว่าท่านโกหกกลางสภา ใช้เอกสารไม่จริงจงใจให้ประชาชนเข้าใจผิด ดังนั้นนายประเสริฐพงศ์ ต้องดูเอกสารให้รอบคอบกว่านี้

“ผมเป็นผู้แทนราษฎรมา 8 สมัย 25 ปี ไม่ใช้เอกสารทำนองนี้มาอภิปรายในสภา และที่บอกว่าออกเอกสารเอาไปขายนายทุนก็ขอให้ไปดูเอกสารทั้ง 7 แปลง ว่าเขาออกโดยชอบ ไม่ได้ออกรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ถ้าผมตรวจเจอว่า ออกรุกล้ำที่สาธารณะ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ทุกคน แต่ถ้าเป็นสิทธิชอบธรรม ที่เขาควรจะได้ เขาต้องได้ ผมยืนยันว่านโยบายการเดินออกสำรวจที่ดิน เป็นนโยบายที่ประชาชนพอใจ เพราะการได้โฉนดเป็นความมั่นคงในทรัพย์สินและชีวิต ขอให้มั่นใจได้ว่า ไม่มีการเอื้อประโยชน์ ในการออกโฉนด และไปขายให้นายทุนไม่จริง” นายนิพนธ์กล่าว