‘โรม’ ผิดหวังคำตอบรัฐบาลปม ‘ปวีณ’ ย้อนถามใครจะกล้ากลับ เชื่อ 3 ป.เอี่ยวค้ามนุษย์

22.02.22 | 12:02 น.

‘โรม’ ผิดหวัง ไม่ได้รับคำอธิบายน่าพอใจ หลังซักฟอกเคส ‘พล.ต.ต.ปวีณ’ ถามใครจะกล้ากลับ ถ้ายังเห็นอุ้มหาย เชื่อ 3 ป.เอี่ยวค้ามนุษย์ เสนอตั้ง กก.แก้ปัญหา

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เกี่ยวกับเรื่องราวของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ หัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ที่ต้องลี้ภัยออกจากประเทศไทยไปเมื่อปี 2558 จะต่อยอดเรื่องนี้อย่างไร ว่าตนอธิบายเรื่องนี้เมื่อวันศุกร์ (18 กุมภาพันธ์) ผ่านมา 3 วันเต็มๆ คิดว่าไม่ได้รับคำอธิบายที่น่าพอใจ เพราะคำอธิบายของรัฐบาลไม่ต่างจาก 6 ปีที่แล้ว ที่บอกว่าให้กลับมาสิ รัฐบาลควรมีสัญญาณที่ดีกว่านั้น เช่น ควรจะกลับไปพิจารณาว่าในวันนั้นใครมีบทบาทหน้าที่ในการปราบปรามการค้ามนุษย์และขัดขวาง พล.ต.ต.ปวีณ ตนอาจจะให้ตัวย่อในสภาเพราะมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย แต่หากรัฐบาลอยากทราบว่าเป็นใครบ้าง ตนพร้อมจะให้ข้อมูล

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า กรณีการปราบปรามการค้ามนุษย์คิดว่ารัฐบาลไม่ได้ต่อยอด หรือขยายผล กองทัพเรือต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่กับเรื่องนี้ เนื่องจากคนที่เกี่ยวข้อง ที่จับได้ไม่ใช่คนเดียว หรือกรณีฝ่ายปกครองต่างๆ ที่อยู่ในอำนาจของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะขนคนจากจังหวัดหนึ่งไปจังหวัดหนึ่ง ดังนั้น เรื่องเหล่านี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

“หากรัฐบาลต้องการปราบปรามการค้ามนุษย์จริงๆ ก็จะต้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการ ซึ่งเป็นคนที่สังคมเชื่อถือ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งที่ผมอภิปราย แต่ตอนนี้กลายเป็นรัฐบาลยืนกระต่ายขาเดียวว่าตัวเองปราบปรามการค้ามนุษย์ ก็กลับมาสิ คำถามคือใครจะกล้ากลับ เราเห็นการอุ้มหาย การเสียชีวิตของข้าราชการน้ำดี หรือคนที่พยายามดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้วยดี แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รับความปลอดภัยอยู่ดี” นายรังสิมันต์กล่าว

รังสิมันต์ โรม
รังสิมันต์ โรม

นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อนั้นมีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งตนก็อยู่ใน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หากเราสามารถใช้ช่องทางนี้สืบหาข้อมูลก็คงจะเป็นการทำคู่ขนาน แต่ต้องยอมรับว่าช่องทางนี้ไม่เพียงพอที่จะทำให้เราอยู่ในบรรยากาศที่ปลอดภัยที่ พล.ต.ต.ปวีณจะสามารถกลับมาพบครอบครัวของเขาได้ เราคงต้องทำมากกว่านั้น

“บางทีการจะเริ่มต้นสู่กระบวนการที่ปลอดภัยมากที่สุดอาจจะต้องมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่ ซึ่งผมเชื่อว่าทั้ง 3 ป.มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับกระบวนการค้ามนุษย์ เราจะได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมโลกได้อย่างไรหาก พล.ต.ต.ปวีณ ซึ่งเป็นมือปราบการค้ามนุษย์อันดับหนึ่งยังลี้ภัยอยู่ต่างประเทศและหวาดกลัว” นายรังสิมันต์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าอะไรทำให้มั่นใจว่า 3 ป.เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ข้อแรก ไม่มีเหตุผลที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะย้าย พล.ต.ต.ปวีณ ถ้าจะอ้างว่า พล.ต.ต.ปวีณทำงานกับผู้บังคับบัญชาไม่ได้ เราก็รู้กันอยู่ว่าตำรวจไม่เป็นเนื้อเดียวกัน แต่ก็สามารถได้ดิบได้ดี ข้ามหัวคนนั้นคนนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในวงการตำรวจ การย้าย พล.ต.ต.ปวีณไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่อันตรายจริงๆ คล้ายกับตำรวจคนอื่นที่ไปเสียชีวิตที่นั่น

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ข้อสอง สำหรับ พล.อ.อนุพงษ์ ตนมีแหล่งข่าวที่ยืนยันว่า พล.อ.อนุพงษ์มีความรู้มากในเรื่องกระบวนการค้ามนุษย์ที่ จ.ระนอง แน่นอน อาจเพราะ พล.อ.อนุพงษ์เป็นรัฐมนตรีมานาน ฝ่ายปกครองต่างๆ ก็น่าจะมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี การจะย้ายชาวโรฮีนจาในหลายๆ ครั้งจาก จ.ระนอง ไปที่ จ.สงขลา ต้องผ่านหลายจังหวัด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับความร่วมมือจากฝั่งตำรวจฝั่งเดียวแล้วจบ แต่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายอย่าง ดังนั้น ใครมีส่วนสำคัญที่ทำให้กลไกของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นทหารเรือ ฝ่ายปกครองและตำรวจ ให้เป็นกลไกที่ไม่มีประสิทธิภาพจนเกิดกระบวนการค้ามนุษย์ได้ คนคนนั้นต้องใหญ่จริงๆ ตนเชื่อว่า พล.อ.อนุพงษ์มีคำตอบเรื่องนี้แล้ว ดูจากสีหน้าท่านแล้วก็ดูเหมือนจะอธิบายหลายๆ อย่างได้

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ข้อสาม สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนที่รู้ทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้รับคำขอจาก พล.ต.ต.ปวีณให้ทบทวนคำสั่ง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ทบทวน ยืนยันในสิ่งที่ พล.อ.ประวิตรได้ทำร่วมกับ ก.ตร.ในขณะนั้น

“การไม่ทบทวนทั้งที่เป็นนายกรัฐมนตรี ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์เกี่ยวข้องกับการทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์แย่ลงเรื่อยๆ ทำให้ พล.ต.ต.ปวีณต้องลี้ภัย” นายรังสิมันต์ระบุ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง