มอบกุหลาบแดง ส่งใจ ‘แม่สุ’ ยัน เพนกวินพูดจริง ปมผู้คุมทำร้าย-รีบย้ายตัว ถาม ‘เพราะรู้เรื่องทุจริต’ ?

มอบกุหลาบแดง ส่งใจ ‘แม่สุ’ ยัน เพนกวินพูดจริง ปมผู้คุมทำร้าย-รีบย้ายตัว ถาม ‘เพราะรู้เรื่องทุจริต’ ?

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร กรุงเทพฯ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือพ่อน้องเฌอ, ทำกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง” เป็นวันที่ 27 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้ายข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา” เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่ถูกคุมขัง

ได้แก่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า แกนนำราษฎรมูเตลู, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง, นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย, นายณัฐชนน ไพโรจน์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า และนายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งแต่ละรายถูกขังเป็นเวลากว่า 1 เดือน และเกือบทุกรายติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ

สำหรับวันนี้ นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดานายพริษฐ์ สวมเสื้อและเตรียมภาพบุตรชายมาร่วมถือ “ยืน หยุด ขัง” พร้อมระบุว่า จะให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์กว่า 10 คน เข้ามาล็อกตัวและพยายามลากและผลักนายพริษฐ์หัวฟาดพื้น

อ่านข่าว :

ต่อมาเวลา 17.57 น. นายเจษฎา หรือเจมส์ โฆษกเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี แจกดอกกุหลาบสีแดงให้กับผู้ร่วมกิจกรรม ประมาณ 60 คน เพื่อเตรียมมอบให้แก่ นางสุรีรัตน์ เป็นกำลังใจในการต่อสู้

กระทั่งเวลา 18.12 น. ครบกำหนด 1.12 ชั่วโมง

นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า แม้วันนี้ เพื่อนทั้ง 5 คนไม่ได้การประกันตัว แต่เราจะยังเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้นักกิจกรรมทั้ง 7 และอีก 1 รายที่ไม่ประสงค์เอ่ยชื่อ

“ขอให้ศาลพิจารณาตามมาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญ 60 ที่ว่า หากไม่มีคำตัดสิน ไม่สามารถกระทำเสมือนเป็นผู้ทำผิดได้ จึงยืนหยัด ‘ยืนหยุดขัง’ ต่อไป” นายพันธ์ศักดิ์กล่าว

โดยผู้ชุมนุมหันหน้าเข้าหาอาคารศาลฎีกา จากนั้นชู 3 นิ้วด้วยมือข้างซ้าย และตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว”

จากนั้นเวลา 18.15 น. ผู้ร่วมกิจกรรมนำดอกกุหลาบมามอบให้กับนางสุรีรัตน์ไม่ขาดสาย หนึ่งในนั้นมีนายเจษฎา, นางสุวรรณ ตาลเหล็ก กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย บางรายกล่าวว่า “ขอให้สู้ๆ เป็นกำลังใจให้” บางรายสวมกอด และขอถ่ายภาพคู่ โดยนางสุรีรัตน์กล่าวขอบคุณที่มาร่วมกันยืนหยุดขัง

“เด็กๆ คงดีใจ ถ้าเขาได้รู้ ขอให้ทุกคนสู้ไปดัวยกัน” นางสุรีย์รัตน์กล่าว

นางสุรีย์รัตน์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีศาลธัญบุรีไม่ให้ประกันตัวบุตรชายว่า ไม่ควรมีการจับตั้งแต่แรก และเชื่อว่าเด็กๆ จะประกันตัวได้เพราะไม่ใช่คดีหนักหนาสาหัส ถึงได้เริ่มตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับกระบวนการยุติธรรม จึงไม่ได้รับการประกันตัว

“นิติศาสตร์ไม่ต้องเรียน เรียนไปทำไม เมื่อยังไม่เปิดหลักฐานว่า เธอไม่ได้ทำผิด แต่กลับตัดสินว่าเธอผิด

ไม่มีแล้ว สิ้นแล้วความยุติธรรม สิ้นแล้วจริงๆ การกระทำกับเด็กตอนที่นำตัวไป เพนกวินแว่นกระจาย รองเท้าหาย เมื่อวานนี้เขาทำอย่างนั้นกับเพนกวินอีก

เพนกวินบอกว่า ‘เขาทำเหมือนที่ธัญบุรีเลยมี๊’ เมื่อวานนี้เพนกวินไม่ได้ขัดขืนที่จะไปเรือนจำธัญบุรี แค่ขอทานข้าวก่อนได้หรือไม่ และขอให้ทนายเยี่ยมก่อน เพราะรออยู่ข้างหน้า เพนกวินเล่าให้ฟัง เขามาเลย 10 คน รุมเพนกวินคนเดียว พูดจาหยาบคาย จึงสงสัยว่าทำไมเฉพาะเจาะจงกับเพนกวิน บอย (ธัชพงศ์ แกดำ) ก็พยายามช่วย”

“เราสงสัยว่าทำไมเฉพาะเจาะจงกับเพนกวิน ก็นึกได้ว่า วันพฤหัสบดีที่ไปเยี่ยม เห็นเพนกวินบอกว่า ค้นพบอะไรสักอย่างที่ไม่ชอบมาพากล อาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น แต่เรายังไม่ได้คุยรายละเอียด เพนกวินบอกเดี๋ยวพรุ่งนี้ (10 ก.ย.) คุยรายละเอียด เขายังไม่ได้เปิดเผยที่ไหน เช้ารุ่งขึ้นมีการพยายามพาเพนกวินกลับไปเรือนจำโดยเร็ว โดยไม่ให้พบใคร และพยายามปิดปาก ข่มขู่ให้เพนกวินหวาดกลัว

เพนกวินบอกว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และเขาทำกับเพนกวินในวอร์ดผู้ป่วย ลองกลับไปคิดดูสิว่า ถ้าเด็กอยู่ในเรือนจำ ที่ไม่มีใคร ทนายไม่สามารถเยี่ยมได้ อ้างโควิด แล้วทำอย่างนี้จะไปป่าวประกาศใครได้” นางสุรีย์รัตน์กล่าว

เมื่อถามว่า ทางราชทัณฑ์ได้ชี้แจ ยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

นางสุรีย์รัตน์กล่าวว่า เพนกวินสามารถบอกชื่อได้ เพนกวินไม่ได้โกหกอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ไม่ว่าเพนกวิน ทนายอานนท์, ไมค์ ภาณุพงศ์, ไผ่ ดาวดิน ทุกคนออกมาพูดความจริง แต่ว่าเป็นความจริงขนาดไหน ยิ่งอยู่ ความจริงปรากฏขนาดไหน ราชทัณฑ์บอกว่าดูแลลูกเราอย่างดี พอลูกเล่าให้ฟังเรายังไม่คิดเลยว่า เขาจะทำกับลูกอย่างนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเพนกวินรู้อะไรมาหรือไม่ จะข่มขู่ให้หวาดกลัว เพราะเพนกวินโดนมาสม่ำเสมอ ครั้งที่แล้วก็โดนแยกแดน รู้มาเหมือนกัน เหมือนในหนังที่พยายามทำให้หวาดกลัว พยายามใช้สงครามจิตวิทยากับเพนกวิน โชคดีที่เพนกวินเป็นเด็กหนักแน่น มีหลักการ ไม่ใช่ชกมา-ชกไป เพนกวินใช้ปัญญาสู้เสมอ เราคุยกันตั้งแต่เล็ก เราสู้ได้ด้วยปัญญาไม่ใช่สู้ด้วยกำลัง” นางสุรีย์รัตน์กล่าว

นางสุรีย์รัตน์กล่าวอีกว่า ขอให้คุยอย่างมีเหตุผล คุณจะรีบไปไหน ขอให้ได้สั่งเสีย ไม่มีเวลาได้ลา ได้แค่บอกว่า ‘รักนะ แม่จะรอเพนกวินออกมา’ สิ่งที่ทำกับเด็ก เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำแบบนั้น ขนาดอยู่ในโรงพยาบาล ป่วยอยู่ ยังกล้าทำแบบนั้น ถ้าลูกคนอื่นไปอยู่ในแดน ไม่มีใครเห็น ติดต่อใครไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น หรือลูกเราอาจจะเกิดอาการช็อก เหมือนนักโทษทางการเมืองอื่นๆ ที่บอกว่า รพ.ราชทัณฑ์ คนป่วยโควิดเยอะมาก จึงต้องรีบเอาเพนกวินออกมา แต่ถ้าดูแลดีจริง ทำไมควบคุมโควิดเรือนจำไม่ได้ แล้วไม่ปล่อยออกมา

เมื่อถามถึงกรณี คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของนางสุรีย์รัตน์

นางสุรีย์รัตน์กล่าวว่า เพิ่งได้รับหมายเมื่อวานนี้ ตอนแรกนึกว่า ตร.ส่งหมายเพนกวิน แต่ไม่ใช่ เป็นหมายแม่ คุณศรีสุวรรณ จรรยา ฟ้อง

“ไม่เป็นไร ถือว่าทำบุญ เขาจะได้เงิน ได้มีงานทำ บุญนี้ อาจจะส่งผลให้ระบบยุติธรรมตาสว่าง ลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ถูกต้อง อานิสงส์นี้อาจส่งผลถึงลูก ถ้ามีหมายมา เราก็ไป เพราะเราไม่ได้ทำอะไร ปราศรัยก็ไม่ได้ปราศรัย ส่วนคดี ยังไม่ได้คุยกับทนาย เพราะกระชั้นชิดมาก

จะรังแก ทั้งครอบครัวเลยหรือ เราแค่ไปให้กำลังใจเด็กเท่านั้น”

นางสุรีย์รัตน์ยังกล่าวถึงการยื่นขอประกันตัวบุตรชายที่ศาลจังหวัดธัญบุรีอีกว่า กำลังใจไม่เคยหมด เพนกวินไม่ได้ทำอะไรผิด เขาทำเพื่อช่วยประเทศชาติ จึงไม่มีเหตุผลจะปล่อยมือ คนที่มาร่วมยืนหยุดขัง ไม่ใช่พ่อแม่ แท้ๆ ยังมาร่วม

ส่วนเรื่องย้าย รพ. เราเขียนข้อความขอความอนุเคราะห์กับ รพ.ราชทัณฑ์ เพราะเพนกวินรายล้อมไปด้วยคนที่มีโรคประจำตัว

“เพนกวินไอมาก ไอจนเจ็บหน้าอก ไอจนสนั่นหวอด ถึงขั้นต้องมีที่ครอบหน้า แถมเป็นหอบ โรคนี้ถ้าเป็นอะไร ต้องได้รับการเยียวยาทันที อยู่ที่ธัญบุรีอาจจะมีความสูญเสียเกิดขึ้น ถ้าป่วยด้วยโรคอื่น รพ.ยินดีรับ แต่ รพ.ราชทัณฑ์ เขาก็บอกว่า คนติดโควิดเยอะมาก ซึ่งแม่ก็เห็น แม่จึงบอกว่า ถ้าพื้นที่ตรงนี้ดูแลไม่ได้ ทำไมไม่ปล่อยลูก

สงสัยว่า ทำไมคนที่ฆ่าคนตาย คนเห็นทั่วประเทศ ยังมีสิทธิเลือกเรือนจำ แต่ลูกเรากลับไม่มีสิทธิเลือก รพ.รักษา แม้แต่ยาพ่นหอบ ยังไม่มีให้ ต้องซื้อเอง ชีวิตทุกคนมีค่า ผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกชีวิต

ส่วนการมาร่วมยืนหยุดขังในวันนี้ เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรที่จะช่วยลูก เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ เดินมาเป็นกิโล พยายามออกมาต่อสู้ จะมายืนหยุดขังให้มากที่สุดเท่าที่มาได้ ไม่เคยหมดกำลังใจ อย่าคิดว่าจะทำร้ายเราด้วยการออกหมาย หรือด้วยอะไรให้เราหมดพลังใจหรือกลัว เพราะคุณรู้จักเราน้อยไป ทำกับเราไม่ว่า ทำกับลูก เรารับไม่ได้ ไม่มีใครทนได้ ที่อยู่ๆ ปล่อยให้ใครมาตีหัวลูก

ถ้าไม่ออกมาเรียกร้อง ก็จะถูกรังแกไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่ที่อาจจะพลั้งมือถึงชีวิต เกิดการสูญเสีย จะมาขอโทษ จะมาโบ้ย มันไม่ใช่ จึงต้องออกมาพูด ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ในนั้นเสี่ยงทุกนาที ทุกวัน แต่ผลการรักษา จะขอดูยังไม่ให้ดู จนบัดนี้ยังไม่เคยเห็น ผลปอด ผลเลือดเป็นอย่างไร มีแต่เขาบอกว่า ‘ดีครับ ดีครับ’ “นางสุรีย์รัตน์กล่าว และว่า

ขอให้ร่วมจับตาดู อย่าทิ้งเด็กในนั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon