นายกสมาคมทนายความเข้าช่วยตามคดี อ.นพพร โดน ‘ชัยวัฒน์’ ส.ส.แปดริ้วทำร้ายร่างกาย วันนี้ลงพื้นที่โรงพักตามความคืบหน้าคดี เผยคุย ผกก.ยันให้ความเป็นธรรมติดตามกล้องวงจรปิด หากถูกทำลายต้องดำเนินคดีคนทำลายหลักฐาน ไม่กลัวการเมือง
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความ แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพพร ขุนค้า อาจารย์ประจำวิชาสาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์และดำรงตำแหน่งประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ได้มายื่นมาหนังสือร้องขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือทางคดี ต่อตนเอง จากกรณีที่ถูกนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ทำร้ายร่างกาย โดยได้ยกเท้าขึ้นมาพาดที่หน้าขา ก่อนจะต่อยเข้าที่ใบหน้าและใช้เท้าถีบเข้าบริเวณหน้าอก เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 เวลา 0.05 น.ที่ร้านอาหาร 13 November ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้าฉะเชิงเทรา ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา จนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ และได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งปรากฎเป็นข่าวใหญ่ในหน้าสื่อต่างๆ และเป็นที่สนใจของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง – อ.รัฐศาสตร์ เล่านาที ส.ส.แปดริ้ว พปชร. รัวหมัด-ถีบยอดอก บอก ‘กูอยากเจอมึงนานแล้ว’
เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ผู้กระทำมีตำแหน่งเป็นสภาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรัฐบาล จึงมีความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนซึ่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในชั้นนี้
โดยนายนรินท์พงศ์ ระบุว่า ในวันนี้ ตนได้พา ผศ. นพพร เข้าพบ พ.ต.อ.ณัฐจักร จันลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี และสอบถามถึงกรอบระยะเวลาในการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งบันทึกข้อมูลภาพกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุว่ามีข้อมูลเพียงใดและมีความกดดันทางการเมืองมากระทบถึงการการสอบสวนคดีนี้หรือไม่ นั้น
พ.ต.อ.ณัฐจักร จันลา ตอบว่า คดีนี้ได้ดำเนินการรับคำร้องทุกข์ด้วยตนเอง และได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำประจักษ์พยานจำนวน 3 ปาก ซึ่งหากสอบปากคำพยานทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว และได้ข้อเท็จจริงว่านายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ กระทำความผิดจริงก็จะดำเนินการออกหมายเรียก นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ มารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหาต่อไป
เรื่องประเด็นเรื่องความกดดันทางการเมืองนั้น พ.ต.อ.ณัฐจักร จันลา ยืนยันว่า คดีนี้จะดำเนินกระบวนการสอบสวนพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตามข้อเท็จจริงด้วยความเป็นธรรม โดยไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่คำนึงว่าผู้กระทำความผิดจะมีตำแหน่งเป็นสภาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคใด เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วน ผศ. นพพร ขุนค้า นั้น ปัจจุบันยังมีอาการบาดเจ็บที่หน้าอกจากการโดยทำร้ายร่างกายอยู่ จึงแนะนำให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการดังกล่าวให้ครบถ้วน เพื่อนำใบรับรองแพทย์ มาส่งให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาสำนวนคดีต่อไป
เกี่ยวกับบันทึกภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านนั้น ผศ. นพพร ได้แจ้งกับ พ.ต.อ.ณัฐจักร ว่า ภายหลังจากเกิดเหตุนั้น ได้ขอดูภาพกล้องวงจรปิดจากร้านอาหารทันทีแต่ปรากฎว่าข้อมูลภาพกล้องวงจรปิดที่ถูกบันทึกไว้ได้ถูกถอดออกและลบไปแล้ว ผศ. นพพร จึงได้ขอให้ พ.ต.อ.ณัฐจักร ดำเนินการติดตามเอาภาพกล้องวงจรปิดจากร้านอาหารซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญมาประกอบสำนวนคดี และหรือหากไม่สามารถหาบันทึกภาพกล้องวงจรปิดได้ ก็ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดที่ทำลายพยานหลักฐาน จากการลบบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิด ต่อไป
โดยในวันที่ 30 มีนาคม 2564 ผศ. นพพร และสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จะไปยื่นหนังสือร้องเรียนการกระทำของนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามข้อบังคับอันเกี่ยวกับมาตราฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา

