อ.นิด้าคนดังเล่าเคยอยู่สหรัฐฯ สุดทรมานเป็นพลเมืองชั้น2 ฝากคนอยากไป สักวันจะเข้าใจ

อ.นิด้าคนดัง โพสต์ ฝากคนชังชาติอยากไปอยู่บ่านเมืองอื่น แล้วสักวันจะเข้าใจ ยกประสบการณ์ส่วนตัว ไปอยู่เหมือนพลเมืองชั้น 2-3-4 

กรณีกระแสการตั้งกลุ่มในโซเชียล เพื่อแลกเปลี่ยน ศึกษาข้อมูลการย้ายประเทศไปหางานทำ หรือเป็นพลเมืองประเทศอื่น โดยวัตถุประสงค์ของกลุ่ม แม้ยังรักประเทศไทย แต่ผิดหวังกับผู้ปกครองบ้านเมือง ต่อมา ไม่นานมีผู้เข้าร่วมกว่า 6 แสนคน

ล่าสุด นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เขียนข้อความแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าว โดยเล่าเรื่องของตัวเองที่เคยไปอยู่สหรัฐฯ แต่ต้องผิดหวังต่อการเป็นพลเมืองชั้นสอง และขอกลับมารับใช้ประเทศชาติดีกว่า โดย ระบุว่า

ผมไปใช้ชีวิตในต่างประเทศที่นิวยอร์กซิตี้อยู่เกือบหกปี ตอนไปเรียนต่อปริญญาเอก ผมมีความคิดว่าผมจะไม่กลับเมืองไทย จะอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่พออยู่ไปสักพัก ผมก็ทราบว่าตนเองเป็นได้แค่พลเมืองชั้นสอง เจอ prejudice หลายอย่างที่ทำให้รู้ว่า ถึงอยู่แคว้นใดไม่สุขสำราญ เหมือนอยู่บ้านเรา ชื่นฉ่ำค่ำเช้า สุขทวี

วันหนึ่งเดินข้าวถนน คนดำตะโกนด่าผมว่า Chinky แปลว่าไอ้เจ๊ก ผมก็คะโกนด่ากลับไปว่า I am Thai, from Thailand. I am not Chinese, Blackie. กูเป็นคนไทย จากประเทศไทย ไม่ใช่คนจีน หรอกหนา ไอ้มืดตัวดำปี๋มันโกรธมาก ความรู้สึกคือ โห คนดำ เป็นพลเมืองชั้นสองของอเมริกา ยังเหยียดและดูถูกเรา แล้วเราเองเล่าจะเป็นพลเมืองชั้นไหนกันแน่

ผมจบปริญญาเอกในสาขาที่จัดว่าเป็น STEM (Science, Technology, Engineering, and Mathematics) ซึ่งหาคนอเมริกันเรียนกันได้น้อย มีแต่ต่างชาติเรียน ไม่ต้องรอคิวหากใครจะจ้างก็ sponsor ให้ green card ได้เลย และยังอยู่ต่อหลังจบได้อีกเป็นปีๆ เพื่อจะรองาน
ผมไปทำงานเป็น adjunct assistant professor สอนนักศึกษาปริญญาเอกในโรงเรียนบริหารธุรกิจที่ Zicklin school of business, Baruch College, City University of New York.

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ฝังใจผมมาก วันหนึ่งอากาศหนาวมาก ผมจะเข้าบ้านเช้า เลยถอดถุงมือเพื่อให้จับลูกกุญแจไขลูกบิดได้ถนัด เอามือเปล่าจับประตูแล้วเนื่องจากหนาวเย็นจัดมาก มือเปล่าๆ เลยเกิดน้ำแข็งเกาะติดกับลูกบิดประตู ผมต้องก้มเอาลมปากร้อนๆ เป่ามือจนเอามือออกจากลูกบิด

พร้อมกับคำถามในใจว่า เราจะมาอยู่ทรมานเป็นพลเมืองชั้นสามชั้นสี่ในที่ๆ ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเราไปทำไม วินาทีนั้นทำให้ผมตัดสินใจในทันทีว่าผมต้องกลับมารับใช้ชาติบ้านเมือง

ชาติบ้านเมืองของเรา อาจจะวุ่นวายไปบ้าง มีความแตกแยก มีคนเลว มีนักการเมืองเลว มีประชาชนเลวและเห็นแก่ตัว มีต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ มีการกลั่นแกล้งรังแกกัน แต่ถ้าเรายึดมั่นในการทำความดีเพื่อชาติบ้านเมือง ผมเชื่อมั่นว่าแล้วความดีจะคุ้มครองเรา อยู่ที่ไหน ทำเพื่อใครก็ไม่เท่ากับทำให้แผ่นดินเกิด

ฝากให้คนชังชาติที่คิดจะไปอยู่บ้านเมืองอื่น ชาติอื่น แล้วสักวันคุณจะเข้าใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เจ้าท่า’ ย้ายสนามซ้อมด่วน หลัง ‘คลองเตย’ กลายเป็นคลัสเตอร์โควิด-19
บทความถัดไปเช็กเลย! กปน. แจ้งชื่อเขต กทม.- พื้นที่สมุทรปราการ น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล 8-9 พ.ค.นี้