น้องเต้ ขอเตือน ‘พี่ป้อม-2 รมต.’ ช่วย ‘เจ๊หลี’ หาเสียงระวังผิด กม. เหตุไม่ลงชื่อเป็นผู้ช่วย

‘น้องเต้’ เตือน ‘พี่ป้อม-2 รมต.’ ช่วย ‘สรัลรัศมิ์’ หาเสียงระวังผิด กม. แนะลงชื่อเป็นผู้ช่วย ชี้ทำอะไรให้ระวัง เห็นมีที่ปรึกษา กม.ดี ลั่นการหาเสียงสามารถทำได้ทุกที่

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 26 มกราคม ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร. ลงพื้นที่ช่วยนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กทม.เขต 9 หาเสียง พื้นที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 เมื่อวานนี้ (25 มกราคม) ว่า เมื่อวานนี้ตนได้เจอกับนายอนุชาและเห็นว่ามีคนมาช่วยหาเสียงกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกิน 20 คน จึงเกรงว่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงได้บอกนายอนุชาและนายสมศักดิ์ว่าควรจะไปลงชื่อเป็นผู้ช่วยหาเสียงด้วย เพราะเกรงว่าหากไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียงจะมีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเรื่องรายจ่ายในการช่วยหาเสียงเลือกตั้งที่ระบุว่าต้องไม่เกิน 1,500,000 บาท

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า หากจะมาช่วยหาเสียงและแจกโบรชัวร์ จะต้องเป็นผู้ช่วยหาเสียงเท่านั้น เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าให้แต่ละพรรคการเมืองหาเสียงอย่างเท่าเทียมกัน ใช้เงินไม่เกินพรรคละหนึ่งล้านห้า ฉะนั้น จึงมีการจำกัดไม่ให้มีผู้ช่วยหาเสียงแต่ละพรรคเกิน 20 คน และเปลี่ยนได้ไม่เกิน 3 ครั้ง

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ไม่รู้ว่าวันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงได้แจ้งเป็นผู้ช่วยหาเสียงและแจกโบรชัวร์ให้ประชาชนหรือไม่ แต่เห็นชูมือสัญลักษณ์เบอร์ 7 อยู่ ซึ่งหากแจกโบรชัวร์ต้องลงเป็นผู้ช่วยหาเสียง จึงขอเตือนไปยัง พล.อ.ประวิตรและรัฐมนตรีทั้ง 2 คน เพราะหากแจ้งชื่อเป็นผู้ช่วยแล้วต้องรับเบี้ยเป็นผู้ช่วยหาเสียงด้วยวันละ 315 บาท ซึ่งหากไม่รับก็ถือว่าผิดกฎหมาย แต่หากรับก็ผิดกฎหมายเช่นกัน ฉะนั้น หากจะเดินหน้าถอยหลังก็ขอระมัดระวัง เพราะเห็นว่ามีที่ปรึกษาด้านกฎหมายดีก็น่าจะรอบคอบนิดหนึ่ง อีกทั้งเวลาที่แต่ละพรรคการเมืองจัดเวทีปราศรัยตามธรรมเนียมแล้ว ประชาชนเป็นของส่วนกลาง ไม่ใช่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งพรรคอื่นสามารถเข้าไปแจกโบรชัวร์ได้ เพราะหากห้ามเข้าไปในพื้นที่จะถือว่าเป็นการขัดขวางการเลือกตั้งและการหาเสียง

“เช่น พรรค พปชร.จัดเวทีปราศรัย ผู้สมัครที่เหลือก็สามารถเข้าไปพูดคุยกับประชาชนและแจกโบรชัวร์ หากบอกว่ามวลชนกลุ่มนี้ พรรคตนเองจัดมาก็ต้องรวมค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วย แต่หากประชาชนมาร่วมรับฟังกันเองไม่ใช่การจัดตั้ง ก็ต้องมีอิสระให้ประชาชนสามารถร่วมฟังและพูดคุยได้ทุกเบอร์ การหาเสียงต้องสามารถไปได้ทุกที่ ไม่สามารถจำกัดได้ เพราะหากมีการจำกัดก็จะผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 (5) และมาตรา 71 ซึ่งมีความผิด” นายมงคลกิตติ์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon