7 องค์กร น.ศ.รัฐศาสตร์ ออกแถลงร่วมไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัย เผย ‘รัฐประหาร’ ล้มล้างการปกครองชัดเจน
กรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ภายหลังนัดประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ ลงมติ กรณีรับคำร้อง นายณัฐพร โตประยูร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ชุมนุมปราศรัยในวันที่ 10 สิงหาคม 2563 จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อเสนอข้อเรียกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า การกระทำและพฤติกรรมต่อเนื่องของผู้ถูกร้อง 1-3 มีเจตนาซ่อนเร้น เซาะ กร่อนบ่อนทำลาย เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพมุ่งล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงสั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ 1-3 และเครือข่ายเลิกการกระทำดังกล่าว
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 7 องค์กรนิสิต นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์จาก 7 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย คณะกรรมการนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, องค์กรนิสิตรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ชมรมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และชุมนุมรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สโมสรนิสิตคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อถ้อยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ระบุว่า สถาบันตุลาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญ มีภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงที่จะต้องปฏิบัติพันธกิจเพื่อรักษาไว้ซึ่งบรรทัดฐานในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนตามรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่คำวินิจฉัยของพวกท่านในครั้งนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าที่ผ่านมาการใช้อำนาจตุลาการนั้นมิได้กระทำเพื่อประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง
สถาบันตุลาการใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือเสมือนเครื่องมือในการบ่อนทำลายหลักนิติธรรมและความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญเสียเอง มิได้พิทักษ์ หรือปฏิบัติพันธกิจตามที่ควรจะเป็น ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรมทำให้ประชาชนหมดสิ้นซึ่งศรัทธา อีกทั้งยังเล็งเห็นได้ว่าสถาบันตุลาการนั้นมิได้มีความศักดิ์สิทธิ์ หาได้กระทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและชาวประชาไม่
ในฐานะองค์กรภายใต้สถาบันการศึกษาและนักศึกษาผู้ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในสังคมการเมืองไทย ขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อถ้อยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และขอยืนหยัดว่าข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้ง 10 ข้อนั้น มิได้เป็นการล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด หากแต่กระทำไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติในการปฏิรูปให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงสถานะเป็นประมุขแห่งรัฐอันมีเกียรติ ธำรงไว้ซึ่งความดีงามในการปกครองรัฐภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ในมาตรา 3 แห่งรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ.2560
ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องในการปราศรัยของแกนนำทั้ง 3 คนเป็นสิ่งที่สามารถพึงกระทำได้ภายใต้รัฐธรรมนูญและยังคงอยู่ภายใต้ขอบเขตของสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญอย่างเห็นได้ชัด เพราะการเรียกร้องให้ดีขึ้นหรือต้องการปรับปรุง มิใช่เจตนาที่หวังบ่อนทําลายหรือล้มล้างแต่อย่างใด
แต่การก่อการรัฐประหาร ล้มล้างรัฐธรรมนูญ และการกระทำซึ่งตัดทอนประชาธิปไตยต่างหากที่เป็นการล้มล้างระบอบการปกครองและบั่นทอนการลงหลักปักฐานของระบอบการเมืองการปกครองอย่างชัดเจน
- ศาล รธน.ชี้ ม็อบ 10 สิงหา เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง-สั่ง ‘แกนนำ’ หยุดการกระทำ
- อ่านละเอียด คำวินิจฉัยศาลรธน. ชี้ 3 แกนนำล้มล้างการปกครอง สั่งเครือข่ายห้ามกระทำอีก
- 23 องค์กรนักศึกษา มหา’ลัยทั่วประเทศ ยก 5 เหตุผลวิชาการ ไม่เห็นด้วยคำวินิจฉัยศาลรธน.
- ที่ปรึกษานายกฯ ซัด ม็อบปฏิรูปสถาบันผิดอาญาร้ายแรงยิ่ง จี้ลากตัวคนหนุนม็อบทุกระดับมาลงโทษ



