หน้าแรก การเมือง รองโฆษกสวน &#...

รองโฆษกสวน ‘พิธา’ รบ.ไม่ได้ออกกฎกระทรวงตัดหน้า แจงสารพัดประโยชน์ ทำเพื่อชาติที่แท้จริง

2.11.22 | 10:52 น.

รองโฆษกรัฐบาล ออกโรงแจงประโยชน์กฎกระทรวงผลิตสุราฉบับใหม่ สวน ‘พิธา’ รัฐบาลไม่ได้ตัดหน้า ไล่ไปกลัดกระดุมเม็ดแรกที่เป็นประโยชน์กับประชาชน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แสดงความคิดเห็นต่อกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 ชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนใจประชาชน แค่กลัวเสียหน้า กลัวขัดผลประโยชน์นายทุนว่า เป็นการแสดงความเห็นที่ไม่เห็นประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เอาผลการเมืองของตนเองเป็นหลัก ทั้งที่ประกาศกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 มีประโยชน์กับประชาชน 9 ประการ ดังนี้

1.กฎกระทรวงบังคับใช้ได้ทันเหตุการณ์ ทันที เหมาะกับบริบทของธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตสุราที่เปลี่ยนไป

2.สอดคล้องกับสภาพการณ์ในเชิงธุรกิจและการขออนุญาตจะทำได้ง่ายขึ้น

3.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้มากขึ้น เกิดความเท่าเทียมในการเข้าสู่ตลาด ไม่กีดกันทางการค้า

4.สุราได้คุณภาพมาตรฐานและเกิดการแข่งขันด้านกลไกตลาดที่เป็นธรรม

Advertisement

5.คุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคให้ปลอดภัยได้มากกว่า

6.ดูแลสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต ด้วยมีกฎหมายควบคุมไว้แล้ว

7.รักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมอาชีพให้ชุมชน

8.จัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เพิ่มรายได้เข้ารัฐที่จะส่งต่อให้สังคม

9.อุดช่องโหว่เรื่องไม่ควบคุมการผลิตสุรา ที่มิใช่เพื่อการค้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

น.ส.ทิพานันกล่าวว่า เมื่อได้พิจารณาศึกษาบทบัญญัติในกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนที่จะได้จากการปลดล็อกการผลิตสุราจะกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย สร้างประเทศที่ไม่ผูกขาดและผู้บริโภคก็ยังปลอดภัย โดยปรับกฎสำคัญคืออนุญาตให้ผู้ผลิตที่ไม่ใช่เพื่อการค้าได้รับอนุญาตสามารถผลิตสุราในครัวเรือนได้ และหากต้องการเป็นผู้ผลิตก็สามารถทำได้ ดังนี้

1.เบียร์ ผู้ผลิตขนาดเล็ก SME

กฎเดิม : ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท กำลังการผลิต 100,000 ลิตร ถึง 1,000,000 ลิตรต่อปี และเป็นบริษัทตามกฎหมายไทยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 51%

กฎใหม่ : ผู้ผลิตขนาดเล็กก็สามารถทำได้เพราะยกเลิกทุนจดทะเบียน ยกเลิกกำลังการผลิต ซึ่งต้องเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ผลิตสุราที่มีมาตรฐานตามที่กรมสรรพสามิต กำหนดและปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกฎหมายเกี่ยวกับสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

2.เบียร์ ผู้ผลิตขนาดใหญ่ (อุตสาหกรรม)

กฎเดิม : ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท กำลังการผลิต 100,000 ลิตร ถึง 10,000,000 ลิตรต่อปี และเป็นบริษัทตามกฎหมายไทยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 51%

กฎใหม่ : ผู้ผลิตขนาดใหญ่ยกเลิกทุนจดทะเบียน ยกเลิกกำลังการผลิต ต้องเป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานให้ระบบการพิมพ์เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของทางราชการและจัดทำรายงานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

3.สุรากลั่นและสุราแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ ขนาดเล็ก (SME)

กฎเดิม : ต้องเป็นสหกรณ์วิสาหกิจชุมชนองค์กรเกษตรกรห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือบริษัทใช้เครื่องจักรต่ำกว่า 5 แรงม้า

กฎใหม่ : โรงสุราการและสุราแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ขนาดเล็กยังใช้หลักเกณฑ์เหมือนเดิมและถ้าผลิตสุรามาแล้วหนึ่งปีโดยไม่มีการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตสามารถขยายขนาดโรงงานได้ต่ำกว่า 50 แรงม้า

4.สุราแช่ขนาดใหญ่ (อุตสาหกรรม)

กฎเดิม : เป็นบริษัทตามกฎหมายไทยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 51%

กฎใหม่ : เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

“สิ่งที่พรรคก้าวไกลเสนอในร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่…) พ.ศ.2565 (สุราก้าวหน้า) ได้ข้อเสนอให้ผู้ผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า ให้ทำเพียงแค่ ‘จดแจ้ง’ รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุรา ชนิดสุรา ขั้นตอนการผลิต และปริมาณการผลิตเท่านั้น อาจเป็นช่องโหว่ที่เสี่ยงให้การเกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจเกิดจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ตามปกติขั้นตอน

“ส่วนในฝ่ายบริหารก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติตามที่ผู้เกี่ยวข้องเสนอ และ ครม.มีมติประกาศกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 การอนุญาตให้ผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า รัฐบาลให้ความสำคัญคือ ต้องมีมาตรการควบคุมคุณภาพและสุขอนามัยในการผลิต สถานที่ผลิตที่จะไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นในชุมชน และสุราที่ผลิตจะต้องปลอดภัยมีคุณภาพได้มาตรฐาน” น.ส.ทิพานันกล่าว

น.ส.ทิพานันกล่าวด้วยว่า มาตรการต่างๆ ในกฎกระทรวงยังมีการคำนึงถึงการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต เป็นกฎหมายที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้บริโภค อีกทั้งยังคำนึงถึงความปลอดภัยในสังคม มุ่งหวังที่จะส่งเสริมภูมิปัญาท้องถิ่น ผู้ผลิตสุรารายใหม่สามารถเข้าสู่ธุรกิจสุราได้ง่ายขึ้น และผู้ผลิตสุราขนาดเล็กรายเดิมสามารถเติบโตได้ภายใต้การกำกับดูแลเรื่องคุณภาพสุราและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียของผู้บริโภคเป็นสำคัญด้วย

ทั้งนี้ น.ส.ทิพานันได้กล่าวถึงการทำงานการเมืองของนายพิธาว่า ควรกลัดกระดุมเม็ดแรกที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่มุ่งผลดีต่อพรรคการเมืองตนเอง การออกมาวิจารณ์กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับฟังความคิดเห็นประชาชนมาแล้ว ออกมาบังคับใช้ปลดล็อกการผลิตเพี่อการค้าและการผลิตเพื่อบริโภค รวมถึงสามารถใช้ได้ทันที ทันสมัย รอบคอบ และที่สำคัญไม่ได้มีการตัดหน้าใคร แต่ตัดสินใจทำเพื่อชาติและประชาชนอย่างแท้จริง