‘เสรีพิศุทธ์’ อัด ‘บิ๊กตู่’ เป็นนายกฯที่ผลาญ-กู้เงินทุกปีเพื่อสืบทอดอำนาจ -ใช้ซื้อเสียงล่วงหน้า ถามกลับ 7 ปีรู้จักพอบ้าง เหน็บจัดงบปรนเปรอแต่กองทัพ
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเพื่อทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ 5 รัฐมนตรี ที่รัฐสภา ในวันแรกนั้น
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- องค์ประชุมไม่ครบ เปิดซักฟอกช้าไป 40 นาที ส.ส.ภูมิใจไทยไล่ฝ่ายค้านเลื่อนอภิปรายสมัยหน้า
- ‘สมพงษ์’ อัด ‘ประยุทธ์’ ค้าความตาย คลั่งอำนาจ ขอ ส.ส.ร่วมเจตจำนงให้เจ้าตัวลาออก
- ‘เสรีพิศุทธ์’ ลุกไล่ส.ส.รัฐบาล ออกไปกินข้าว ไม่ต้องนั่งรอประท้วง ป้อง ‘ประยุทธ์’
- ‘ประเสริฐ’ แฉเอกสาร จัดซื้อซิโนแวค 5 ครั้ง มียอดเงิน ส่วนต่างกว่า 2 พันล้าน
- ‘ชวน’ เตือน ส.ส.ฝ่ายค้าน อย่าด้อยค่าซิโนแวค กลางสภา หวั่นกระทบความสัมพันธ์
ต่อมา เวลา 12.25 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ขออภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพียงคนเดียว เนื่องจากไร้ประสิทธิภาพบริหารงาน ทุจริต ฉ้อฉล ไม่ฟังคนอื่น เพราะเคยเป็นทหาร สั่งซ้ายหันขวาหัน ก็คิดว่ารัฐมนตรี ปลัดกระทรวงเป็นทหาร จึงสั่งซ้ายหัวขวาหัน ทั้งนี้ ตนเคยบอกว่าแบบ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นยามเฝ้าบ้านตนก็ไม่เอา เพราะเดี๋ยวด่าแขกมาบ้านกระเจิงไปหมด และเมื่อ รปภ.เป็นประธานบริษัท อันดับแรกคือกู้เงิน เพราะหาเงินไม่เป็น
“ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ หาเงินไม่เป็น ไม่รู้กฎหมาย มีแต่ผลาญ มีแต่กู้เงินทุกปีจนได้ฉายานักกู้แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาไปแล้ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯไม่ได้ เพราะกู้เงินมาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ และรวมแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯกู้เงินมาทั้งหมด 5.3 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับนายกฯคนอื่นก่อนหน้านั้นไม่ได้ และกู้โดยไม่ต้องใช้หนี้ ประเทศจะเป็นอย่างไรไม่รู้ ตบตูดไปเฉยๆ เมื่อพ้นไปแล้วใครมาเป็นนายกฯก็ต้องใช้หนี้แทน ซึ่งผิดกับประชาชนใครกู้ก็ต้องใช้หนี้”
“เงินที่กู้มาส่วนใหญ่ใช้ในการบริหารประเทศ อีกส่วนใช้ในโครงการต่างๆ เป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชิมช้อปใช้ เราเที่ยวด้วยกัน ช็อปดีมีคืน คนละครึ่ง เราชนะ ม33เรารักกัน และอื่นๆ อีก หวานแหวว โครงการดีเหลือเกิน แต่เงินไม่รู้ถึงเท่าไหร่ ระหว่างทางถูกโกงไปเท่าไหร่ และมีคนไม่ต้องการ ไม่อยากใช้ อย่างผมก็ไม่ต้องการ คนที่ต้องการก็มี แทนที่เงินจะไปสู่คนเดือดร้อนจริงๆ กลับเลอะเทอะ เรื่อยเปื่อยไปหมด โครงการก็ตรวจสอบไม่ได้ จึงเป็นการกู้มาเพื่อซื้อเสียง ถึงเวลาเลือกตั้งจะได้ชนะ หวังสืบทอดเป็นนายกฯอีก 7 ปีไม่พอหรือ คุณประยุทธ์จะเอาอะไรอีก ต้องรู้จักพอ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปราย
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปรายว่า นอกจากนี้ยังจัดทำงบประมาณโดยไม่เข้าใจปัญหาประเทศและประชาชน โดยทำงบประมาณมาแล้ว 8 ครั้ง ตั้งแต่งบ’58-65 รวม 23.5 ล้านบาท รวมทั้งมีการปรนเปรอแต่กองทัพเพื่อใช้เป็นฐานค้ำจุนอำนาจ และเมื่อเปรียบเทียบงบกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงอื่นๆ จะเห็นว่า การจัดงบประมาณนั้นอยู่ลำดับต้นๆ มาโดยตลอด แต่กลับไม่มีผลงานชี้วัดออกมาเลยว่ามีอะไรบ้าง และยิ่งถ้าเปรียบเทียบงบกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งต้องดูแลประชาชนโดยเฉพาะการเผชิญกับโรคระบาดกลับได้น้อยกว่ามาก นอกจากนี้ ยังปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด ที่บอกว่ายอดผู้ป่วยลดลงๆ เหมือนแต่งตัวเลขเพื่อโกหก หลอกลวงประชาชนว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่พอหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้อยู่ต่อตัวเลขก็เพิ่มสูงขึ้น
“ขณะเดียวกันยังใช้กฎหมายซื้ออาวุธที่ซื้อมาจากภาษีประชาชน เป็นเครื่องมือข่มขู่ปราบปรามประชาชน เด็กออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ถูกจับกุมดำเนินคดี ยัดเยียดมาตรา 112, 116 ไม่ให้ประกันตัวจนทำให้ติดโควิดกัน ตอนนี้ในคุกติดโควิดกันระนาว จำเป็นหรือไม่ที่ต้องควบคุมตัวเขาหรือไม่ให้ประกันตัว เมื่อเขามีสิทธิที่จะประกันตัวได้ ตอนนี้ม็อบเด็กซา เพราะพ่อแม่กลัวลูกติดโควิด ทราบข่าวส่งทหารไปข่มขู่บอกพ่อ แม่ ว่าอย่าให้ลูกออกมานะ ถูกดำเนินคดี เป็นโควิดหมด จนเกิดม็อบผู้ใหญ่ขึ้นตามมา มีการสั่งตำรวจปราบ ยิงแก๊สน้ำตา และจับกุม รวมทั้งยังลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ปิดปากสื่อในการทำหน้าที่อีกด้วย” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อภิปราย

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจงทันทีว่า หลายอย่างเราคิดไม่ตรงกัน เพราะประสบการณ์ต่างกัน ท่านเป็นแค่ ผบ.ตร. ส่วนตนเป็นนายกฯ ในการจัดทำงบที่ท่านบอกว่ารัฐบาลทำแบบขาดดุลไม่มีความก้าวหน้า ใช้เงินเพื่อปูพื้นฐานทางการเมือง ท่านรู้ดีเหลือเกิน เพราะตนไม่เคยทำแบบนี้ งบเอามาใช้ตามสถานการณ์โควิด-19 ทั้งสิ้น ส่วนงบกลางก็เป็นแผนการใช้จ่ายตามระเบียบ ตนไม่สามารถไปชี้นิ้วอะไรได้เลย ทุกอย่างผ่านการกลั่นกรองตรวจสอบทุกประการ ตนไม่อยากมีปัญหาแบบก่อนหน้านั้นที่มีเรื่องทุจริต อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของประเทศไทยในระดับประเทศยังดีอยู่มาก เวิลด์แบงก์ประเมินสถานะการเงิน การคลังของไทยยังดีอยู่เช่นเดิม การจะกู้หรือจะใช้เงินเขารับรองให้เราหมด เราจะทำเท่าที่จำเป็นในสถานการณ์โควิด-19
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้เราต้องใช้โอกาสที่บ้านเมืองเราสงบสุข มีเสถียรภาพ มีความมั่นคง ไม่ใช่สนับสนุนให้มีความวุ่นวาย วันนี้มีการตรวจสอบอยู่ว่าเป็นใครที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ในส่วนของรัฐบาลทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร ตำรวจก็ฝ่ายบริหาร และเราอย่าลืมอีก 2 อำนาจคือ อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ รัฐบาลกับตำรวจก็ทำเต็มที่ การที่บอกว่าใช้อำนาจกับประชาชนกับเด็ก ถามว่าใช่ที่ที่ควรจะไปหรือไม่ ท่านบอกว่าตนใช้อาวุธ แต่ตนไม่เห็นตำรวจใช้อาวุธจริงสักคน ท่านมองไม่ออกหรือว่าอันไหนอาวุธจริงหรืออาวุธปลอม อันไหนกระสุนจริง กระสุนปลอม มีแต่ตำรวจถูกยิงทุกวัน แล้วทำไมถึงบอกว่าตำรวจใช้ความรุนแรง ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริง ดังนั้น อย่าไปเลือกดูภาพในโซเชียลมีเดีย เพราะขึ้นอยู่กับฝ่ายไหนจะเอาออกมา
“ยืนยันว่าไม่มีการสั่งการให้ตำรวจใช้อาวุธจริง ก็คอยดูต่อไปว่าใครเป็นผู้ที่ทำให้เรื่องเกิดขึ้นมาก่อน และด้วยแรงสนับสนุนจากใคร นี่คือสิ่งที่รัฐบาล และประเทศไทยต้องระมัดระวังที่สุด ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อให้ประชาชนรักนั้น อยากบอกว่าผมจะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการประชาธิปไตย ผมไม่สามารถไปหลอกล่อใครได้ ตอนนี้ประชาชนเปิดหูเปิดตามากขึ้นแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนนึกถึงประชาชนทุกวัน ที่ต้องทำงาน WFH และต้องกักตัว 14 วันจริงๆ เพราะคนที่ถ่ายรูปข้างตนติดโควิด ตนทำงานทุกวันที่ทำเนียบรัฐบาล แต่เป็นการประชุมออนไลน์คุยกันผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดต่อกันทุกวัน การทำงานเป็นแบบนี้ วันนี้เป็นโลกยุคใหม่แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องเงินทอนการจัดซื้อวัคซีน ท่านไปหามาว่าใครได้ ตนยอมรับการตรวจสอบทุกชนิด อย่าบอกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ถูกตรวจสอบ ที่ผ่านมามีการตรวจสอบทั้งหมด ตนคิดว่าท่านเข้าใจอะไรไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ และที่บอกว่าท่านใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือประชาชนมากกว่าตน ทุกวันนี้ตนรับแต่เงินเดือน ไม่มีลูกหลานทำธุรกิจอะไร ใช้แต่เงินเดือนเท่านั้น และตนสวดมนต์ทุกวัน ดังนั้น จะไม่ทำอะไรที่ผิด ที่จริงตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ตนต้องชี้แจง ที่ต้องพูดเพราะเห็นว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นพี่ แต่ท่านก็ตำหนิน้องท่านมากไปหน่อย จะให้ฝ่ายค้านมาชมตนก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่อยากให้คำนึงถึงความจริง
“อยากฝากไปถึงประชาชนที่ฟังอยู่ ให้ดูหน้าผม ผมพูดจากหัวใจ จากสมองที่ท่านบอกว่าน้อยนิดของผม แต่ท่านอย่าลืมว่า ผมมีประสบการณ์ 6-7 ปีมาแล้ว นี่คือความแตกต่างที่ผมอาจจะรู้มากกว่าท่าน ส่วนเรื่องโควิดกับเศรษฐกิจก็ต้องว่ากันต่อไป ส่วนเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน เราพยายามแก้ปัญหามาตลอด รายละเอียดต่างๆ รองนายกฯ พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว ผมยืนยันรัฐบาลทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เป็นห่วงเป็นใยประชาชน และพิจารณาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะมาตลอด ตอนที่รองนายกฯ ชี้แจงขอให้ท่านฟังด้วยก็แล้วกัน ถ้าไม่ใช่ก็ตรวจสอบ แต่ถ้าไปพูดข้างนอกอาจจะมีปัญหา ผมไม่ได้ขู่ เพราะแม้จะเป็นการพูดในสภาก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว


