เผยความไม่ปกติ หลัง ‘เดวิด สเตร็คฟาส’ นักวิชาการไทยศึกษาชาวสหรัฐ ถูกระงับวีซ่าทำงาน

เผยความไม่ปกติ หลัง ‘เดวิด เสร็คฟาส’ นักวิชาการไทยศึกษาชาวสหรัฐ ถูกระงับวีซ่าทำงาน

จากกรณี เดวิด สเตร็คฟาส (David Streckfuss) นักวิชาการชาวสหรัฐ ผู้พำนักอยู่ในไทยกว่า 35 ปี พร้อมทำงานในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ถูกระงับวีซ่า ทั้งนี้ เดวิด เปิดเผยเรื่องดังกล่าวกับ ประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสประจำข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ ว่า สาเหตุในเรื่องนี้คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่เดินทางไปที่มหาวิทยาลัย ต่อมาวีซ่าก็ถูกยกเลิก

ล่าสุด วันนี้ (17 เมษายน) น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการภาคภาษาไทย เว็บไซต์เดอะอีสานเรคคอร์ด เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องเดวิด ทางเฟซบุ๊ก Hathairat Phaholtap ระบุถึงความไม่ชอบมาพากลบางประการ ว่า เมื่อวานช่วงเช้าหลังได้รับการเยือนจาก ตม.ภาค 4 ที่ติดต่อจะขอสอบปากคำพนักงานเพิ่มเติมก็ทำให้เรารู้สึกว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติในการขอวีซ่าคนต่างด้าวแล้ว อีกอย่างน้องๆ ในทีม 3 คนได้เซ็นเอกสารคำให้การเดียวกันหมดเลย และบางประเด็นเจ้าตัวไม่ได้พูด พอจะขอแก้ไขเพราะทำเอกสารไม่ถูก

อ่านข่าว : นักวิชาการไทยศึกษาชาวสหรัฐ ถูกทางการระงับวีซ่า แม้อยู่ไทยมานานกว่า 35 ปี

น.ส.หทัยรัตน์ระบุว่า หัวหน้าทีมสืบสวนบอกว่าแก้ไขไม่ได้ เพราะ ตม.ขอนแก่นเป็นคนทำมาแล้ว ถ้าจะแก้ก็ต้องให้แก้หรือมีวิธีแก้ไขคือการให้การเพิ่มเติมในช่วงท้ายคำให้การ อีกอย่างน้องๆ ในทีมต้องถูกเรียกตัวกลับจากวันหยุดยาวแบบกะทันหัน แล้วถูกสอบปากคำครั้งที่ 3 ทำเหมือนพวกเราเป็นนักโทษ ทำความผิด

“ตอนนั้นเราโมโหมากจึงตัดสินโพล่งถามว่า นี่เป็นเรื่องปกติหรือเปล่าที่มาสอบบริษัท 4-5 รอบ และจะมาในช่วงสงกรานต์ เกิดอะไรขึ้น มีใบสั่งไหม เขาตอบว่า ‘ผมก็ทำตามที่นายสั่ง’ เรารีบสวนทันควัน ‘นายคนไหนสั่ง ผู้การ ตม.หรือว่าเหนือกว่านั้น ทีมสอบตอบว่า ‘อย่าให้ผมพูดเลยครับ ผมก็แค่ทำตามคำสั่ง อีกอย่างลูกผมยังเด็กอยู่’

“เราพยายามเค้นเอาคำตอบว่าใครสั่ง แล้วเราก็พูดไปว่า ‘พี่พูดดีๆ นะ เพราะหนูเป็นนักข่าว หนูอาจเอาเรื่องนี้มาทำข่าวได้นะคะ’ ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ เมื่อเห็นความผิดปกติ เราจึงตัดสินใจโทรหานักข่าว เพราะสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ เพราะวีซ่าของ อ.เดวิด ที่ถูกขยายเวลา 30 วัน หลังถูกเลิกจ้างจะหมดวันที่ 18 เมษายนนี้ (วันอาทิตย์) เราจึงไม่มั่นใจว่าจะได้วีซ่าหรือไม่ทำงานตามที่ขอ ตม.หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ถ้า มข.ไม่ถูกกดดันจากตำรวจ วีซ่าทำงานเดิมจะอยู่ได้ถึงเดือนสิงหาคม

“คนเป็นนักข่าว ไม่มีใครอยากตกเป็นข่าว ไม่มีใครอยากอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่การให้ข่าวเป็นการช่วยกระพือว่ามันมีความไม่ยุติธรรมซ่อนอยู่ทุกที่ แม้จะเป็นนักข่าว นักวิชาการก็เถอะ ถ้ามีความกล้าหาญก็จะถูกกลั่นแกล้งจากความกลัวของคนที่อยู่ในระบบอยู่เสมอ โดยอ้างว่า ‘มีใบสั่ง นายสั่ง’ ขอให้เปิดหน้าออกมาเลยว่าใครสั่ง เราจะอยู่กันแบบนี้กันจริงๆ เหรอ” น.ส.หทัยรัตน์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : สบายแบบเหงา
บทความถัดไปเปลี่ยน‘แผลเป็น’ด้านการศึกษา พลิกวิกฤตโควิดสู่โอกาสเรียนรู้