หน้าแรก การเมือง จตุพร-ทนายนกเ...

จตุพร-ทนายนกเขา ท้า ‘อย่ารีบยุบสภา’ ไหว้หลักเมืองเอาชัย ก่อนไล่บิ๊กตู่ หยุด 8ปี – หวั่นใช้ไม่กี่พยางค์เอื้ออยู่ต่อ

20.08.22 | 13:05 น.

จตุพร-ทนายนกเขา ไหว้ศาลหลักเมือง ก่อนม็อบไล่บิ๊กตู่ หวั่นใช้ช่อง ม.160 (4) เอื้ออยู่ต่อ ท้า ‘อย่ารีบยุบสภา’ อยู่เป็นชนวนสร้างความเปลี่ยนแปลง

เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมคณะ “ประเทศไทยต้องมาก่อน คณะหลอมรวมประชาชน” เดินทางเข้าสักการะศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการชุมนุมใหญ่ “นับถอยหลัง 8 ปี ประยุทธ์” วันที่ 21-24 สิงหาคมนี้ ที่ลานคนเมือง

โดยคณะหลอมรวมประชาชน เริ่มจากการนำพวงมาลัย มาสักการะ “เสาหลักเมือง” ซึ่งในทุกจังหวัดของไทยล้วนมีเสาหลักเมืองประจำจังหวัด เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนในเมืองนั้นๆ ในส่วนของ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร นับเป็นหลักชัยที่เคารพศรัทธาและที่พึ่งทางใจของผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ ที่นิยมกราบสักการะขอพร โดยเชื่อว่าหากได้มาขอพรเสาหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยตัดเคราะห์ เสริมโชคชะตา เสริมความมั่นคงรุ่งเรืองในชีวิต และประสบความสำเร็จ

ต่อมา คณะหลอมรวมประชาชน ได้เข้าสักการะ “เทพารักษ์ 5 องค์” ประจำศาลหลักเมือง ได้แก่ เจ้าพ่อหอกลอง เจ้าพ่อเจตคุปต์ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง และพระกาฬไชยศรี ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในซุ้มด้านทิศเหนือของศาลหลักเมือง ซึ่งมีความเชื่อว่า เป็นเทพารักษ์ที่ช่วยปกป้องคุ้มครอง และสร้างความร่มเย็นแก่ประเทศชาติและประชาชนทั่วประเทศ

Advertisement

อ่านข่าว : ‘จตุพร-ทนายนกเขา’ ขนรูปปั้นนักรบ ทำบุญ ‘เอาฤกษ์’ ก่อนเผด็จศึกไล่ประยุทธ์ 21-24 ส.ค.นี้

ชัชชาติ เบรก ‘จตุพร’ ไม่อนุญาตค้างคืนลานคนเมือง 8 ปีประยุทธ์ ผอ.เขตพระนคร จ่อนัดคุย

จตุพร ย้ายวิก จองลานคนเมือง 4 วัน นับถอยหลัง 8 ปีบิ๊กตู่

จตุพร ชวนกาปฏิทิน 21-24 ส.ค. เคาต์ดาวน์คืน 23 อยู่ยาวเช็กบิลประยุทธ์

เรื่องหลักเมืองและเทพารักษ์ทั้ง 5 ประจำพระนคร : โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

ชวน เซ็นคำร้องตีความตู่ 8 ปี ยื่นศาลรธน. 22 ส.ค. ‘วิษณุ’ ชี้ ยังรักษาการได้

ขณะเดียวกัน นายจตุพร ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาสำแดงพลัง ในวันที่ 21-24 สิงหาคมนี้ ให้ล้นทะลักลานคนเมือง

“พลังประชาชนจะกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ หยุด 8 ปี ไม่ให้อยู่ทำเนียบรัฐบาลได้อีกต่อไป” นายจตุพร ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา นายจตุพร และนายนิติธร ได้จัดรายการ Exclusive Talk ก่อนถึงวันนับถอยหลัง’ หยุด 8 ปี “ประยุทธ์” ที่ทสถานีพีซทีวี พร้อมถ่ายทอดสดผ่านทางแฟนเพจ โดยพูดคุยเกี่ยวกับการชุมนุมที่กำลังจะมาถึง

โดยทั้ง 2 เชื่อว่า กรณี ม.158 ใน รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดระยะเวลาเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมไม่เกิน 8 ปี จะเป็นชนวนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่

นายจตุพรกล่าวว่า ถ้าการบังคับใช้กฎหมายละเว้นการปฏิบัติกับคนบ้างคน โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว จะกลายเป็นชนวนสำคัญให้ประชาชนได้สำแดงพลังเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ในอนาคต ดังนั้น การยื่นตีความจะได้ผลการวินิจฉัยชี้ขาดออกมาทางใดก็ตาม คือ ยุบสภา ลาออก หรือช่วยเหลือปกป้องให้อยู่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ต่อ ก็คงเกิดประโยชน์กับ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิ้น แต่สำหรับประเทศ ประชาชนแล้ว ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

“พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไปแบบถูกประชาชนจัดการ มาแบบไหนก็ต้องไปแบบนั้น แล้วประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไปง่ายๆ ประเทศจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อและท่ามกลางวิกฤตของประเทศ ทุกกลไกต้องปฎิบัติให้เกิดความเท่าเทียมกันทุกฝ่ายในหลักของกฎหมายบ้านเมือง ไม่ใช่มาละเว้นให้คนแค่คนเดียว” นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร ยังชวนประชาชนออกมาสำแดงพลังในวันที่ 21-24 ส.ค.นี้ ให้ล้นหลามลานคนเมือง เพราะเชื่อและหวังว่า พลังประชาชนจะกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้อยู่ทำเนียบรัฐบาลได้อีกต่อไป ดังนั้น ขอประชาชนอย่ายอมอยู่กับความสิ้นหวัง เพื่อรอให้เกิดความหวัง เนื่องจากเกือบ 8 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้รู้ว่า ความหวังไม่มีและไม่เคยเกิดขึ้นเป็นจริงสักครั้ง

ส่วนการถกเถียงโต้แย้งกรณีระยะเวลา 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น

นายจตุพรระบุว่า ทุกฝ่ายควรยึดหลักข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาแสดงความเห็นหาทางออกของวิกฤตบ้านเมืองกัน โดยละเว้นการใช้ความรู้สึกส่วนตัวออกมาโน้มน้าวปกป้องช่วยหาทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์

สำหรับคณะหลอมรวมประชาชนแล้ว มีข้อสังเกตุว่า หากนายกฯ วันนี้เป็นคนอื่น ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ การถกเถียงข้อเท็จจริงตาม รัฐธรรมนูญก็ยังนำมาบังคับใช้กับทุกคน และทุกคนที่เป็นนายกฯ ต้องปฏิบัติอย่างเที่ยงตรงตามเจตนารมณ์ ห้ามผูกขาดอำนาจ หยุดใช้อำนาจแทรกแซงองค์กร หน่วยงานเพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับฝ่ายตัวเอง ดังนั้น พวกตนออกมาเรียกร้องจึงไม่มีเบื้องหลัง หรือบาดหมางเป็นส่วนตัวกับกลุ่มอำนาจและตัวของ พล.อ.ประยุทธ์

“ผมย้ำว่า การดำรงอยู่เป็นนายกฯ ต่อไปของ พล.อ.ประยุทธ์ คือชนวนของการเปลี่ยนแปลงประเทศครั้งใหญ่ ขออย่าได้รีบลาออก อย่ายุบสภา ขอได้อยู่ต่อไป แต่ยังหวั่นว่าจะลาออกก่อนครบเวลา 8 ปี เพราะจะส่งให้ผลเกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ได้หมดสิ้น ขอ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วยอยู่ต่อด้วย เพื่อให้เป็นต้นเหตุการเปลี่ยนแปลง” นายจตุพรกล่าว

ในกรณีค่าไฟแพงนั้น นายจตุพรกล่าวว่า มีหลายเรื่องที่คนไทยไม่ควรเสียเงินไปช่วยกลุ่มกิจการที่ไม่ได้ผลิตไฟฟ้า สิ่งนี้เป็นปัญหาหมักหมมของประเทศมานาน ดังนั้น การเรียกร้อง 8 ปี จึงเป็นการกดดันให้เกิดมโนสำนึกของประเทศในเรื่องอื่นๆ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมด้วย

ด้าน นายนิติธรชี้ว่า การชุมนุมกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป จะเป็นการตื่นตัวทางการเมืองที่ถูกกดทับมานาน แต่หนักหน่วงในช่วงเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีข้อกังขาถึงความเป็นธรรมทางกฎหมายใช้ได้กับทุกคนหรือไม่ อีกอย่างเมื่อเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ผลการวินิจฉัยต้องออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งประชาชนจะไว้ใจได้หรือไม่

ในข้อกฎหมายกำหนดระยะเวลานายกฯ ไม่เกิน 8 ปีนั้น รัฐธรรมนูญ 2560 ตาม ม.264 ได้กำหนดวันเริ่มนับเวลา 8 ปีไว้ชัดเจน และสิ่งสำคัญของมาตรานี้ได้แปรความหมายถึงการปฏิรูปทางการเมืองด้วย เพราะเวลารวมไม่เกิน 8 ปีแสดงถึงการห้ามผูกขาดอำนาจ หยุดอำนาจไม่ให้แทรกแซง หรือไปกดทับ กดข่มองค์กรอื่นๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองและฝ่ายตัวเอง

ดังนั้น เมื่อมีความแตกต่างทั้ง 2 ฝ่ายได้ถกเถียง โต้แย้งในเรื่องระยะเวลาเป็นนายกฯ แล้ว จึงเท่ากับทุกฝ่ายได้กดดันให้มีการวินิจฉัยตามความต้องการของฝ่ายตนเอง แต่ที่สุดแล้วผลการตีความจะออกมาอย่างไรย่อมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงประเทศขึ้น โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเบี้ยตัวหนึ่งในการจุดชนวน ดังนั้น ปรากฎการณ์นายกฯ ไม่เกิน 8 ปีจะออกมาอย่างไร ประชาชนต้องเตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของประเทศ

“ผมกังวลว่า จะมีการใช้ช่องทางเล็กๆ ด้วยข้อความไม่กี่พยางค์ใน รัฐธรรมนูญมาเป็นทางออกในการตีความให้เป็นประโยชน์กับ พล.อ.ประยุทธ์ เช่น ใช้ข้อความตาม ม.160 มีข้อย่อย (4) ระบุถึง ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งเป็นนามธรรม แต่อาจนำมาเป็นประโยชน์ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ ซึ่งผมเชื่อว่า คงใช้ไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นคนซื่อสัตย์หรือไม่” นายนิติธรกล่าว

นายนิติธรเชื่อว่า สาเหตุเวลาไม่เกิน 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้ประชาชนลุกขึ้นมากล้าใช้สิทธิเสียงเพื่อนำไปสู่การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยที่ประเทศมีหลักยึดได้อย่างแท้จริง

“อีกอย่าง ตลอดช่วง 8 ปีที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ เกิดหนี้ครัวเรือนสูงขึ้นอย่างมาก แต่แรงงานเรียกร้องค่าแรงเพิ่มกลับยากลำบาก ส่วนราคาสินค้าแพงขึ้นไปทั่ว คนจนไม่ได้รับการดูแล รวมถึงปัญหาชายแดนภาคใต้ราวกับเป็นธุรกิจความขัดแย้งเพื่อดึงงบประมาณลงพื้นที่ แต่แก้ไขให้สังคมสงบไม่ได้มา 8 ปีแล้ว ดังนั้น ปัญหาเหล่านี้ต้องเปลี่ยนแปลงด้วย” นายนิติธรระบุ

ส่วน กรณีการประชุมเอเปกนั้น นายนิติธรชี้ว่า จะเกิดผลดีกับไทยจริงหรือไม่ เพราะภูมิรัฐศาสตร์ไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจ อีกทั้งพันธะสัญญาอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐจะมีส่วนสำคัญดึงไทยไปอยู่ท่ามกลางความสุ่มเสี่ยงยิ่งขึ้น ดังนั้น ไทยควรอยู่บนจุดยืนของประเทศที่เคารพสิทธิ เสรีภาพของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อปกป้องตัวเองให้สงบร่มเย็น ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ทำไม่ได้

“เชื่อว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยู่ ก็มีคนนำประชุมเอเปกเป็นหน้าเป็นตาแทนได้ อย่ามาบอกไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ แล้วประชุมไม่ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงขอให้เลิกยึดติดตัวบุคคล แต่มายึดหลักของประเทศชาติแทนที่จะดีกว่าและสำคัญกว่า” นายนิติธรกล่าว