‘ผอ.ธปท.’ ถอดบทเรียน กยศ. ไม่ได้เกิดจากแค่ลูกหนี้ ‘โครงสร้างสินเชื่อมีปัญหา’ ต้องกำหนดดอกให้ชัด – สนใจ จะจ่ายคืนได้อย่างไร
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ซอยสุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา จัดสัมมนาในหัวข้อ “หนี้ กยศ. : แก้กฎหมาย…แก้หนี้ แก้ถูกที่หรือยัง?” โดยมีวิทยากรเข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.), ดร.ขจร ธนะแพสย์ ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และ นายวรุณ กาญจนภู รองเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย
ในตอนหนึ่ง ดร.ขจร ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็เห็นถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน เพราะรายได้ของประชนที่หายไป และเรื่องหนี้ กยศ.ก็เป็นเรื่องที่มองว่าต้องมีการแก้ไข แม้ว่า กยศ.จะมีคุณูปการในการทําให้คนรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการศึกษา แต่ในอีกด้านก็มีปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ไข
“เมื่อดูสัดส่วนคนที่กําลังผ่อนชำระหนี้ กับคนที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หนี้ กยศ.กลายเป็นหนึ่งในสินเชื่อที่หยุดพักชําระมากที่สุดในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศเรา เรื่องนี้สะท้อนถึงปัญหาที่เหมือนยอดภูเขานํ้าแข็ง คนทั่วไปจะเข้าใจว่าปัญหามาจากผู้กู้ที่ไม่มีวินัย และมีทัศนคติไม่อยากใช้หนี้เป็นหลัก แต่จริงๆ แล้วก็มีปัญหาใต้ภูเขานํ้าแข็งที่เราไม่รู้ แต่ก็เป็นปัญหาสำคัญที่ทําให้ผู้กู้ชําระหนี้ไม่ได้” ดร.ขจรกล่าว
ดร.ขจรกล่าวต่อว่า ตนมองว่ามีอยู่ 4 ปัญหาที่ต้องช่วยกันแก้ไข ได้แก่ 1.ระบบที่กําหนดให้ชําระหนี้เป็นรายปี ซึ่งสร้างความลําบากให้กับคนที่มีรายได้และไม่สามรถชําระหนี้ได้ทุกปี 2.ดอกเบี้ยค้างชําระ 3.เทคนิคลำดับการตัดหนี้ และ 4.การมีงานทําของผู้กู้ ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาสำคัญที่ทําให้ผู้กู้ไม่สามารถชําระหนี้สินได้
“อีกประเด็นที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย คือเวลาที่ประชาชนไปเรียนในมหาวิทยาลัย เราไม่มีข้อมูลว่าสิ่งที่ไปเรียน จบมาแล้วมีงานทําหรือไม่ เราให้ค่ากับการเรียนมหาลัยมากจนไม่คิดถึงต้นทุนที่เราใส่เข้าไป” ดร.ขจรกล่าว
ดร.ขจรยังกล่าวอีกว่า หนี้ กยศ.ไม่ได้เกิดจากลูกหนี้เพียงอย่างเดียว แต่โครงสร้างสินเชื่อตัวนี้ก็ยังมีปัญหา นอกจากแก้ปัญหาฝั่งลูกนี้แล้ว ฝั่งเจ้าหนี้เองก็ต้องแก้เหมือนกัน ในส่วนเรื่องของดอกเบี้ยนั้น ต้องกําหนดหลักแก้ไขของเราว่าต้องการอะไร
“อย่างแรกคือการเป็นกองทุนหมุนเวียน เพราะฉะนั้น จะต้องได้เงินคืนเพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป อย่างที่ 2 คือ ต้องให้ความสำคัญกับผู้กู้ว่าเขาจะต้องจ่ายได้ เราอยู่ในสังคมที่เจ้าหนี้ไม่ค่อยสนใจลูกหนี้มานาน บทเรียนจากเรื่อง กยศ.คือ ต้องสนใจลูกหนี้ว่าเขาจะจ่ายคืนได้อย่างไร และประเด็นที่ 3 คือ ผู้กู้หนี้จากกองทุน กยศ.มีอยู่หลายล้านคน ความแตกต่างของแต่ละคนมีเยอะ คนที่จ่ายหนี้ดีก็มี คนที่จ่ายหนี้ไม่ดีก็มี การจะจัดการเรื่องนี้ต้องมีนโยบายที่คิดอย่างรอบคอบ เราต้องสร้างแรงจูงใจในกรณีต่างๆ ให้เกิดความเหมาะสม” ดร.ขจรกล่าว


