22 พ.ค. 8 ปี รัฐประหาร ‘พวงทอง’ ซัดทำบ้านเมืองล้าหลัง ทวงสิทธิเลือกผู้ว่า 77 จังหวัด

22.05.22 | 14:52 น.

22 พ.ค. 8 ปี รัฐประหาร ‘พวงทอง’ ซัดทำบ้านเมืองล้าหลัง ทวงสิทธิเลือกผู้ว่า 77 จังหวัด

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ในวาระครบรอบ 8 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

วานนี้ (21 พ.ค.) ที่ลานอากง หรือหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพฯ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดย นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ จัดกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง” รอบที่ 3 เป็นวันที่ 15 เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวชั่วคราวให้กับ 11 นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกคุมขังโดยคำพิพากษายังไม่ถึงที่สิ้นสุด โดยมีเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ร่วมทำกิจกรรมด้วย

อ่านข่าว :  คณาจารย์เดินเท้าจากมธ. ร่วม ‘ยืนหยุดขัง’ กลางสายฝน ขอทบทวนสิทธิประกัน 11 นักสู้

‘ยุกติ’ บอก ‘ตะวัน’ รักษาชีวิตไว้-ขอผู้มีอำนาจแก้ปัญหาระบบยุติธรรม ‘คืนสิทธิ’ ให้คนทุกกลุ่ม

‘อนุสรณ์’ ห่วง ‘ตะวัน’ อดอาหารกว่า 1 เดือน เชื่อไต่สวน 26 พ.ค. สัญญาณดี

Advertisement

ประจักษ์ ลั่น อย่าลืม! ไม่ได้เลือกผู้ว่าฯ 9 ปีเพราะใคร หวั่นคนไทย ‘ชาชิน’ ปมถูกลิดรอนสิทธิ

โดยเมื่อสอบถาม รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงกรณีครบรอบ 8 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าสภาพบ้านเมืองไทยเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน จากวันที่รัฐประหาร ปี 2557 จนถึงตอนนี้ ?

รศ.ดร.พวงทองกล่าวว่า คิดว่าทุกคนก็เห็นแล้วว่า บ้านเมืองถดถอยลงอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนรัฐประหารปี 2557 เราก็คิดว่าจะอยู่อย่างมากที่สุดก็ 2 ปี บางคนยังคิดว่า 6 เดือนเท่านั้นเอง ปรากฏว่าอยู่กันมา 8 ปี แล้วก็ทำท่าว่าจะอยู่ต่อไป ไม่ยอมลงจากอำนาจเสียที ทั้งที่เห็นได้ชัดว่า สภาพทุกอย่างทั้งทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ถดถอย และประชาชนก็ยากจนลง คับแค้นมากยิ่งขึ้น เห็นได้เลยว่า เขาไม่ฟังเสียง แล้วเขาก็ไม่สนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับประชาชน

เมื่อถามต่อว่า มีเสียงเรียกร้องจากคนท้องถิ่น ว่าอยากเลือกตั้งผู้ว่าทั่วประเทศ คิดเห็นอย่างไรบ้าง ?

รศ.ดร.พวงทองกล่าวต่อว่า ตนเห็นด้วย ถึงแม้ว่าในรายละเอียดอาจจะต้องปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับ การปกครองส่วนภูมิภาค แต่โดยหลักการ ตนคิดว่าถ้าเราทำเรื่องนี้ให้ประชาชนเห็นว่า การที่ประชาชนมีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารการปกครองในท้องถิ่นของตัวเองได้ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าแน่ๆ

“การตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เรื่องงบประมาณ’ ถูกตัดสินจากคนที่กรุงเทพฯ ซึ่งไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับท้องถิ่นเลย ข้าราชการที่ถูกส่งไปในท้องถิ่นเอง เขาก็ไม่ได้ทำงานเพื่อเอาใจประชาชน เพราะคนที่จะส่งผลต่อการเลื่อนตำแหน่งของเขานั้น ใช่ประชาชนในท้องถิ่น แต่คือเจ้านายเขาที่กรุงเทพฯ นักการเมืองผู้มีอำนาจที่กรุงเทพฯ

คิดว่าประชาชนเห็นว่า เหตุผลสำคัญที่เขาไม่ยอมจะให้มีการกระจายอำนาจนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการพัฒนาความเจริญของประเทศเลย แต่มันอยู่ที่ว่า ผู้ที่มีอำนาจต้องการที่จะใช้กลไกลของจังหวัด ของผู้ว่าราชการจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ สำหรับควบคุมประชาชน ตั้งแต่เรื่องการเลือกตั้ง จนถึงเรื่องของอุดมการณ์ เรื่องการเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น เอาเข้าจริงตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่เรามีการเปลี่ยนแปลง 2475 เป็นต้นมา ผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทั้งหมดนั้น ทำงานเพื่อตอบสนองกรุงเทพฯ ไม่ได้ตอบสนองคนท้องถิ่น

เป็นคนที่จะผลักดัน ว่ากรุงเทพฯ มีนโยบายอะไร อยากให้เกิดอะไรขึ้น ก็ทำไป ดังนั้นเขาไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ว่าประชาชนต้องการอะไร คิดว่า ณ วันนี้ ปีนี้ ประชาชนเห็นแล้วว่า ข้าราชการที่มาจากกรุงเทพฯ นั้น ไม่ได้มีความเข้าใจท้องถิ่น อาจจะเป็น ตัวถ่วงรั้งความเจริญของท้องถิ่น ด้วยซ้ำไป” รศ.ดร.พวงทองชี้

มองภาพสังคมตอนนี้ คิดว่าประชาชนคนไทยเหลือสิทธิอะไรบ้างที่จะทำได้ในประเทศนี้ ?

รศ.ดร.พวงทองกล่าวว่า เราก็พยายามทวงสิทธิกลับมา เบื้องต้นคือ “สิทธิในการเลือกตั้ง”

“โอเค วันนี้เรามีสิทธิในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเมืองพัทยา นี่คือสิทธิเบื้องต้นที่ทวงกันมาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ต่อไปก็คือ ‘การเลือกตั้ง’ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ถึงแม้ว่าเราจะรู้กันอยู่ว่า ‘กติกา’ ในการเลือกตั้งที่เรามีอยู่นั้น มันไม่แฟร์ เขาได้วางกับดักที่จะทำให้เสียงของประชาชนไม่ส่งผลเป็นรัฐบาลจากเสียงส่วนใหญ่ แต่คิดว่า ประชาชนก็พยายามสู้ตามเกมที่มีอยู่ ไม่อย่างนั้นก็นำไปสู่หนทางเดียว คือประชาชนลงสู่ถนน แล้วก็เกิดการปะทะ เกิดการปราบปรามขึ้น

คิดว่าประชาชนไทยอดทนมาก และพยายามมาก ในการที่จะทวงสิทธิของตัวเองให้ได้มา ดิฉันคิดว่า หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ก็หวังอย่างมากว่า พรรคที่บอกว่าตัวเองอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย จะพยายามที่จะผลักดันในหลายเรื่อง อย่าง ‘สิทธิในการปกครองตนเองของท้องถิ่น’ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ต้องกลับไปแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องการปกครองส่วนภูมิภาค” รศ.ดร.พวงทองระบุ

เมื่อถามว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าหากมีคนชงขึ้นมาว่า อยากได้นายกฯ คนนอก ?

รศ.ดร.พวงทองกล่าวว่า คือทางเลือกของผู้แพ้ ของคนที่ไม่สามารถชนะได้ในเกม กติกา ที่มีการแข่งขันอย่างฟรีและแฟร์ ไม่สามารถที่จะยอมรับ นายกฯ และรัฐบาลที่มาจากเสียงของคนส่วนใหญ่ได้ ก็จะร้องหานายกฯ คนนอกอยู่เสมอ ซึ่งถามว่า นายกฯ คนนอก เป็นกลางจริงหรือไม่ ดิฉันไม่เชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมือง คงต้องไปดูแบ๊กกราวนด์ของเขาว่าแบ๊กอัพ ของเขาที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร คนที่สนับสนุนเขาเป็นใคร เขามีความคิดทางการเมืองอย่างไร มีความคิดในเรื่องการบริหารเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ได้ประโยชน์จากคนแบบนี้

แต่ว่าถ้าเป็นนายกฯ ที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน เขาจะพยายามทำความเข้าใจว่าปัญหาของประชาชนคืออะไร และจะมีนโยบายอย่างไร ที่จะตอบสนองปัญหาของประชาชนที่เป็นฐานเสียงของเขา

ส่วนตัวอาจารย์อยากได้ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบไหน ?

รศ.ดร.พวงทองเปิดเผยว่า โดยหลักการ ต้องเป็นคนที่เข้าใจปัญหาของพื้นที่ในแต่ละจังหวัด ทำงานในพื้นที่ เรียกว่ามีนโยบายที่ไม่ใช่ “ผักชีโรยหน้า” เป็นนโยบายที่คิดว่า ทำไปแล้วจะส่งผลต่อท้องถิ่นในระยะยาว ทำให้ประชาชนเห็นว่า โครงการทั้งหลายที่เขาเสนอมา แล้วผู้ว่าผลักดัน มันเป็นประโยชน์กับท้องถิ่นอย่างไร ให้ประชาชนเห็นถึงพลังของตัวเองว่า เมื่อฉันเลือกแล้ว ฉันได้ผู้ว่าที่ดีมา ที่จะตอบสนองปัญหาท้องถิ่นได้

“แน่นอน เราคงไม่ได้ผู้ว่าที่เพอร์เฟ็กต์ทั้งหมด สมมุติในอนาคตข้างหน้าเรามีโอกาสที่จะ เลือกผู้ว่าฯ ได้ทั้ง 77 จังหวัด ก็คงต้องมีคนที่มีปัญหาบ้าง เป็นเรื่องปกติในกระบวนการประชาธิปไตย เป็นเรื่องที่ประชาชนเอง ก็จะตรวจสอบ ติดตามผล แล้วก็จะตัดสินเขาอีกทีเมื่อมีการเลือกตั้ง เพราะว่ากระบวนการในการเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้เราผิดพลาดได้ ผิดพลาดแล้วเราสามารถที่จะแก้ไขใหม่ได้ ไม่ใช่ว่าพลาดแล้ว ไล่แล้ว 8 ปีแล้ว ก็ยังอยู่ ไม่ทำอะไร” รศ.ดร.พวงทองชี้

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เกิดขึ้นได้จริง ?

รศ.ดร.พวงทองกล่าวว่า ในขณะนี้ ส่วนเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด จำกัดอยู่ในเมืองใหญ่ แต่ใช่ว่าประชาชนไม่เห็นความสำคัญ

“เขาเห็นความสำคัญ แต่ว่าชีวิตของประชาชนนั้น เอาจริงๆ คนรากหญ้า คนจน มีปัญหาในชีวิตประจำวันเยอะมากที่เขาจะต้องคำนึงถึง จะให้มาร่วมผลักดันกับเราในเรื่องพวกนี้ ในเรื่องทางการเมือง ก็อาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่คิดว่า ถ้ามีการลงประชามติ มีการรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนว่าเราควรจะต้องทำอะไร ผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งดีอย่างไร ดิฉันเชื่อว่าประชามติโดยท่วมท้น จะเอา ประชาชนต้องการที่จะเลือกเอง รศ.ดร.พวงทองกล่าว