เปิดจดหมาย 2 อดีตภิกษุถูกนิมนต์สึก เผย ‘ถูกชิงผ้ากาสาวพัสตร์’ ยัน ยังมีสิทธิตามธรรมวินัย

สืบเนื่องกรณี การควบคุมพระภิกษุสงฆ์จากหมู่บ้านทะลุฟ้า เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาลไปยังวัดเบญจมบพิตรฯ หลังการสลายชุมนุมในช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ โดยมีการนิมนต์สึกเบื้องต้น 2 รูป ซึ่งพระมหาสมชาย ปัญญาภารโน เลขานุการเจ้าคณะแขวงดุสิต ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ‘มติชน’ เจ้าหน้าที่ตำรวจนิมนต์มาที่วัดเบญจมบพิตรตั้งแต่ราว 06.00 น. ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. มีการโทรศัพท์ติดต่อต้นสังกัด โดยได้รับแจ้งว่าไม่รับรองสถานะของภิกษุทั้ง 2 รูป ไม่ต้องพากลับไปที่วัด การดำเนินการให้ขึ้นกับเจ้าหน้าที่ หรือพระวินยาธิการจะจัดการร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในเมื่อต้นสังกัดไม่รับรองแล้ว ถือเป็นภิกษุเร่ร่อน ก็ต้องนิมนต์สึก ไม่ได้มีการจับกระชากสึก แต่สึกด้วยความสมัครใจ เนื่องจากไม่มีต้นสังกัด

(อ่านข่าว เลขานุการเจ้าคณะแขวงดุสิต แจงสึกพระหมู่บ้านทะลุฟ้า เหตุต้นสังกัดไม่รับรอง ถือเป็นภิกษุเร่ร่อน ยันสมัครใจ ‘ไม่ได้จับสึก’)

ต่อมา อดีตภิกษุทั้ง 2 รูปเดินทางถึง ตชด.1 ด้วยเสื้อยืดคอกลมและกางเกงสีขาว

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน เผยแพ่รภาพจดหมายเขียนด้วยลายมือ ลงชื่อ พระประณมกร ปราณีต (พระพุทธิเชฎโฐ ภิกขุ) และพระวิรัช แซ่คู มีเนื้อหาโดยสรุปว่า แม้ถูกแย่งชิงผ้ากาสาวพัตร์ไป แต่ก็จะขอนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ชุดอื่นแทน ยืนยันว่ามีสิทธิตามพระธรรมวินัย และกฎหมาย

ความดังนี้

‘ถึงแม้ว่าจะมีผู้ใดใจโหดร้ายทารุณแย่งชิงผ้ากาสาวพัสตร์ของกระผมไป กระผมก็จะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ชุดอื่นแทน ซึ่งกระผมมีสิทธิตามพระธรรมวินัย และกฎหมาย จึงขอให้ท่านเจ้าคณะ หรือผู้อื่น ซึ่งเห็นเป็นพยานอยู่ ณ ที่นี้ โปรดทราบ และเป็นสักขีพยานให้แก่กระผม ตามคำปฏิญาณนี้ด้วย

บันทึกฉบับนี้ทำขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค.1 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2564
จึงลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน
ลงชื่อ พระประนมกร ปราณีต
ลงชื่อ พระวิรัช แซ่คู’

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon