‘ลูกเกด’ ฝากดึงสติ ขยับ ‘เพดานเสรีภาพ’ มึน ‘กำไลอีเอ็ม’ มีแค่ไทยดักดานใช้-ไม่เสียใจโดน 28 คดี

26.10.22 | 22:43 น.

‘ลูกเกด’ มึน กำไลอีเอ็ม มีแค่ไทยยังดักดานใช้-ไม่เสียใจโดน 28 คดี ย้อนกลับไป คงเคลื่อนไหว หนักกว่านี้ ขอแรงดึงสติผู้พิพากษา ย้ำ ‘เพดานเสรีภาพ’ ต้องขยับให้ทันโลก

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ GalileOasis ซอยโรงเรียนกิ่งเพชร ถนนบรรทัดทอง เขตราชเทวี กรุงเทพฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw จัดงานเปิดตัวหนังสือ “THERE’S ALWAYS SPRING – เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบาน” ที่ร่วมเขียนโดยอาสาสมัครสังเกตการณ์การชุมนุม ภายใต้โครงการ “Mob Data Thailand” เพื่อสังเกตการณ์ และบันทึกข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมสาธารณะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา


โดยบรรยากาศ เวลา 18.00 น. ตัวแทนสวนดอกไม้แห่งความหวัง ได้แก่ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ร่วมวงเสวนาสะท้อนภาพการชุมนุมช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด โดยมี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการฯ ไอลอว์ ดำเนินรายการ ท่ามกลางประชาชน นักเคลื่อนไหว เดินทางมาฟังเสวนา และร่วมตอบคำถาม ด้วยการทายภาพเหตุการณ์การชุมนุม ว่าเกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ เป็นการชุมนุมอะไร มีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้นดังกล่าวบ้าง

อ่านข่าว :

ในตอนหนึ่ง เมื่อนายยิ่งชีพ สอบถามว่า เมื่อนึกถึงปี 2563-2564 ที่มีพัฒนาการทางการเมืองหลายช่วง มีอะไรค้างอยู่ในใจบ้าง ภาพในใจที่มีความหมาย คืออะไร ?

น.ส.ชลธิชา หรือ ลูกเกด เผยว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งสนุกและมีความหวัง

“ตั้งแต่ปี 2557 ที่คนมากินแซนวิช (ต้านรัฐประหาร) กับเรา หลังจากนั้นไม่ถึง 10 ปี ไม่คิดว่าการเคลื่อนไหวจะขยายตัวขนาดนี้ แม้ตอนนี้โดน 28 คดี แต่ไม่เสียใจเลยสักครั้ง ถ้าให้ย้อนกลับไป อาจจะทำหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

“มี 2 เรื่องที่อยากพูดถึง ประเด็นแรก การเคลื่อนไหวทางการเมือง ตอนแรกชูเรื่องม็อบออร์แกนิค ได้รับเสียงค้านทางสังคม แต่มาถึงจุดหนึ่ง ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนเทรนด์ ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการชุมนุมมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนคอยตาม เหมือนอย่าง ประเทศฮ่องกง ชิลี

“ความท้าทายอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้น คือเราพยายามผลักเพดาน แล้วเสรีภาพในการชุมนุมเพดานก็ต้องขยับไปให้เท่าทันโลกด้วย นโยบายที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมบ้านเรา ต้องเอากลับมาแก้ไขให้สอดคล้องกับกระแสของโลกด้วยเหมือนกัน” น.ส.ชลธิชาชี้

เมื่อนายยิ่งชีพถามว่า ถ้าปี 2563 ให้ความหวัง พลัง แล้วตอนนี้ไม่มีการชุมนุมใหญ่ ความหวังที่เบ่งบาน ยังมีอยู่หรือไม่ ?

น.ส.ชลธิชากล่าวว่า มีหลายปัจจัยที่ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหว เช่น ใช้การบรรยายในมหาวิทยาลัย และเราหลายๆ คนกำลังทำงานอย่างหนัก ทั้งจัดค่าย อบรม เพื่อมีเพื่อนพร้อมเดินไปด้วยกันอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาดอกไม้จะบาน เราจะลุกฮือขึ้นมาบนถนนอีกครั้ง และเชื่อว่า จะมีพลังมากกว่าครั้งไหนๆ

“อยากให้ช่วยกันส่งเสียง เตือนสติผู้พิพากษาให้อยู่ในร่องในรอย สาเหตุหนึ่งที่เงียบหายไป มาจากการถูกข้อหา ติดกำไลอีเอ็ม อีกเรื่องที่พูดตลอด คือการกำหนดเงื่อนไขประกันตัว ที่มักมีเงื่อนไขแปลกๆ ออกมา ถามผู้พิพากษาว่าหมายความอย่างไร ได้คำตอบเป็น 10 แบบ ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็จะถูกถอนประกัน

กำไล อีเอ็ม มีแค่ประเทศไทย ที่ยังดักดานใช้ จากที่ทำงานร่วมกับเพื่อนด้านสิทธิ ไม่มี มีแค่ไทยที่ยังดักดาน เลือกที่จะใช้กับผู้ต้องหา ที่ใช้เสรีภาพทางความคิด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะไม่มีการชุมนุม แต่รูปแบบการเคลื่อนไหว จะเปลี่ยน” น.ส.ชลธิชากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย มีการเปิดภาพ 13 สิงหาคม 2564 ม็อบศุกร์ 13 ไล่ทรราช ที่มีการสลายการชุมนุมที่แยกดินแดงครั้งแรก โดยปรากฏภาพ นายเอกชัย หงส์กังวาน นำถุงพลาสติกมาคุลมหัว เพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาในการสลายการชุมนุม โดย น.ส.ชลธิชา กล่าวว่า ตนได้ไปร่วมสังเกตการณ์บ้าง