“ส.ส.เพื่อชาติ” ซัด “บิ๊กตู่” บริหารประเทศเอื้อประโยชน์นายทุน ยก 8 เหตุผลไม่สมควรนั่งนายกฯต่อ จวกอย่าลืมเวลาชี้นิ้วด่าคนอื่น อีก 3 นิ้วก็ชี้กลับมาหาตัวเอง ขอสมาชิกกดปุ่มไม่ไว้วางใจ แล้วคนไทยจะมีความสุขทั้งประเทศ
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่สาม ซึ่งเป็นการจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘เต้’ อุ้มพระ ขอบิณฑบาต ไล่ประยุทธ์ลาออก ปลดปล่อยประเทศ ซัดอยู่ไปก็ไม่มีไรดีขึ้น
- ‘ขจิตร’ ลุกขอกลางสภา ไอ้ธรรมนัสน้องรัก ทำมือส.ส.ให้ศักดิ์สิทธิ์ ยกเอาประยุทธ์ออกไปที
- ‘สมคิด’ รับถึงบางอ้อ ทำไม ‘แรมโบ้’ ป้อง ‘บิ๊กตู่’ สุดชีวิต เพราะใช้เส้น ดันลูกๆให้เป็นตร.
จากนั้น น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ (พช.) อภิปรายว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พยายามที่จะเคลมผลงานและกระแนะกระแหนว่ารัฐบาลอื่นได้ทำหรือไม่ มายด์เซตท่านเป็นเช่นนี้เพราะท่านคิดเสมอว่าความสำเร็จที่ท่านทำได้คือการได้สั่งงานและสั่งการไปแล้ว แต่ท่านกลับไม่ได้ดูผลลัพธ์ นอกจากนี้ ยังไม่หลายเรื่องที่ท่านคิดว่าคนอื่นไม่รู้ พอยึดอำนาจก็คุยฟุ้งว่า “คนอื่นไม่ทำ ผมจะทำ ผมจะมาแก้ปัญหา” แต่พอนานไปปัญหาก็ยังคงอยู่ ที่สั่งการไปก็ทำไม่สำเร็จ และท่านก็จะบอกว่าจะให้ทำอย่างไรจะให้ย้ายไปขายที่ดาวอังคารหรือ และแม้ว่าท่านจะเกลียดมิสเตอร์โทนี่ แต่ท่านก็แอบลอกเลียนแบบ แต่ไม่ว่าจะลอกเลียนแบบอย่างไรผลที่ออกมาก็ไม่เหมือนกัน พอระยะสุดท้ายเมื่อหาทางออกไม่ได้ ท่านก็เอาคนของในระบบทักษิณกลับมาใช้งาน เอาเข้ามาช่วยงานเพราะหวังว่างานจะเดินออกมาได้ แต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าปัญหาต่างๆ ที่ท่านบอกจะแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นก็กลับหนักกว่าเดิม งานวิจัยทุกสำนักเห็นตรงกันว่ารวยกระจุก จนกระจาย ความเหลื่อมล้ำก็เกิดติดอันดับหนึ่งของโลก และนี่เป็นผลงานด้านลบของท่านที่เห็นได้ชัดเจน เพราะท่านติดกับดักการผูกขาดสัมปทานกับบรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย ท่านต้องตอบแทนผู้อุปถัมภ์ทางการเมืองของท่าน และต้องตอบแทบผู้สนับสนุนทางการเมืองในการยึดอำนาจของท่าน
น.ส.ปิยะรัฐชย์กล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา แทนที่ท่านจะแยกนโยบายที่ดีกับการทุจริตออกจากกัน ท่านกลับเอาเรื่องทุจริตมากลบเรื่องนโยบายและท่านยังทำเฉไฉ ทำนโยบาย ทำโครงการที่เอื้อให้กับเจ้าสัวได้ก่อน อาทิ เกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งแท้จริงแล้วปัญหารากเหง้าของการเกษตรเป็นเรื่องของภาคการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการตลาด เพราะท่านไม่มีความสามารถที่จะนำเอาผลผลิตออกไปขาย ท่านก็สั่งให้ลดพื้นที่ของการเพาะปลูก ท่านทราบหรือไม่ว่าประชากรโลกบริโภคข้าว 421 ล้านตันและเราส่งออกข้าวเพียงแค่ 10 ล้านตัน คิดเป็นแค่ 2.375% ล้านตันของผลผลิตในประเทศไทย และเป็นตัวเลขที่ท้าทายกับคนที่ทำงานและบริหารงานเป็น ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่บุคคลนั้น ทั้งนี้ เกษตรแปลงใหญ่จะมีการใช้เครื่องจักรกลและกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์กลุ่มแรกคือกลุ่มนายทุน เพียงแค่ 4-5 ตระกูล เพราะนายทุนบางรายมีที่ดินล้านไร่ รวมถึงเรื่องการกำหนดนโยบายก็เข้าทางเจ้าสัว เจ้าสัวคิดแล้วท่านทำใช่หรือไม่
“ส่วนเรื่องการแก้ไขการประมง ประเทศเพื่อนบ้านเขาคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก และเมื่อองค์กร IUU มาตรวจสอบ เขาก็ขอเวลา 10 ปีในการปรับตัวกับการแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ เขาก็ขอผ่อนผัน แต่ประเทศไทยขอแค่ 1 ปี เพราะท่านรนราน กลัวการแซงก์ชั่นเนื่องจากการยึดอำนาจ ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย หนำซ้ำการเก็บภาษีปลาก็แพงมาก ในรัฐบาลของท่านมีลุงคนหนึ่งที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการประมง โดยเฉพาะเรื่องการรับซื้อเรือ การแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ท่านรับปากไว้แต่ผ่านมาหลายปีก็เงียบ คนจึงเรียกว่าระบอบประยุทธ์ คนจนยิ่งตาย ซึ่งนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านสร้างภาระให้กับประเทศอย่างไรบ้าง และต้องขอมือสมาชิกในสภาแห่งนี้ลงมติไม่ไว้วางใจเพื่อให้เขาได้พ้นจากอำนาจสักที เพราะตอนนี้ภาระของประเทศมีจำนวนมาก” น.ส.ปิยะรัฐชย์กล่าว
น.ส.ปิยะรัฐชย์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ตนมีเหตุผล 8 ข้อที่จะชี้ให้เห็นว่าเพราะอะไร พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป คือ 1.ช่วงเวลาแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเข้าสภามาด้วยความไม่เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่านหลอกแกนนำทั้งหลายไปรวมกันแล้วจับเขา ท่านเข้ามายึดอำนาจเพื่อไม่ให้ใครมาต่อต้านท่าน 2.ท่านทำลายระบอบคุณธรรมโดยเฉพาะระบบราชการ โดยตั้งข้อหาแล้วโยกย้ายคนออกจากตำแหน่งทั้งข้าราชการท้องถิ่นและส่วนกลางที่ท่านมองว่าเป็นฝั่งตรงข้ามกับท่าน 3.ท่านรับชอบ แต่ไม่รับผิด ในหลายครั้งที่คำสั่งเกิดความผิดพลาด เกิดความเสียหาย ท่านก็เบี่ยงเบนไปให้ผู้อื่น เช่น โครงการรับจำนำข้าวที่ท่านก็ทราบดีว่ามีการให้ม็อบไปปิดหน้าสนาบันการเงินเพื่อไม่ให้มีการจ่ายเงินให้กับชาวนา แต่พอท่านยึดอำนาจเสร็จท่านก็สั่งจ่ายเงินผ่านสถาบันทางการเงินโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ซึ่งท่านเองก็ทำตัวเหมือนรัฐบาลที่ท่านยึดอำนาจมา หรืออย่างกรณีเหมืองทองอัครา ท่านกลัวว่าต่างประเทศที่เข้ามารับสัมปทานจะฟ้องแพ่งท่าน เพราะยังมีประเด็นที่หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วฟ้องประเด็นแพ่งแพ้ รัฐต้องจ่ายแทนให้ แต่กลับมีการอ้างว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้าท่านแพ้ท่านก็ต้องควักเงินออกจากกระเป๋าของท่านมาจ่าย
“ฉะนั้น จึงมีกระบวนการวิ่งเต้นโดยลิ่วล้อของท่าน โดยเป็นการประสานงานกับคู่กรณีในต่างประเทศโดยการเพิ่มพื้นที่สัมปทานให้ และมีการดีลเกิดขึ้นโดยไม่มีการเปิดเผย การเจรจาของรัฐบาลไทยมีการเสนอผลประโยชน์ที่มากเกินไปและมากกว่าที่บริษัทอัคราเคยได้รับก่อนหน้านี้หรือไม่ เปรียบเหมือนการยกทรัพย์สินของชาติแลกกับการถอนฟ้องหรือไม่ บริษัทคิงส์เกตได้รับผลประโยชน์มากกว่าข้อพิพาทใช่หรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นความเสียหายจากการออกนโยบายและคำสั่งที่ผิดพลาดของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งที่ท่านชี้ว่าคนอื่นว่าขายชาติ ทรยศชาติ แต่ท่านอย่าลืมว่าวันที่ท่านชี้นิ้วด่าคนอื่นอีก 3 นิ้วของท่านก็ชี้กลับมาที่ตัวท่านเช่นกัน”
น.ส.ปิยะรัฐชย์กล่าวต่อว่า 4.ท่านตั้งคนของตนเองไปอยู่ในองค์กรต่างๆ เพื่อป้องกันการตรวจสอบและใช้คนในองค์กรอิสระมาเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ตลอดจนมีการข่มขู่คุกคามให้คนอื่นกลัวแล้วบังคับให้มาเป็นพวกของท่าน 5.การก่อหนี้โดยอ้างเศรษฐกิจโลกและการเกิดโรคระบาด นับตั้งแต่ท่านยึดอำนาจมาท่านสร้างประชาธิปไตยครึ่งใบในสภาแห่งนี้ รวมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 12 ครั้งภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ท่านถลุงเงินของประเทศชาติไปแล้วทั้งสิ้น 28.5 ล้านล้านบาทและ 8 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ท่านเข้ามายึดอำนาจท่านกู้เงินไปแล้ว 5 ล้านล้านบาท 6.ความโปร่งใส เรื่องความโปร่งใสนั้น นักวิชาการหลายสำนักเป็นพรรคพวกของท่าน และขนาดเขาเกรงใจท่าน โดยเฉพาะสภาหอการค้าไทย นักวิชาการที่เกรงใจท่านที่สุดกลับบอกว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มีการทุจริตอย่างสูงที่สุด โดยเฉพาะการเรียกรับผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์ ท่านไม่ได้สนใจที่จะสร้างความโปร่งใส และยังเอาตัวแทนขององค์กรนั้นมาเป็นคณะกรรมการรณรงค์การต่อต้านคอร์รัปชั่น นี่เป็นการหยามน้ำหน้าคนไทยเหลือเกิน
น.ส.ปิยะรัฐชย์กล่าวอีกว่า 7.การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากท่านไม่ได้คบกับพวกเจ้าสัว ท่านต้องแทนกลุ่มทุนต่างๆ เพราะเขาให้เงินพิเศษที่ท่านรับมาตั้งแต่รับราชการจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านชอบพระเขาก็เอาพระมาให้ท่าน ท่านชอบตีกอล์ฟเขาก็ปิดสนามกอล์ฟให้ท่านเล่น ถึงเวลา ส.ส.หิวกล้วยเขาก็เตรียมไว้ให้ท่าน ซึ่งการที่เขาให้ท่านมา 1 บาท เขาก็อยากจะได้คืนให้ท่านไป 10 บาท ซึ่งเงินเหล่านี้ควรจะมาสร้างความมั่นคงมั่งคั่งให้คนในประเทศ แต่กลับย้ายไปสร้างความมั่นคงมั่งคั่งในต่างประเทศ และ 8.ความมั่นคง ในเรื่องการรุกล้ำอธิปไตย ซึ่งไม่ใช่แค่เครื่องบินรบเท่านั้น แต่ท่านยังยอมให้เฮลิปคอปเตอร์บินเข้ามาหลายครั้ง ซึ่งหากไม่มีการสมยอมก็ไม่สามารถบินเข้ามาได้ และประเทศเพื่อนบ้านก็คงไม่กล้าทำ ซึ่งเมื่อเกิดเรื่องท่านก็ให้สัมภาษณ์แบบไม่แยแส
“ท่านรู้ดีว่าศักดิ์ศรีของทหารไทย ใครรานใครรุกด้าวแดนไทย ไทยรบจนสุดใจขาดดิ้น แต่วันนี้มัวเมากับอำนาจอยู่ทำเนียบ อยากหาพวกที่ยึดอำนาจเหมือนท่าน ท่านก็เอาใจเขา ท่านช่วยจุดธูปสาบานว่าเครื่องบินรบที่บินข้ามแดนมาเพื่อถล่มศัตรูของประเทศเพื่อนบ้าน ชนกลุ่มนี้หากเขาคิดว่าท่านปล่อยให้เขามาทิ้งระเบิด ซึ่งท่านก็รู้ดีว่าเขากำลังต่อสู้กับรัฐบาลกลางของพวกเขา และถ้าเขาคิดว่าท่านสนับสนุนรัฐบาลกลางของเขาและอยากตอบโต้บ้าง มาสร้างและใช้วิธีการก่อการร้ายกับคนในประเทศเรา ประเทศเราจะมีความสงบสุขได้อย่างไร ซึ่งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ควรรับผิดชอบ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ทำลายโอกาสต่างๆ ของประชาชนมา 8 ปีแล้ว ขอให้สมาชิกในสภาช่วยกันกดปุ่มไม่ไว้วางใจคนผู้นี้ แล้วคนไทยจะมีความสุขกันทั้งประเทศ” น.ส.ปิยะรัฐชย์กล่าว

