หน้าแรก การเมือง พ่อ ‘เก็ท’ ลุ...

พ่อ ‘เก็ท’ ลุ้น ขอปล่อยลูกไปสอบใบประกอบฯแพทย์

27.05.22 | 12:48 น.

พ่อ ‘เก็ท’ ลุ้น ขอลูกออกมาสอบใบประกอบฯแพทย์ ‘ตะวัน’ ยัน คนเก่งไม่ควรอยู่ในนั้น อดข้าวในคุกสุดทรมาน

สืบเนื่องศาลอาญา รัชดา มีคำสั่งให้ประกันตัวชั่วคราว น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน นักศึกษา อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาคดี ม.112 พร้อมเงื่อนไขเมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) ภายหลัง น.ส.ทานตะวันถูกคุมขังตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา และประกาศอดอาหารทวงคืนสิทธิประกันตัว เป็นเวลา 37 วันนั้น

เมื่อเวลา 09.03 น. วันที่ 27 พฤษภาคม น.ส.ทานตะวัน ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก บอกเล่าความทรมานของการอดอาหารในเรือนจำ ทั้งยังกล่าวให้กำลังใจ นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท นักศึกษาแพทย์ ภาควิชารังสีเทคนิค คณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล อายุ 23 ปี จากกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ผู้ต้องหา คดี ม.112 ซึ่งถูกคุมขังระหว่างการสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเวลา 26 วัน พร้อมประกาศอดอาหาร 22 วันแล้ว

น.ส.ทานตะวันระบุว่า “แม้เราจะคุยโต้ตอบได้เหมือนปกติ แต่ไม่ได้แปลว่าร่างกายเราปกติ”

นี่เป็นคำพูดที่เราพูดตอนเยี่ยมทนายหลังรู้ว่าเรือนจำมีแถลงการณ์ออกไปว่าร่างกายของเราปกติแข็งแรงสมบูรณ์ดี

Advertisement

แต่ความปกติเดียวที่เราเริ่มจะชินไปในแต่ละวัน เหมือนว่าจะเป็นอาการ ”หน้ามืด” ที่มีทุกวัน วันละหลายๆ รอบ จนเหมือนกลายเป็นเรื่องปกติในแต่ละวันไปแล้ว

การอดอาหารและกินเพียงแต่น้ำและนม ซ้ำยังอดใน ”คุก” เป็นอะไรที่ทรมานตัวเอง ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ อยู่ในคุกก็ทรมานมากพอแล้ว การอดอาหารยิ่งทำให้พวกเราทรมานมากขึ้นไปอีก พวกเราเข้าใจในความเป็นห่วงของหลายๆ คนมากๆ เพียงแต่พวกเราอยากแสดงให้เห็นว่า ผู้มีอำนาจเหล่านั้น ”คิดผิด” ที่เอาพวกเราเข้าไปอยู่ในนั้น เพราะถึงแม้มันจะมีความทรมาน แต่มัน ”ไม่เคยมีความกลัว” อยู่ในนั้นแม้แต่นิดเดียว

แต่ละวันที่ผ่านพ้นไปในคุก แต่ละวันที่อดอาหาร บางวันเราอาจจะดูสดใสขึ้นมาหน่อยเพราะกินน้ำและนมเยอะขึ้น แต่บางวันที่เราไม่มีกะจิตกะใจจะกินน้ำหรือนมในปริมาณที่พอจะให้ร่างกายมีเรี่ยวแรง สภาพเราก็ไม่ต่างอะไรจากซากศพที่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการฝืนอาบน้ำและใช้ชีวิตในแต่ละวัน แต่ในทุกๆ วันที่ผ่านพ้นไป ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนมาเรื่อยๆ ว่า มันจะไม่ไหวแล้ว ของเราเริ่มจากหน้ามืดวันละหลายรอบ ถัดมาเป็นเลือดออกตามไรฟัน และเริ่มมีอาการปวดท้องด้านซ้ายเล็กน้อย

แม้วันนี้เราจะได้ออกมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ยังมีอีกคนที่อดอาหารอยู่ในนั้น ยังมีคนเก่งคนนึงที่กำลังทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกายและจิตใจอยู่เบื้องหลังกรงขังนั้น Get Surariddhidhamrong รีบออกมาได้แล้ว ข้างนอกนี่ต่างหากที่เป็นที่ของคุณ คนเก่งแบบคุณเหมาะกับอาหารอร่อยๆ ข้างนอกมากกว่านะ

ทั้งนี้ นายสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย ศิลปินอาวุโส เจ้าของรางวัลศรีบูรพา 2562 ได้วาดภาพ น.ส.ทานตะวัน พร้อมส่งกำลังใจนักสู้ที่อยู่ในเรือนจำผ่านทางคอมเมนต์ด้วยว่า เป็นพลังใจให้เก็ท และทุกคนที่ถูกคุมขังด้วยอำนาจอธรรม เป็นกำลังใจให้ตะวัน ฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

ด้าน น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา กลุ่มราษฎรเอ้ย ก็ได้โพสต์ข้อความบอกเล่าถึงอาหารของ นายโสภณ หรือเก็ท ความว่า

เท่าที่หนูทราบตอนนี้ จะมีทนายสิทธิเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าเยี่ยม และเห็นอาการ รวมถึงสภาพร่างกายของเก็ทได้ (ถือเป็นบุคคลภายนอกเพียงคนเดียว)

ใจความสำคัญทนายได้อัพเดต ดังนี้

“เก็ทอดอาหารจนน้ำหนักลด จาก 49 เหลือ 44 โล เริ่มมึนหัว และมีอาการวูบ ทำให้อ่านหนังสือได้ลำบาก สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อสภาพจิตใจของเก็ทไม่แพ้กัน”

ในเวลานี้เก็ทเองถูกย้ายจากแดน 8 ไปอยู่แดน 4 ซึ่งเป็นแดนเดียวกับพ่อหนุ่ม สมบัติ ทองย้อย

พ่อหนุ่มได้เห็นตัวจริง! และเล่าอาการของเก็ทว่า

“ตอนนี้เก็ทผอมติดกระดูก”

เนื่องจากเดิมเก็ทเป็นคนผอม พออดข้าว เก็ทจึงมีอาการที่ค่อนข้างหนักและเห็นสภาพร่างกายได้ชัดเจน
(พ่อหนุ่มอยู่ในเรือนจำแดนเดียวกับเก็ทจึงเห็น)

ซึ่งอาการเหล่านี้ตรงกับที่ทนายได้อัพเดตผ่านเพจ

น.ส.วรรณวลียังระบุอีกด้วยว่า การมาพิมพ์บอกในวันนี้ เพราะมันเริ่มมีการ “สร้างข่าวลือ” ออกมาว่า เก็ทไม่ได้อดข้าวจริง ตามที่ทนายแจ้ง

(เถียงคนที่เจอเก็ทตัวจริงไปอีก)

“หนูก็อยากจะบอกแบบนี้ สำหรับตัวหนูเอง หนูจะเลือกเชื่อจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และเชื่อจากคนที่ได้เจอเก็ทจริงๆ เท่านั้น ขอให้ทุกๆคน วิเคราะห์ข่าวกันให้ดีๆ และระวังกันไว้ด้วยระวังการแทรกแซง ด้วยวิธีสกปรกของเจ้าหน้าที่ เราเคยเห็นตัวอย่างกันมาแล้ว ระวังกันด้วยครับ”

ปล. โพสต์ นี้ 27 พ.ค. 65 เวลาตี 4
หากเก็ทยังคงถูกคุมตัวในระยะเวลานานกว่านี้
จะสามารถโทรไลน์เยี่ยมได้ คนภายนอกอาจเห็นสภาพร่างกายเก็ทได้มากขึ้น
แต่ ณ เวลานี้ วันนี้ มีเพียงทนายที่เข้าเยี่ยม
และ คนข้างในเรือนจำเท่านั้นที่เห็น

ขณะที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้อัพเดตความคืบหน้าว่า เมื่อเวลา 11.49 น. ว่า วันนี้ ศาลนัดไต่สวนคัดค้านฝากขังเก็ท หลังตำรวจขอฝากขังอีก 12 วัน อ้างรอความเห็นจากผู้บังคับบัญชา

พ่อเก็ทแถลงในฐานะทันตแพทย์ เก็ทไม่สมควรเสียโอกาสสอบใบประกอบวิชาชีพรังสีเทคนิคและถูกฝากขังไว้ต่อไปจนหมดโอกาสเป็นบุคลากรการแพทย์ที่ดีของประเทศ

ศาลนัดฟังว่าจะให้ฝากขังหรือไม่ 13.30 น.

ต่อมา เวลา 14.40 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลให้ฝากขังเก็ทต่อไปอีก 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2565 ให้เหตุผลว่า พนักงานสอบสวนยังทำสำนวนไม่แล้วเสร็จ เหตุรอการพิจารณาจากผู้บังคับบัญชา

ขณะ นายโสภณ หรือ เก็ท ตั้งคำถาม “จุดยืนของศาลอยู่ตรงไหนกันแน่ เคยบอกว่าจะให้ฝากขังครั้งสุดท้ายมาหลายครั้ง แต่วันนี้ก็ยังให้ขังต่ออีก”

เวลา 14.50 น. หลังศาลให้ฝากขังเก็ทต่ออีก 7 วัน ทนายความยื่นประกันตัวเก็ทต่อทันที โดยวางเงิน 100,000 บาท และเสนอให้ศาลแต่งตั้งพ่อของเก็ทเป็นผู้กำกับดูแล และให้แม่ของเก็ท เป็นนายประกันในครั้งนี้ ขณะนี้รอฟังคำสั่ง

ด้านพ่อและแม่ของ เก็ท เผยว่า เก็ทได้งานด้านรังสีเทคนิค ที่ รพ.แห่งหนึ่งใน กทม. และต้องเริ่มงาน 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เก็ทถูกขังจึงไปเริ่มทำงานไม่ได้ ไม่แน่ว่า รพ.อาจหาคนอื่นแทนแล้ว ขณะเดียวกัน มิถุนายนนี้ต้องออกไปติวสอบใบประกอบโรคศิลปะที่คณะจัดเพื่อเตรียมสอบช่วง กรกฎาคมซึ่งเปิดเพียงปีละครั้ง

เวลา 16.50 น. ด้านการยื่นคำร้องขอประกันตัวเก็ท หลังศาลให้ฝากขังต่ออีก 7 วัน ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนในวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 น. โดยให้เตรียมพยานเข้าไต่สวนให้พร้อมทั้งพ่อและปู่ของเก็ทด้วย