“ยุทธพงศ์” แนะแบ่งเขตลต.ต้องชัด ไม่ใช่อำเภอหนึ่งโดยแบ่ง 3 เขต หวั่น บัตร 2 ใบคนละเบอร์ทำปชช.สับสน ทำผู้สมัครบัญชีรายชื่อสอบตกระนาว
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) จำนวน 10 ฉบับ แบ่งเป็น ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่…) พ.ศ. … จำนวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) 1 ฉบับ ร่างที่เสนอโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และคณะ 1 ฉบับ ร่างที่เสนอโดย นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ พรรคร่วมรัฐบาล 1 ฉบับ และร่างที่เสนอโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ คณะ 1 ฉบับ กับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ. … จำนวนอีก 6 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างที่เสนอโดย ครม. 1 ฉบับ ร่างที่เสนอโดย นพ.ชลน่าน และคณะ 1 ฉบับ ร่างที่เสนอโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) และคณะ 1 ฉบับ ร่างที่เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล 1 ฉบับ ร่างที่เสนอโดยนายพิธา และคณะ 1 ฉบับ และร่างที่เสนอโดยนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รัฐสภา เริ่มอภิปราย ‘2 กม.ลูก’ ฝ่ายค้านรุมอัด บัตร 2 ใบคนละเบอร์ ทำคนสับสน
- ปชป.ดับฝัน พวกอยากยูเทิร์น ใช้ใบเลือกตั้งใบเดียว ชี้ถ้ากม.ลูกไม่ผ่าน มีปัญหาแน่
- ‘คารม’ ลุกประท้วง ‘วันชัย’ อภิปรายเหมารวม คนซื้อเสียง เจอไล่กลับ ไปหาพรรคใหม่
- พรรคเล็ก ชงวิธีคิดส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ให้ปัดเศษจนครบ 100 คน ทำทุกเสียงไม่ตกทิ้งน้ำ
ต่อมา เวลา 15.55 น. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. อภิปรายว่า ร่างแก้ไขฉบับไหนสอดรับกับรัฐธรรมนูญที่แก้ไข และไม่ขัดแย้งกับมาตราอื่นที่ยังอยู่ แบบนี้ตนเห็นด้วย ส่วนมาตรา 90 มีประเด็นที่เป็นข้อกังวลว่า หากผ่านทั้ง 2 ร่างไปในชั้นกมธ.จะทำอย่างไร ถ้ามีความขัดแย้งกัน เนื่องจากมาตราดังกล่าว ระบุว่า พรรคใดส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้ ในข้อเท็จจริงจะทำอย่างไรถ้าจะปฏิบัติตามมาตรา 90 หรือไปทำให้มีเบอร์เดียวโดยไม่ขัดกับมาตรา 90
จากนั้น นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า การเลือกตั้งที่จะต้องมีการแก้กฎหมายนี้ จะต้องมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ หลายจังหวัดจะมี ส.ส.เขตเพิ่มขึ้น จังหวัดที่มีส.ส.เขตเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ กทม. และปริมณฑล ซึ่งต้องเรียนว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งมีความสำคัญมาก เพราะมีความได้เปรียบเสียเปรียบกัน ต้องฝากกรรมาธิการ (กมธ.) ที่จะเป็นตัวแทนพวกเราไปแก้กฎหมายเลือกตั้งว่า จะต้องเขียนเขตเลือกตั้งให้มีความชัดเจนว่าถ้าจะเอาอำเภอนี้อยู่เขตนี้ ต้องเอาอำเภอเต็มๆ เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ทำให้พี่น้องประชาชนสับสนเป็นอย่างยิ่ง บางอำเภอถูกแบ่งออกเป็น 3 เขตก็มี ขณะเดียวกัน ผลของการที่เขตเลือกตั้งมีการแบ่งแบบไม่เป็นธรรมนี้ทำให้เกิดบัตรเสียเพิ่มมากขึ้น
เรื่องต่อมาที่เราเสนอคือ เรื่องหมายเลขของผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคเบอร์เดียวกัน โดยเรามีการเลือกตั้งด้วยระบบบัตร 2 ใบที่ชัดเจน ครั้งแรกเมื่อปี 2544 การเลือกตั้งครั้งนั้นทำให้ระบบพรรคการเมืองแข็งแรง และทำให้สภาอยู่ครบวาระ 4 ปีเต็ม ไม่ขาดแม้แต่วันเดียว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ต่อมาปี 2554 ก็มีการใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ เบอร์ผู้สมัครและพรรคเบอร์เดียวกัน ทำให้พี่น้องประชาชนจำง่าย บัตรเสียก็น้อย ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร เวลาไปหาเสียงเลือกตั้ง ถ้าส.ส.เขต เป็นเบอร์หนึ่ง แล้วพรรคการเมืองที่เราสังกัดเป็นอีกเบอร์หนึ่ง พี่น้องประชาชนจะสับสนมาก
“และผมต้องเรียนท่านประธานไปถึงส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าท่านจะสอบตกเยอะ เพราะเวลาส.ส.เขตไปหาเสียง โดยธรรมชาติ ถ้าเป็นคนละเบอร์ คนจะถามว่า ผู้สมัครเบอร์อะไร เราก็จะบอกเบอร์ของเรา ส่วนเบอร์ของพรรคใครจะไปบอกเขาก็กลัวประชาชนสับสน กลับบัตรจะเสีย เราก็ต้องรักตัวเองก่อน นี่คือข้อเสียของการที่เบอร์ส.ส.เขต และเบอร์พรรคการเมืองไม่เหมือนกัน จึงต้องขอฝาก กมธ. ได้นำเรื่องเบอร์เดียวกันทั้งคน ทั้งพรรคนี้ไปพิจารณา แลขอความกรุณาสมาชิกรัฐสภารับร่างของพรรคพท.เข้าไปด้วย” นายยุทธพงศ์ กล่าว
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนั้น ยังมีปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ซึ่งทำลายระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้กกต.ต้องเอาจริงเอาจัง และกมธ.ต้องเขียนกฎหมายให้กกต. ต้องมีความเข้มข้นในการปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียง ถ้าเจ้าหน้าที่ของกกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่พยายามดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ผู้สมัครก็ต้องมีสิทธิฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ และกกต.ด้วย อีกประเด็น คือเรื่องการคำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่างที่พรรคพท. เสนอ ให้เอาคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมือง หารด้วย 100 คน พรรคไหนได้คะแนนมากก็ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาก ซึ่งตรงนี้ยุติธรรม เพราะประชาชนเลือกพรรคไหนเยอะ ก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากก็จะยุติธรรม
“แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กลับเป็นพรรคไหนที่ได้ ส.ส.เขตเยอะแล้ว ห้ามได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ท่านประธานอยู่การเมืองมานาน เคยเห็นมีครั้งไหนมีแบบนี้ไหม เพราะแบบนี้เป็นการทำให้การเมืองถอยหลังเข้าคลอง และเห็นปัญหาที่เกิดพรรคเล็กพรรคน้อยที่ทำให้ระบบพรรคการเมือง และการเมืองอ่อนแอ ผมจึงขอฝากในชั้นกมธ. ขอให้เอาข้อทักท้วงของผม ไปเขียนไว้ในร่างกฎหมายประกอบว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ให้ดีที่สุด เพื่อเราจะได้ใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป” นายยุทธพงศ์ กล่าว
จากนั้น เวลา 16.55 น. นางชื่นสุมน นิวาทวงษ์ กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขึ้นชี้แจงว่า การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีการพิจารณาบทบัญญัติในมาตรา 90 ของรัฐธรรมนูญประกอบกับมาตรา 49 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากมาตรา 90 วรรค 1 ของรัฐธรรมนูญได้บัญญัติว่าพรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้ ซึ่งการพิจารณาว่ากรณีใดเป็นกรณีที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อแล้ว จำเป็นต้องพิจารณาในบทบัญญัติมาตรา 48 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งในมาตรา 48 กำหนดว่าในการสมัครรับเลือกตั้งให้ผู้สมัครได้รับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร เรียงตามลำดับเลขที่หลักฐานการรับสมัครรับเลือกตั้ง ที่ผู้อำนวยการรับเลือกตั้งประจำเขตออกให้ ฉะนั้น เมื่อพิจารณาสองมาตรานี้ประกอบกันจึงสรุปได้ว่าการจะถือว่าการสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตแล้ว ผู้สมัครผู้นั้นจึงจะต้องมีหลักฐานการสมัครและมีหมายเลขประจำตัวผู้สมัครตามมาตรา 48 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.แล้ว

