‘ชินวรณ์’ แจงยิบ ซัด ‘ฝ่ายค้าน’ ใช้เกมสภานับองค์ประชุมพร่ำเพรื่อ กระทบ ส.ส.ตั้งใจทำงาน เหน็บหวังว่าจะไม่องค์ในซักฟอก 152 เผยสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมมีถกแก้ กม.ท้องถิ่น-กม.ลูก มั่นใจสภาเดินต่อได้
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงกรณีสภาล่มเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า กรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ขอให้นับองค์ประชุม ถือว่าเป็นจงใจที่ต้องการใช้สภาเป็นเกมทางการเมือง เพื่อให้สภาล่มต่อเนื่อง ในญัตติที่เป็นเรื่องรับทราบรายงานที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นญัตติร่วมกันของ ส.ส. ตนขอประณามการดำเนินการเพื่อต้องการหวังผลให้สภาเป็นตัวประกันทางการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน
นายชินวรณ์กล่าวว่า ส่วนที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พรรคฝ่ายค้านเคยทำมาก่อน ขอเรียนว่าการนับองค์ประชุม การวีโต้กฎหมาย หรือบอยคอตนั้น เคยมีมาก่อน ซึ่งเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน แต่ในสมัยที่พรรค ปชป.เคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านก็รับผิดชอบต่อองค์ประชุมสภาตลอด การประท้วง หรือนับองค์ประชุมก็เมื่อเห็นว่ากฎหมายที่รัฐบาลเสนอเข้ามาไม่มีความถูกต้องชอบธรรม
นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล เมื่อวานนี้ได้มีการหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าเราต้องมีการปรับปรุงประสานงานในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมนี้ให้เข้มข้นขึ้น โดยแบ่งกรณีการประชุมล่มเป็น 3 กรณี คือ 1.ฝ่ายค้านเล่นเกมในสภากับพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้านเล่นเกมกับฝ่ายค้าน 2.กรณีไม่แสดงตน จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย หรือญัตติสำคัญ แต่หากไม่แสดงตนเพราะอยากให้สภาล่มนั้น ตนคิดว่าคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รองประธานสภาคนที่ 1 เป็นประธาน จะต้องมาหารือกันเพื่อให้เกิดความชัดเจน

“เมื่อวานนี้ผมไม่ได้แสดงตนเพราะลงมาติดตามความคืบหน้าพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ราชทัณฑ์ เมื่อมีการเสนอนับองค์ประชุมพร่ำเพรื่อก็กระทบต่อ ส.ส.ที่ตั้งใจทำงาน อยากเรียกร้องให้ผู้เสนอนับองค์ประชุมและผู้ไม่แสดงตนรับผิดชอบด้วย” นายชินวรณ์ระบุ
นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า 3.กรณี ส.ส.ไม่แสดงตนต่อเนื่องหลายครั้งติดต่อกัน วิปรัฐบาลเห็นว่าควรจะร้องขอไปยังพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ควรจะกำชับไม่ให้ ส.ส.ปฏิบัติเช่นนั้นต่อไป ซึ่งขณะนี้มีผู้มาร้องให้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ตนเห็นด้วยว่าหากไม่แสดงตนเกิน 10 ครั้ง ก็ควรมีการตรวจสอบ เมื่อวานนี้ได้รับมอบหมายจากนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้หารือกับพรรคการเมืองต่างๆ ว่าเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ขอให้ร่วมมือกันรับผิดชอบองค์ประชุมและภาพลักษณ์ของสภา และตนได้หารือกับนายชวนว่าวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ ที่จะมีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา 152 ก็จะให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ แม้ ส.ส.รัฐบาลจะมีสิทธิพูดตามรัฐธรรมนูญ แต่เราจะใช้โอกาสนี้ให้น้อยที่สุดและให้รัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง ฉะนั้น หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี และหวังว่าฝ่ายค้านจะไม่เสนอนับองค์ประชุมในญัตติตนเอง
“ในสัปดาห์สุดท้าย วันที่ 23 กุมภาพันธ์ จะเป็นการประชุม ส.ส. เพื่อพิจารณากฎหมายที่ผมได้เสนอเลื่อนในสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ จะเป็นการบรรจุระเบียบวาระเรื่อง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ส่วนเวลาในการอภิปรายก็จะมีการหารือในวิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง” นายชินวรณ์กล่าว
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการประชุมจะไม่ล่มอีก นายชินวรณ์กล่าวว่า การที่สภาล่มติดต่อกันทำให้ภาพลักษณ์ของสภาเสียหาย และฝ่ายที่เสียหายมากที่สุดคือฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะฝ่ายค้าน เพราะญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมเป็นเรื่องของ ส.ส.ทั้งหมด ในญัตติรายงานเรื่องที่ กมธ.พิจารณาเสร็จแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้าจะมีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ซึ่งเป็นญัตติของฝ่ายค้าน ฉะนั้น ตนมั่นใจว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลให้ความร่วมมือในการประชุม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้แจงอย่างเต็มที่ตามเวลาที่กำหนด ทุกคนเคารพและปฏิบัติตามข้อตกลง ก็ไม่มีปัญหา
นายชินวรณ์กล่าวต่อว่า สำหรับสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดประชุมสมัย จะมีการพิจารณากฎหมายที่เสนอโดยทุกฝ่าย คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งก็เกือบจะไม่มีประเด็นข้อขัดแย้งแล้ว มีเพียงเรื่องกฎหมายเลือกตั้งเท่านั้น ในประเด็นการกำหนดหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.เขต ว่าจะให้เป็นหมายเลขเดียวกันหรือไม่ และในส่วนการจัดทำไพรมารีโหวต มีการเห็นแย้งว่าควรทำตามขั้นตอนเดิม หรือควรให้พรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเด็นนี้สามารถไปหารือในชั้น กมธ.ได้

นายชินวรณ์กล่าวว่า ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาลขอความร่วมมือจากเพื่อสมาชิกรัฐสภาทุกฝ่ายว่าเรายังเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์ก็ควรจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าสภาชุดนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยเมื่อเปิดประชุมสมัยหน้า มีวาระสำคัญ 2 วาระ คือ 1.พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ที่เสนอโดยรัฐบาล ซึ่งฝ่ายรัฐบาลยังมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้าน และที่ผ่านมาไม่เคยมีการนับองค์ประชุมเรื่องนี้ และไม่เคยเห็นฝ่ายค้านล้ม พ.ร.บ.งบฯได้ เพราะเป็นเงินภาษีของประชาชนที่จะนำมาพัฒนาประเทศ ฉะนั้น การจะทำให้ พ.ร.บ.งบฯล้ม ฝ่ายที่ดำเนินการต้องรับผิดชอบโดยตรง
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า 2.เรื่องการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ ตามมาตรา 151 หากฝ่ายค้านอยากล้มรัฐบาลจริงๆ ก็ขอให้ใช้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้ ยังไม่เคยมีฝ่ายค้านล้มรัฐมนตรีในสภา และตนยังมั่นใจว่านายกฯสามารถชี้แจงได้ เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายค้านยังไม่สามารถหาข้อมูลการทุจริตคอร์รัปชั่นของนายกฯได้
“รัฐบาลจะต้องคลี่คลายปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าสามารถประคับครองพรรคร่วมรัฐบาลให้เข้มแข็งได้ รัฐบาลก็สามารถเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่รุมเร้าขณะนี้ ทั้งวิกฤตโควิด เศรษฐกิจ และการเมือง ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ขอนับองค์ประชุมในระหว่างการอภิปรายมาตรา 152 และจะให้พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน” นายชินวรณ์กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

