‘มายด์’ ขอสะสมวิธีคิด รอวันผลิ ‘พลิกปวศ.’ มั่นใจ คนกล้าหาญ พร้อมเอาชนะรัฐอ่อนแอ

26.10.22 | 22:22 น.

‘มายด์’ สั่งสมวิธีคิด ให้ผลิพร้อม รอวัน ‘เอาชนะ’ รัฐอ่อนแอ ยัน ยิ่งสู้ยิ่งเห็นพัฒนาการ คนกล้าหาญ พร้อมเปลี่ยนประเทศ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ GalileOasis ซอยโรงเรียนกิ่งเพชร ถนนบรรทัดทอง เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw จัดงานเปิดตัวหนังสือ “THERE’S ALWAYS SPRING – เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบาน” ที่ร่วมเขียนโดยอาสาสมัครสังเกตการณ์การชุมนุม ภายใต้โครงการ “Mob Data Thailand” เพื่อสังเกตการณ์ และบันทึกข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมสาธารณะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา


โดยบรรยากาศ เวลา 18.00 น. ตัวแทนสวนดอกไม้แห่งความหวัง ได้แก่ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ร่วมวงเสวนาสะท้อนภาพการชุมนุมช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด โดยมี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการฯ ไอลอว์ ดำเนินรายการ ท่ามกลางประชาชน นักเคลื่อนไหว เดินทางมาฟังเสวนา และร่วมตอบคำถาม ด้วยการทายภาพเหตุการณ์การชุมนุม ว่าเกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ เป็นการชุมนุมอะไร มีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้นดังกล่าวบ้าง

อ่านข่าว :

ในตอนหนึ่ง เมื่อนายยิ่งชีพ สอบถามว่า เมื่อนึกถึงปี 2563-2564 ที่มีพัฒนาการทางการเมืองหลายช่วง มีอะไรค้างอยู่ในใจบ้าง ภาพในใจที่มีความหมาย คืออะไร ?

Advertisement

น.ส.ภัสราสลี หรือ มายด์ เปิดเผยว่า เห็นแต่ความหวังเต็มไปหมด ปี 2559-2562 ยังเหงา ไปต่อตัานระบอบประยุทธ์ แจกใบปลิวยังโยนทิ้ง แต่ปี 63 ทำให้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ชัดขึ้น เห็นความสร้างสรรค์ที่คนสรรสร้างกันเอง ประกวดแฮชแท็ก เห็นการตื่นตัวอย่างรวดเร็วมาก

“ประเด็นถูกสานต่อ ขุดคุ้ยหาความจริงในอดีต ภาพ 6 ตุลา ภาพสีก็มีปรากฏมากขึ้น เราตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น และจากนี้เราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรได้ เป็นการชุมนุมที่สามารถคาดหวังการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด” น.ส.ภัสราวลีระบุ

เมื่อนายยิ่งชีพถามว่า ถ้าปี 2563 ให้ความหวัง พลัง แล้วตอนนี้ไม่มีการชุมนุมใหญ่ ความหวังที่เบ่งบาน ยังมีอยู่หรือไม่ ?

น.ส.ภัสราวลีอกล่าวว่า มีน้องๆ ที่ดินแดง ถูกปราบปราบอย่างรุนแรง ถูกเอาถุงดำครอบหัว ไม่ใช่เพียงกฎหมาย แต่ใช้มาตรการทางกำลังด้วย มันสร้างความกลัวหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่า สร้างสิ่งที่ทำให้มวลชนต้องตั้งหลักมากกว่า

“ตั้งแต่ 64 ผลักเพดานมาจนถึงจุดที่ทุกคน ต้องการควานหาคำตอบด้วยตัวเอง ทุกวันนี้ทวิตเตอร์ ยังมีประเด็นร้อนแรง ประเด็นถูกฝัง และคนกำลังหาทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป หลายคนมองว่าไม่มีม็อบเลย แต่มายด์คิดว่าเป็นการแสดงออกด้านอื่นมากกว่า อย่างงาน 6 ตุลา ที่ปีนี้มีการจัดงานเยอะมาก คนขุดคุ้ย หาคนผิดมาลงโทษ หรือจัดงานกรณีตากใบ ที่สะท้อนว่าคนตื่นตัวการเมือง กำลังสั่งสมวิธีคิดเพื่อเอาชนะ เมื่อถึงวันหนึ่งที่ผลิ พร้อม รัฐอ่อนแอ ประชาชนจะลุกฮือ และวันนั้นอาจจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปเลยก็ได้” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย มีการเปิดภาพ 13 สิงหาคม 2564 ม็อบศุกร์ 13 ไล่ทรราช ที่มีการสลายการชุมนุมที่แยกดินแดงครั้งแรก โดยปรากฏภาพ นายเอกชัย หงส์กังวาน นำถุงพลาสติกมาคุลมหัว เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาในการสลายการชุมนุม

น.ส.ภัสราวลี หรือ มายด์ กล่าวว่า เป็นการรวมกันของ สหแกงค์ ที่ไปรวมตัวกันโดยมีการสื่อสารในรูปแบบของตัวเอง แต่มีจุดประสงค์เดียว ซึ่งการที่เจ้าหน้าที่เอาตู้คอนเทนเนอร์ไปตั้งทำให้เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องเอาไปตั้ง

“มียุทธวิธีตอบโต้รัฐ ใช้ไม้เทนนิสตีแก๊สน้ำตากลับไป สิ่งนี้ทำให้เห็นพัฒนาการทางการเมือง ในอนาคต จะยิ่งมีคนกล้าหาญ ทั้งกายใจ พร้อมเปลี่ยนแปลงประเทศไปด้วยกัน” น.ส.ภัสราวลีกล่าว