‘ทัศนัย-อาจารย์-น.ศ.’ วิจิตรศิลป์ มช. โดน ตร.ออกหมายเรียก ปมบุกตัดโซ่ทวงหอศิลป์ ปี’64 ‘อดีตคณบดี’ แจ้งความ
สืบเนื่องกรณีอาจารย์และนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ ใช้คีมตัดโซ่ที่คล้องและล็อกกุญแจประตูเข้า-ออก หอศิลปวัฒนธรรม มช. เพื่อเข้าไปแสดงศิลปนิพนธ์งานจบของนักศึกษา Media Art and Design เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2564 เนื่องจากผู้บริหาร มช.ขัดขวางไม่ให้นักศึกษาใช้หอศิลป์แสดงงานดังที่เคยทำกันทุกปี โดยอ้างว่างานศิลปะของนักศึกษามีเนื้อหาทางการเมือง นั้น
อ่านข่าว : ‘ทัศนัย-น.ศ.มช.’ ตัดโซ่ ยึดหอศิลป์คืน จ่อขอศาลคุ้มครอง ปมผู้บริหารค้านจัดงานแสดง
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า นายศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ และ ผศ.ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ภาควิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ (Media Art and Design) คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 จากสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ในคดีที่มี รศ.อัศวิณีย์ หวานจริง (นิรันต์) อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ เป็นผู้กล่าวหา ผศ.ทัศนัย กับพวก ในข้อกล่าวหาร่วมกันเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นฯ
เข้ารับทราบข้อหาบุกรุกหอศิลป์ มช.ในวันพรุ่งนี้ เวลา 13.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์
ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลอีกว่า นอกจากอาจารย์ทั้ง 2 คนแล้ว ยังมี นายยศสุนทร รัตตประดิษฐ์ นักศึกษาสาขาวิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ร่วมอีกด้วย โดยหมายกำหนดให้ทั้งหมดเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เวลา 13.00 น. โดยทั้ง 3 เตรียมจะเข้ารับทราบข้อหาพร้อมกันในวันเวลาดังกล่าว
สำหรับสาเหตุในคดีดังกล่าวมาจากเหตุการณ์ที่กลุ่มอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชา Media Art and Design พยายามเข้าไปใช้พื้นที่ของหอศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อจัดแสดงงานศิลปะประจำปีของสาขาวิชา ซึ่งก่อนหน้านั้นนักศึกษาได้มีความพยายามขออนุญาตใช้สถานที่จากผู้ดูแลและผู้บริหารของหอศิลป์ตามระเบียบ แต่ผู้บริหารหอศิลป์ไม่มีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าว
จนกระทั่งวันที่ 15 ต.ค.2564 เป็นวันที่ถึงกำหนดการที่จะต้องแสดงงานศิลปะของนักศึกษาและต้องมีขั้นตอนการเตรียมติดตั้งผลงานด้วย กลุ่มนักศึกษาสาขาวิชา Media Art and Design จึงได้มีการรวมตัวเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากเหตุการณ์ปิดกั้นไม่ให้ใช้พื้นที่หอศิลป์ดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการแสดงผลงานศิลปะและการศึกษาของนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับประกาศเข้าใช้หอศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวันรุ่งขึ้น เพื่อป้องกันความเสียหายต่อการแสดงงานศิลปะของนักศึกษา

ต่อมา วันที่ 16 ตุลาคม 2564 กลุ่มนักศึกษาพบว่าประตูของหอศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการคล้องโซ่และกุญแจล็อกไว้ ซึ่งปกติแล้วไม่มีการปิดกั้นในลักษณะดังกล่าว นักศึกษาและอาจารย์สามารถผ่านเข้าออกได้โดยอิสระ เพราะนอกจากพื้นที่หอศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว บริเวณดังกล่าวยังมีตึกเรียนของนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ตั้งอยู่ด้านหลังของหอศิลป์ด้วย ด้วยเหตุนี้ กลุ่มนักศึกษาและอาจารย์จึงได้ร่วมกันตัดโซ่ที่คล้องประตูทางเข้าหอศิลป์เพื่อเข้าไปใช้งานพื้นที่
ภายหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรายงานข่าวว่า รศ.อัศวิณีย์ คณบดีคณะวิจิตรศิลป์ในขณะนั้น ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์ที่เข้าไปใช้พื้นที่ดังกล่าว
นอกจากเหตุการณ์แจ้งความลงบันทึกประจำวันของกลุ่มนักศึกษาและการบุกยึดพื้นที่หอศิลป์แล้ว นักศึกษาสาขาวิชา Media Art and Design ยังได้มีการฟ้องร้องความล่าช้าของผู้ดูแลและผู้บริหารของหอศิลป์ที่ไม่มีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ จนอาจเกิดความเสียหายต่อนักศึกษา โดยได้มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ว่าการไม่ออกคำสั่งของผู้ดูแลผู้บริหารของหอศิลป์นั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การพิจารณาคดีของศาลปกครองนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มนักศึกษาได้เข้าใช้งานพื้นที่หอศิลป์จนเสร็จสิ้นกิจกรรมแล้ว ศาลปกครองจึงได้มีคำสั่งจำหน่ายคดี เนื่องจากเห็นว่าล่วงพ้นเวลาที่ศาลจะมีคำสั่งใดๆ เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนหรือความเสียหายของนักศึกษาได้แล้ว

