‘เพชร’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง มั่นใจเลือกตั้งใหญ่ได้เป็น ส.ส.แน่ ‘พิธา’ ยินดีสุรชาติคว้าชัย

30.01.22 | 21:19 น.

‘เพชร’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง มั่นใจเลือกตั้งใหญ่ได้เป็น ส.ส.แน่ ‘พิธา’ ยินดีสุรชาติคว้าชัย

เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ร้านอาหารบ้านจิตประภัสสร วอร์รูมของพรรคก้าวไกลในการติดตามการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เวลา 19.57 น. ก่อนเริ่มงานแถลงข่าว นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรค ได้ออกมาขอบคุณอาสาสมัครที่มาช่วยนับคะแนนและทีมงานทุกคน หลังจากนั้นจึงเริ่มการแถลงข่าวด้วยความคึกคัก พร้อมปรบมือชื่นชมทุกคนที่ร่วมทำงานกันมา

ต่อมา เมื่อเวลา 20.00 น. แกนนำพรรคก้าวไกล อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค พร้อมด้วยนายกรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม เบอร์ 6 พรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงภายหลังผลการเลือกตั้งซ่อมออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับที่ 2

นายพิธากล่าวแสดงความยินดีกับพรรคเพื่อไทย และนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และยินดีประชาชนชาวหลักสี่ที่จะได้นายสุรชาติเข้าไปทำงาน

“ในส่วนพรรคก้าวไกล ผมในฐานะหัวหน้าพรรค ขอกราบขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้นายกรุณพลและพรรคก้าวไกล แม้ครั้งนี้เรายังไม่เป็นผู้ชนะ แต่ถือว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว แม้ว่ายังไม่สมบูรณ์แบบและยังทำงานหนักไม่พอ มีหลายอย่างต้องแก้ไข แต่มั่นใจได้ว่าเราจะทำงานเพื่อประชาชน และเป็นการยืนยันว่าการมีอยู่ของพรรคการเมืองแบบอดีตอนาคตใหม่และก้าวไกล คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ แม้ครั้งนี้ตัวเลขของผู้มาใช้สิทธิน้อยกว่าปี 2562 มาก โดยปี 2562 เราได้ 20.5% แต่ครั้งนี้เราได้ถึง 24.5% ซึ่งพรรคก้าวไกลได้คะแนนมากกว่าตอนเป็นอดีตอนาคตใหม่

Advertisement
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

“อีกตัวเลขที่อยากพูดถึงคือนโยบายการปฏิรูปกองทัพของเราในค่ายทหารต่างๆ หากเทียบตัวเลขแล้ว อดีตอนาคตใหม่ได้ 17% จากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่มาจากค่ายทหารประมาณ 26% ซึ่งทำให้เห็นว่าตั้งแต่อดีตอนาคตใหม่พลทหารเห็นด้วยกับสิ่งที่เราต้องการจะทำ ซึ่งการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เราได้มา 35% แสดงให้เห็นว่านโยบายปฏิรูปกองทัพของเราได้รับการตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ

“แน่นอนว่าเรายังไม่สมบูรณ์แบบ และเห็นจุดอ่อนที่เราต้องปรับปรุงอีกมากในการเตรียมพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ หวังว่าจะทำให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของเรา เลือกเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ เลือกก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” นายพิธากล่าว

ด้านนายกรุณพลกล่าวแสดงความยินดีกับนายสุรชาติ ซึ่งนายสุรชาติเป็นคนที่ตั้งใจทำงานและลงพื้นที่ตลอด ตนดีใจกับชาวหลักสี่ที่ได้ผู้แทนอย่างนายสุรชาติ นอกจากนี้ ยังขอบคุณประชาชนชาวจตุจักร-หลักสี่ที่ทำให้ตนได้ซึมซาบวิถีการเมืองไทยและปัญหาของคนในพื้นที่ ซึ่งมีอีกหลายอย่างที่อยากจะเข้ามาดูแล และพร้อมที่จะให้พรรคก้าวไกลลงมาแก้ไขปัญหา เชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อประชาชน

“จากประสบการณ์ที่ได้รับตลอดระยะเวลาการหาเสียง 45 วัน ผมดีใจที่กำลังจะมาเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองไทย ยืนยันว่าเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าจะได้เห็นเพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ เป็น ส.ส.กทม.แน่นอน” นายกรุณพลกล่าว

กรุณพล เทียนสุวรรณ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม เบอร์ 6 พรรคก้าวไกล

เมื่อถามถึงการเลือกตั้งใหญ่ นายกรุณพลวางแนวทางการทำงานทางการเมืองอย่างไร นายกรุณพลกล่าวว่าจะทำงานลงพื้นที่ต่อเนื่อง และเข้าไปทราบปัญหาให้มากขึ้น เนื่องจากมีเวลาน้อยในการทำความรู้จักกับชาวบ้าน ในการแก้ไขและรับรู้ปัญหาที่ละเอียดกว่านี้ ดังนั้น เราเหลือเวลาอีกไม่เกิน 1 ปี ซึ่ง 1 ปีนี้เราจะทำงานอย่างหนักกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา และจะเป็น 1 ปีที่ประชาชนจะได้เห็นหน้าตนมากขึ้น บางทีอาจจะมากกว่าคนในครอบครัวด้วย

เมื่อถามว่า แนวทางของพรรคก้าวไกลหลังจากนี้ 1 ปี จะเดินเกมการเมืองอย่างไรบ้าง นายชัยธวัชกล่าวว่า ในสภา เราคงต้องรักษามาตรฐานในการทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีหลังจากนี้เชื่อว่าจะมีการยุบสภาอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลไม่น่าจะสามารถลากไปจนครบเทอมได้แน่ ทั้งจากปัญหาความไม่พอใจของประชาชน และปัญหาความขัดแย้งภายใน ดังนั้น นอกจากงานสภาแล้ว การเตรียมพร้อมของผู้สมัคร ส.ส.เขตทั้งประเทศจะเป็นงานหนัก ประกอบกับงานนโยบายที่จะต้องได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากประชาชนให้ไม่ยิ่งหย่อนกว่าสมัยอดีตอนาคตใหม่ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประชาชนได้รับผลประทบจากโควิดและการบริหารงานของรัฐบาล

เมื่อถามถึงการประเมินคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่แถลงความพ่ายแพ้ไปแล้ว มองสนามการเมืองหลักสี่สะท้อนอะไรบ้าง นายพิธากล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมเป็นบริบทเฉพาะ แต่ในภาพใหญ่ พรรคพลังประชารัฐมีทั้งศึกในศึกนอก คำถามสำคัญกว่าคือถ้ามีรัฐบาลที่ไม่เข้มแข็งและไม่มีเอกภาพแบบนี้ ปัญหาภายนอกที่ประชาชนเจอ ทั้งเรื่องราคาสินค้า เงินเฟ้อ สังคมสูงวัย รัฐบาลจะมีสมาธิพอที่จะทำงานหรือเปล่า ถ้าไม่มีสมาธิเพียงพอที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนก็เป็นสิ่งที่ตนกังวลใจมากกว่าสถานการณ์ภายใน ถ้าดูเหมือนว่ารักษาอำนาจก็ไม่ได้แล้ว บริหารก็ไม่ได้ ก็ไม่น่าจะแปลกเกินไปถ้าจะมีการยุบสภาเร็วขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง