เปิดเลกเชอร์ โทนี ชี้ช่องทางรอดปท. ชี้ ผู้นำต้องโมเดิร์น เย้ย รมต.บางคนยังไม่รู้ชื่ออะไร

เปิดเลกเชอร์ โทนี ชี้ช่องทางรอดปท. ชี้ ผู้นำต้องโมเดิร์น เย้ย รมต.บางคนยังไม่รู้ชื่ออะไร

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 28 กันยายน โทนี วู้ดซัม หรือ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมเสวนา CareTalk x Care ClubHouse ในหัวข้อ “MODERNIZED THAILAND กำเนิดใหม่ความทันสมัยเพื่อคนไทยและประเทศไทย”

ในช่วงต้น โทนี ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในประเทศไทย และการจัดการน้ำท่วม โดยควรมองหาทางน้ำไหลเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน

จากนั้น โทนี ได้กล่าวถึงการปรับเพดานหนี้สาธารณะ โดยว่า คุณประยุทธ์กู้เงินมาแจก การกู้เงินมาแจก คนที่ได้รับไม่บาปทางตรงก็บาปทางอ้อม ที่เจเนอเรชั่นหน้าต้องชำระหนี้ให้ประเทศ โดยการทำงานที่หนักขึ้น จะได้เอาเงินมาใช้หนี้ เรื่องเงินกู้ไม่ใช่เรื่องเล่น ที่เพิ่มเพดานเงินกู้ไป 70% เหมือนเรามีรายได้ต่ำ ไปกู้สูง และต้องคิดว่าเราจะใช้อย่างไร จะใช้ต้องใช้เวลานานเหลือเกิน เราจับจ่ายใช้สอยง่ายไป มันเป็นภาระ ทำให้ขีดความสามารถในการปรับปรุงประเทศไม่มี

“วันนี้ นายกฯ ใช้คำพูดตรงกับ สภาพัฒน์ใช้ในแผนฉบับที่ 13 ผมอ่านดูแล้ว ใช้คำว่า พลิกโฉมประเทศไทย จะไม่ยอมทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่ตอนโควิดทิ้งไว้ข้างถนน ขอให้คิดว่าการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ปัญหาคือ ช่องว่างระหว่างคนรวยและจน ตอนนี้เฉลี่ย 16 เท่า ซึ่งเคยอยู่ 5 เท่า มันน่ากลัว”

“ที่เยอรมัน ที่เพิ่งเลือกตั้ง พรรคที่ชนะ เป็นกลางทางซ้าย แต่ไม่ได้ซ้ายมาก เพราะว่า วันนี้ความรู้สึกของชาวบ้าน ทั่วโลก มีความรู้สึกว่าคนข้างล่าง รายได้ต่ำ ค่าใช้จ่ายสูง โอกาสเลี้ยงตัวเองยาก จึงสนใจพรรคที่แคร์ประชาชน จึงชนะพรรคมาร์เคิล แนวโน้มทั่วโลกเป็นเช่นนี้ เพราะโรคระบาด ทำให้คนจน จนหนัก คนรวยรวยไปอีก ที่ต้องพูดเรื่องโมเดิร์นไนซ์ เพราะผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง แม้ผันตัวเป็น โกลบอล ซิตี้เซน ก็อยากพูดเพื่อให้ศักดิ์ศรีคนไทยกลับมา คนจนได้มีความเป็นมนุษย์” โทนี กล่าว

โทนี

ชี้จะพัฒนาประเทศ ผู้นำต้องกล้าเปลี่ยนแปลง

โทนี กล่าวต่อว่า การจะพัฒนาประเทศนั้น 1.ผู้นำต้องโมเดิร์น เข้าใจโลก และต้องศึกษา ไม่ใช่เป็นน้ำเต็มแก้ว ไม่ใช่ที่ปรึกษาพูดไรก็ไม่ฟัง ไม่มีใครที่รู้ไปหมดหรอก ขนาดอิลอน มัสก์ ส่งมนุษย์ไปบนอวกาศ ก็ต้องเรียนรู้ ผู้นำต้องกล้ารับความเปลี่ยนแปลง โลกไปแล้ว ถ้าเรายังอยู่อย่างดักดาน ไม่มีใครอยู่ ทุกคนเห็นความทันสมัย มีอินเตอร์เนตเห็นหมดแล้ว ต้องตื่นตัวได้แล้ว

“2.แผนสภาพัฒน์ ต้องอาศัยยุทธศาสตร์ ไม่งั้นเขียนแผนไม่ได้ โลกมีการเปลี่ยนแปลงสูง ต้องปรับตลอดเวลา แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ล้าสมัย แผนสภาพัฒน์ ต้องปรับตลอดเวลา อย่าเอากฎหมายเป็นตัวตั้ง เรามีจุดอ่อนตรงนี้ คิดเป็นกฎหมาย ตีความ ยุคจอมพลป.ใช่ แต่ยุคนี้ไปไม่ได้จริงๆ เพราะโลกไปเร็ว กฎหมายไทยแก้ช้า มีแค่รธน.แก้เร็ว อย่าเอากฎหมายมาบังคับการพัฒนา การศึกษา วิจัย นี่เป็นจุดอ่อนเรา ขอให้แผนสภาพัฒน์ อยู่บนแผนปัจจุบัน ให้ช่องว่างรายได้ลดลง โอกาสในการเรียนรู้ต้องเกิดทั่วถึง”

“คนไทย มีปัญหาเชื้อชาติ น้อยมาก แต่มีปัญหา พวกมึง พวกกู นี่ทำให้ประเทศชิบหาย เลิกได้แล้ว ผู้นำจะพาประชาชนไปทางไหน ต้องเอาให้ชัด ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ใช่พวกมึงผิดพวกกูถูก ก่อนอื่นต้องสร้างความสามัคคีในชาติ”

4 ข้อ สู่ความทันสมัย

โทนี กล่าวต่อว่า วิธีที่จะนำประเทศไปสู่ความทันสมัย 1. ปรับปรุงเรื่องการศึกษาใหม่ ต้องเรียกว่า รื้อระบบ เพราะมันผิดไปแล้ว และต้องเรียนแบบไม่มีเพดาน เพื่อเด็กจะได้พัฒนาสมองมากไปกว่าทุกวันนี้ ระบบที่เอาหลักสูตรไปอยู่บนคลาวน์ ไม่ต้องมาบีบสมองเด็ก ต้องเปิดกว้าง ใช้เทคโนโลยีมาช่วย

2.ต้องมีสุขภาพกายและจิตที่ดี ต้องส่งเสริมการรักษาสุขภาพให้ประชาชน การดูแลตัวเอง และปรับปรุงระบบในสถานพยาบาลต่างๆ ต้องรีบทำ

3.ระบบราชการ ราชการ ถ้าไม่เป็นดิจิตอลไลซ์ ไม่เป็น e-goverment พัง เซอร์วิสจะไม่มี รับใต้โต๊ะอย่างเดียว หากเข้าอินเตอร์เนต มีแพลตฟอร์ม เมื่อนั้นระบบใต้โต๊ะไม่มี และจะมีข้อมูลเพื่อระบบเอไอ และปรับปรุงคุณภาพบริการ

4.การเมือง ถ้ารธน.อย่างนี้ คนที่เป็นเรื่องเป็นราวไม่กล้าเข้า จะเข้าเฉพาะการเมืองรอกล้วย แล้วเมื่อไหร่จะมีบุคลากรทางการเมืองที่ดี วันนี้ ผมไม่ได้ดูถูก รมต.ก็เคยทำงานร่วมกันมา ถ้า นายกฯ ไม่เดินยุทธศาสตร์ให้ครม. รมต.ที่ไม่เก่ง จะทำงานไม่ได้เลย นายกฯต้องมียุทธศาสตร์ชัดเจน ไม่งั้น รมต. ผมยังไม่รู้ว่า ใครชื่ออะไรบ้าง ทั้งๆที่ผมตามประเทศตลอด ผลงานก็ไม่มี เพราะไม่กล้าทำผลงาน หรือทำไม่เป็นก็ไม่รู้

“ระบบการเมืองต้องพัฒนา รธน.ฉบับนี้ ไม่ช่วยให้ประเทศเจริญเลย ต้องปรับปรุงให้ดีกว่านี้ ถึงจะเป็น 2 บัตร ก้แค่เสี้ยวเดียว ต้องแก้ทั้งฉบับ”

แนะช่องโมเดิร์นไนซ์

โทนี กล่าวว่า การจะก้าวสู่โมเดิร์นไนซ์นั้น ต้องเริ่มจากการทำโครงสร้างพื้นฐาน เรามีดี แต่ไม่พอ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ กทม.อีก 15-20 ปี ถ้าไม่ทำอะไร น้ำท่วมแน่ พื้นที่กทม.สูงกว่าน้ำทะเล 10 ซม. โลกร้อน น้ำทะเลสูงขึ้น อย่างเหมือนโครงการของนายกฯปู ถมทะเลแถวบางขุนเทียน เหมือนยกให้มีที่กันน้ำก่อนเข้ากทม. ต้องรีบทำ จากนี้เราต้องคิดเรื่องระบบน้ำทั้งระบบ ไม่เช่นนั้นคนอยู่นอกพื้นที่ชลประทาน ยังอยู่ยาก

2.คนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ต้องโมเดิร์นไนซ์ระบบการเกษตร เราทำอย่างเดิมไม่ได้แล้ว เพราะทุกประเทศเขา stable food เขาจะช่วยตัวเองแล้ว ปลูกกันเอง เราต้องปรับปรุงวิธีการผลิตใหม่ และคิดเรื่องการส่งออกและแปรรูปประกอบกัน การพูดเรื่องนำเข้าส่งออก ต้องกลับมาที่สุวรรณภูมิ เราเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ เราต้องมีสายการบินศูนย์กลางตรงนี้ เพื่อให้ของสดๆ ออกไปทุกวัน เราต้องสร้างสายการบินให้เป็นฮับให้ได้ และจัดเวลาบินให้เหมาะ เพื่อส่งของสดไปได้

ปลุกชูเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์

3.ครีเอทีฟ อีโคโนมี เรายังแข็งอยู่ โอท็อปเป็นส่วนหนึ่ง แต่ต้องพัฒนา อย่างเช่นเครื่องจานชามของเรา จับดูอย่างไรก็เหนือกว่าแอร์เมส แต่เขาขายแพงกว่า เพราะแบรนด์ และการทำให้มันเป็นสากล ของเราทำให้เป็นศิลปะประจำชาติมากไป เราทำให้สากลได้ เหมือนการสร้างแอร์เมสให้ได้ ต้องสร้างแบรนด์ต้องทำ อย่างแฟชั่น ก็ทำได้ ต้องมีจิตคิดเป็นสากล จะทำให้คนมีรายได้เยอะ

“เรื่องเศรษฐกิจความคิดสร้างสรรค์ เราทำเกมก็ได้ การ์ตูน กราฟฟิก ก็ทำเป็น เราทำได้หลายอย่าง ซอฟท์พาวเวอร์ เรื่องคน อย่าง ลิซ่า ก็ดี เรายังทำได้หลายอย่าง เช่น บราซิล ส่งนักฟุตบอล รายได้อาทิตย์ละเป็นสิบล้าน นางแบบ มันอยู่ที่การส่งเสริม สร้างโรงเรียนที่เหมาะเทรนให้เขา”

อย่าตกขบวนเทคโนโลยี

โทนี กล่าวต่อว่า 4.หลังจากนั้นมาดูเรื่องไอที ไปไกลแตกแขนงไปเยอะ คือไม่ควรตกขบวนกับ ควอนตั้ม คอมพิวเตอร์ นำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องยากๆ เพื่อสร้างเด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ อย่างเรื่องคลาวด์ ทุกบริษัทมีของตัวเอง ให้คนอื่นมาใช้บริการ ถ้าเราไม่ให้มหาวิทยาลัยตามเรื่องพวกนี้ ไม่วิจัยมาสอนเด็ก เด็กเราก็จะล้าสมัย ต่อจากนี้ กำลังจะมี IOB หรือ Internet of Body เขาจะใส่เครื่องไรไม่รู้เต็มตัว อ่านเราว่าเป็นอย่างไร นอนกี่ชั่วโมง และไปสู่ระบบคลาวด์ และมีข้อมูลมนุษย์ทั่วโลก ให้ไปวิเคราะห์ตัวเลข นี่คือช่องทางทำมาหากินโลกข้างหน้า

“อีคอมเมิร์ช ดังอย่างไรสมัยก่อน และพัฒนามาเรื่อยๆ จากนี้จะมีอีกอัน เพราะโลกร้อน วันนี้ทั่วโลกตื่นตัวเรื่องโลกร้อน มีพายุ เฉียบพลัน โทษที่โลกร้อน ก็เพราะปล่อยคาร์บอนเยอะ ต่อไปจะมีการทำธุรกิจแนวใหม่ ดี คาร์บอนไดเซชั่น คือการลดคาร์บอน เช่น ปลูกป่า จับคาร์บอนขังไว้แล้วทำอย่างอื่น ธุรกิจนี้ก็จะมาเหมือนอีคอมเมิร์ช”

“ถ้าเรารู้ว่าจะทำอะไร ก็ไม่ต้องมาเดินขบวนแบบนี้ ตำรวจ เรียนพ.ร.บ. คุ้มครองเด็กมาไหม จับเด็ก 12 และ 14 ผมห่วงภาพพจน์ตำรวจระยะยาว อนาคตตำรวจทำงานยาก ต้องรักสถาบันตัวเอง”

โทนี กล่าวอีกว่า อีกเรื่องคือ พลังงานทดแทน จะเป็นตัวสำคัญในโลกข้างหน้า เพราะพลังงานฟอสซิลจะหายไป มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ดึงเงิน 42 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท ออกจากการลงทุนพลังงานที่เกี่ยวกับพลังงานเก่า จะไปใช้พลังงานทางเลือก ลม โซลาร์ แม้กระทั่ง นิวเคลียร์ ก็เป็นพลังงานสะอาด ก็จะใช้นิวเคลียร์ฟิวชั่น นี่คือสิ่งที่ต้องติดตาม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พูดแทนใจ! สรยุทธ ชี้คนจอง ‘โมเดอร์นา’ สุดกลุ้มไม่รู้จะได้เมื่อไหร่-ฉีดอย่างไร ทั้งที่จ่ายเงินเอง
บทความถัดไปอว.เผย ฉีดวัคซีนแล้ว 51,296,197 โดส ทั่วโลก 6,108 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ