‘พิชัย’ จี้รัฐชี้แจงโปรเจ็กต์ ทบ.ผลิตโซลาร์เซลล์ 3 หมื่นเมก กำลังผลิตล้น ค่าไฟแพง

11.03.21 | 08:20 น.

“พิชัย” จี้รัฐชี้แจงโปรเจ็กต์ ทบ.ผลิตโซลาร์เซลล์ 30,000 เมกะวัตต์ ชี้กำลังผลิตไฟฟ้าล้น ทำค่าไฟฟ้ายิ่งแพง อยู่นอกแผน PDP และผิดกฎหมาย แนะกองทัพคืนที่ดินให้กรมธนารักษ์ ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ และลดภาษีน้ำมัน

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ อดีต รัฐมนตรีว่าการการะทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตอนแรกที่ได้ยินว่ากองทัพบกจะทำโครงงานผลิตไฟฟ้า 30,000 เมกะวัตต์ จากโซลาร์เซลล์มูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท ก็นึกว่าคงพูดเล่นตลกๆ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง รัฐบาลเอง ไม่ออกมาชี้แจง ปล่อยให้กองทัพบกแถลงการณ์และจะทำเรื่องแปลกประหลาดผิดหน้าที่และยังผิดหลักเกณฑ์และผิดข้อกฏหมายแบบนี้ได้

อ่านข่าว
โซลาร์ทบ. 3 หมื่นเมกยังไม่บรรจุในแผนพลังงานชาติ ‘สุพัฒนพงษ์’ให้รอผลศึกษาก่อน
ป.ป.ช.แม่ฮ่องสอนชี้ ‘โซลาร์เซลล์’ 12 แห่งของ กอ.รมน. ใช้การไม่ได้ทุกจุด จ่อสอบค่าอุปกรณ์ พบแพงเกินจริง
‘กุลิศ’ จ่อแบล๊กลิสต์โซลาร์สูบน้ำฉาว สั่งสอบโครงการรวม 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยมีกำลังผลิตล้นมากถึง 46,745 เมกะวัตต์ ในขณะที่ไทยมีการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 28,637 เมกะวัตต์ หรือมีกำลังผลิดสำรองเกินอยู่ 59% และยังจะมีโปรเจ็กต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะมีกำลังผลิดเพิ่มเข้าระบบอีก 6,940 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าไทยมีการผลิตไฟฟ้าเกินล้นแล้ว มีโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) ถึง 8 โรง จาก 12 โรง ที่ไม่ได้เดินเครื่องเลยตลอดทั้งเดือน ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะใช้ไฟฟ้าจากกำลังผลิตที่ค้างอยู่ และยิ่งถ้าเศรษฐกิจไทยโตในระดับต่ำแบบนี้อาจใช้เวลา 7-10 ปีได้ ซึ่งการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ของกองทัพบกจำนวน 30,000 เมกะวัตต์ ยังมากกว่าการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปัจจุบันเสียอีก การที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าล้นจะทำให้ราคาไฟฟ้าแพงขึ้นเพราะประชาชนจะต้องจ่ายค่าความพร้อมในกำลังผลิตส่วนเกินนี้รวมเข้าไปกับค่าไฟฟ้าทำให้ประชาชนต้องจ่ายเพิ่ม

นอกจากนี้ การดำเนินการดังกล่าวน่าจะผิดกฎเกณฑ์และผิดกฎหมายด้วย เพราะ ประเทศไทยมี พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ได้จัดตั้งและมอบอำนาจ ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีอำนาจและหน้าที่ ในการกำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับซื้อไฟฟ้า อีกทั้งยังกำหนดให้การจัดหาไฟฟ้าเน้นการแข่งขันและมีส่วนร่วม เพื่อดูแลผลประโยชน์ของผู้บริโภค อีกทั้งยังมี แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) เป็นแผนแม่บทในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ว่าด้วยการจัดหาพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว ดังนั้น การที่กองทัพบกจะคิดเองทำเองโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของ กกพ. และ ไม่เป็นไปตามแผน PDP น่าจะไม่เป็นเรื่องที่ถูกต้อง และ น่าจะผิดกฎหมายด้วย อีกทั้งพลเอกประยุทธ์ก็ยังไม่ได้ชี้แจง การใช้เงินนกองทุนอนุรักษ์พลังงานให้กับกองทัพบก กองทัพเรือ และ กองทัพอากาศ รวมถึง กอ.รมน. และ ศอ.บต. จำนวนหลายพันล้านบาท เพื่อทำโครงการ และปรากฏชัดเจนว่ามีหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการโซลาร์เซลล์มีปัญหาอย่างมาก โดยพบว่าอุปกรณ์มีราคาแพงมาก และยังใช้การไม่ได้ แถมยังล่องหนในบางที่ ขนาดโครงการเล็กๆ ยังทำกันเละเทะขนาดนี้ แล้วจะทำโครงการใหญ่ให้ดีคงเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น ความมั่นคงทางพลังงานในปัจจุบัน น่าจะไม่ใช่การสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่เป็นการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย การสร้างนวัตกรรม และการสร้างโครงข่าย

Advertisement

อย่างไรก็ดี การที่กองทัพบกแจ้งว่าที่ดินเหลือไม่ได้ใช้ประโยชน์กว่า 3 แสนไร่ ก็ควรจะคืนที่ดินนี้ให้กับกรมธนารักษ์ โดยที่ตนเคยเป็น รมช. คลังดูแลกรมธนารักษ์มาก่อนจึงทราบว่ากองทัพมีที่ดินราชพัสดุจำนวนมาก ดังนี้ จึงอยากขอให้กองทัพบกได้ส่งมอบคืนที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วตามที่บอกว่าจะนำมาทำโซลาร์เซลล์นี้ให้กับกรมธนารักษ์เพื่อรัฐบาลจะได้นำไปพัฒนาเพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนและเศรษฐกิจได้ ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่นี้ ประชาชนน่าจะได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเหล่านี้เพื่อจะใช้ประทังชีวิตและฟี้นฟูเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันราคาน้ำมันก็สูงขึ้นมากทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก พล.อ.ประยุทธ์ควรจะต้องพิจารณาลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลให้ลดลงเพื่อช่วยเหลือประชาขน ตามที่ตนเคยเรียกร้องมาหลายครั้งแล้ว

ในสถานการณ์เช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะต้องระวังอย่าให้ประชาชนคิดว่าประเทศไทยเป็นรัฐทหาร ที่ทหารจะคิดทำอะไรก็ได้ จะทำธุรกิจ หรือ จะทำโปรเจ็กต์ใดๆ ได้ โดยไม่ต้องสนใจกฎเกณฑ์และกฎหมาย ทั้งๆ ที่กองทัพไม่ได้มีความชำนาญและไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพ เพราะสุดท้ายแล้ว ความเสียหายจะเกิดกับประเทศและประชาชนที่ต้องมาแบกรับภาระในความผิดพลาด เพราะทุกวันนี้ความผิดพลาดในการบริหารประเทศตลอดหลายปีโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่พลเอกประยุทธ์ไม่ได้มีความชำนาญก็สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลอยู่แล้ว