‘มูลนิธิปรีดี’ เปิดเวทีไขปมรื้ออาคาร เผยดำเนินการต่อยาก ต้องให้เช่า ‘หางบ’ ทำกิจกรรม

‘มูลนิธิปรีดี’ เปิดเวทีไขปมรื้ออาคาร เผยดำเนินการต่อยาก ต้องให้เช่าเพื่อ ‘หางบ’ – ‘ปริญญา’ รับ ไม่เห็นด้วย แต่เงินหายาก

จากกรณีมูลนิธิสถาบันปรีดี ทำการรื้อถอนอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์ หรือที่รู้จักกันในชื่อสวนครูองุ่น ซึ่งตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ) โดยกลุ่มทะลุฟ้าได้ชุมนุมปักหลักเป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการสถาบันปรีดี ชะลอการรื้อถอนและเปิดเวทีรับฟังสาธารณะ นั้น

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่สมาคมธรรมศาสตร์ ซอยงามดูพลี เขตสาธร กรุงเทพฯ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ จัดเวทีสนทนาสาธารณะ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ‘โครงการพัฒนาพื้นที่ของสถาบันปรีดี พนมยงค์’ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการใช้ประโยชน์พื้นที่ของอาคารสถาบันปรีดี ร่วมรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพัฒนาพื้นที่ ไปจนถึง สอบถามและแสดงความเห็น ทั้งนี้ ตัวแทนจากกลุ่มทะลุฟ้า อาทิ นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน, น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือ วาดดาว กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก, ตัวแทนจากศิลปะปลดแอก และตัวแทนจาก โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นด้วย

นางอิสริยา นิติทัณฑ์ประภาส บุญญะสิริ กรรมการกลางและเลขานุการ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ กล่าวชี้แจงการพัฒนาพื้นที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยเริ่มมีการสำรวจพื้นที่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน แม้โครงสร้างจะยังดี แต่ต้องรีโนเวทในทุกจุดและจำเป็นต้องใช้เงิน จึงมีการเสนอให้มีผู้สนใจเข้ามาพัฒนาพื้นที่ การตัดสินใจทุกอย่างก็ได้ผ่านคณะกรรมการของมูลนิธิแล้ว

“เราสามารถมี Win-Win Situation ได้ด้วยการให้เอกชนออกแบบตึก มีการใช้ประโยชน์แบบมิกซ์ยูส (Mixed-use) ในโครงการนี้จะมีผลตอบแทนด้านการเงิน ที่จะมีรายได้เข้ามาจากค่าเช่าระยะยาว เพื่อช่วยให้มูลนิธิมีรายได้เพียงพอต่อการจัดกิจกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งเงินของเราไม่เพียงพอที่จะรีโนเวท จึงต้องมีโครงการพัฒนาพื้นที่และกำหนดกรอบ TOR อย่างชัดเจน โดยกำหนดพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดในโครงการ หรือไม่ต่ำกว่า 500 ตารางเมตร” นางอิสริยากล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กรรมการกลาง มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า อย่างที่บอกว่า เงินหายากเหลือเกิน เงินบริจาคหายากมาก พอเป็นมูลนิธิปรีดี ไปขอที่ไหนเขาก็ไม่ให้ ยอดเงินบริจาคก็ลดลง ลูกศิษย์อาจารย์ปรีดีก็ล้มหายตายจากกันไปแทบจะไม่เหลือ ก็ถึงจุดที่ต้องมีทางออกให้ภารกิจของมูลนิธิไปต่อได้ วันนั้นจึงได้ข้อยุติ 1 ประการ ตามที่เขามาประท้วงกัน เพราะไม่แน่ใจว่าหลักการเรื่องพื้นที่บริการสาธารณะ ให้เขาเรียนรู้ หรือลงมือทำด้วย เพื่อชาติ ราษฎรไทย จะหายไปหรือไม่ นี่เป็นข้อตกลงของพวกเขา เราก็ต้องรับฟังว่าเขาต้องการอะไรบ้าง ผู้ออกแบบก็ไปรับโจทย์ต่อ ข้อไหนที่กรรมการต้องรับมาหารือ เขาไม่ได้ค้านอย่างเดียว เพียงแต่เขาอยากรู้ว่าพื้นที่ของเขาจะหายไปหรือไม่

“มันเป็นเรื่องยากลำบากที่จะดำเนินการต่อ ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ แต่จะเอาเงินที่ไหนมา จะไปอย่างไรต่อ การซ่อมแซมตั้ง 20 กว่าล้าน ผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่าแนวทางในอุดมคติคืออะไร ผมก็ยอมรับด้วยเหตุผล ไม่ได้เห็นด้วย แต่ผมก็ยอมรับด้วยเหตุผล” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ขณะที่ นายณัชปกร นามเมือง หรือ ฐา ตัวแทนโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw กล่าวว่า มันมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ ว่าจะนำไปสู่ปลายทางแบบไหน พูดแบบตรงไปตรงมาในฐานะผู้ที่เคยใช้บริการสถาบันปรีดี ไม่เคยสงสัยในอุดมการณ์ ครั้งหนึ่งเคยใช้สถานที่ในการจัดงานศาลทหารในยุคที่มีการรัฐประหาร ซึ่งเป็นความน่านับถืออย่างยิ่งยวด

“วันหนึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสถานที่ ก็เกิดคำถามว่า 1.สถานที่ที่จะเกิดขึ้นใหม่นั้น เพียงพอต่อการทำกิจกรรมสาธารณะหรือไม่ และมีความยืดหยุ่นรองรับความหลากหลายของการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันหรือไม่ เรามองสถาบันปรีดีเป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนไหวทางประชาธิปไตย เราจึงอยากรู้ ถ้าเปิดพื้นที่ให้เอกชนใช้ เราจะโดนเอกชนซึ่งเป็นผู้เช่าของท่านกดดันหรือไม่ จึงวนกลับมาที่ ทำไมเราถึงอยากเห็นสัญญาว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ แปลนพอใช้หรือไม่ ไม่ได้คาดหวังให้ท่านเปลี่ยนใจ แค่หวังว่าท่านจะเข้าใจว่าทำไมต้องมานั่งตรงนี้” นายณัชปกรกล่าว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon