อนุทินเปิดใจ หลังถูกฝ่ายค้านฟ้อง ยันมี กม.คุมกัญชาอยู่แล้ว ไม่เคยเพิกเฉย ลั่น! อย่าทำนักลงทุนไขว้เขว
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทยและกรรมการแพทยสภา ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคฝ่ายค้าน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อพิจารณา “เพิกถอน” ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เราทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องรอกระบวนการยุติธรรม
“ส่วนที่ นพ.สมิทธิ์ระบุว่าเพราะไม่มีการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนนั้น ก็เป็นเพียงความเห็นของเขา แต่ในส่วนของ สธ.มีความมั่นใจว่าตามประกาศ สธ.ที่ออกมานั้นมีผลตามกฎหมาย ลดความเป็นกังวลของสังคม ป้องกันการเข้าถึงของเด็ก เยาวชน ใครทำนอกเหนือจากนี้ถือเป็นความตั้งใจทำผิด เจ้าหน้าที่ต้องไปดำเนินคดี” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีภาพเด็ก เยาวชน ใช้กัญชา แต่ไม่เคยปรากฏว่ามีการลงโทษเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ทำให้ถูกมองว่ามีการเพิกเฉย ละเลย และทำให้กัญชาเสรีเกินไป นายอนุทินกล่าวว่า ยืนยันว่า สธ.ไม่เพิกเฉยแน่นอน ประกาศ สธ.ก็คือส่วนหนึ่งของกฎหมาย อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนหรือกระทำเกินจากบทบัญญัติ เท่ากับจงใจทำผิดกฎหมาย ต้องดำเนินการเอาผิด ผู้มีหน้าที่ในการเอาผิดคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใครพบเห็น ถ้าจะเอาเรื่องก็ต้องแจ้งให้ดำเนินการเอาผิด เหมือนกับ พ.ร.บ.จราจร ห้ามขับเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อธิบดีกรมทางหลวงก็ไม่ได้ไปไล่จับ แต่คนเอาผิดก็คือตำรวจ
เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่าสามารถทำเป็นกฎกระทรวงเพื่อควบคุมกัญชาเสมือนเป็นยาเสพติดในระยะนี้ไปก่อนได้ นายอนุทินกล่าวว่า หากมีใครมาร้องอะไร แล้วเราต้องทำตามหมด คงไม่ใช่
เมื่อถามย้ำถึงจุดยืนว่าจะมีการดำเนินการอะไรระหว่างที่รอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ออกมาบังคับใช้ นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมา 5 เดือนแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่ควบคุมไม่ได้ ไม่มีเหตุอะไรนอกจากคนสร้างให้เป็นสถานการณ์ขึ้นมา ปกติทั่วไปไม่ได้รับรายงานความเสียหายเกิดขึ้น คนส่วนใหญ่เชื่ออยู่แล้วว่านโยบายกัญชง กัญชา เน้นเรื่องการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ เรื่องการแพทย์ก็เป็นยารักษาโรค หลายสูตรมีการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว เรื่องสุขภาพมีผลิตภัณฑ์สุขภาพขึ้นมามากมาย และผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ เมื่อเป็นผลิตภัณฑ์วางขายทั่วไปเชิงพาณิชย์ต้องมาขอ อย. ส่วนที่เป็นภูมิปัญญาต้องใช้ช่อดอกก็ต้องขออนุญาต แต่ถ้าเป็นใบ ไม่ต้อง ก็สามารถขายทำได้ เราต้องยึดอยู่บนหลักการศึกษาวิจัย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘ก้าวไกล’ ร้องส่งศาลคุ้มครองชั่วคราว พักประกาศปลดล็อกกัญชา หลังผสมในอาหารเกลื่อน
- ‘ฝ่ายค้าน’ แถลงหลังยื่น ‘ศาลปกครอง’ ให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งประกาศกระทรวงสธ.
- กก.แพทยสภา ไม่เห็นด้วย นพ.สมิทธิ์ ใช้ตำแหน่งฟ้องอนุทิน ชี้หวังผลเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เรื่องของ สธ.แล้ว ตราบใดไม่มี พ.ร.บ.ออกมาก็ต้องใช้ประกาศ สธ. ทั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ไม่มีอะไรแตกต่างจากประกาศ สธ.มาก แต่ พ.ร.บ.เป็นกฎหมายเฉพาะ ที่จะเอามาใช้ควบคุม อย่างไรก็ตาม ประกาศ สธ.ค่อนข้างครอบคลุมพอสมควร หากปฏิบัติตามประกาศกระทรวงก็ดีอยู่แล้ว ดูแล้วถ้าร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง มีการเล่นเกมการเมืองมากอาจจะมีการออกประกาศ สธ.ควบคุมช่อดอกกัญชาออกมาเพิ่มเติม เพื่อลดความกังวลของประชาชน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกฎกระทรวง หรือ พ.ร.บ. เมื่อเป็นกฎหมายทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม
“ไม่ใช่ว่าต้องเป็น พ.ร.บ.ถึงจะผิด เป็นประกาศ สธ.ไม่ผิด นี่เป็นเรื่องที่ฝ่ายค้าน ผู้เห็นต่าง พยายามเอามาทำให้ประชาชนไขว้เขว แต่ สธ.เป็นผู้ออกประกาศและควบคุมการใช้สิ่งเหล่านี้ ดังนั้น สธ.ก็ทำตามหน้าที่ตามประกาศของกระทรวง
“วันนี้ประเทศเดินหน้า มีนักลงทุนเข้ามาดำเนินการเรื่องนี้เป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท หากประเทศไทยโลเล วันนี้ทำได้ อีก 3 เดือนบอกทำไม่ได้ ก็จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และไม่มีความน่าเชื่อถือในการลงทุน คนที่พูดยังงงๆ อยู่ เห็นอยู่ว่าหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นอย่างไร ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ของพรรคก้าวไกลไปไกลถึงขั้นมีการจัดโซนนิ่งให้สูบด้วยซ้ำ ส่วนร่างของพรรคภูมิใจไทยไม่มีเรื่องนี้ แล้วกรรมาธิการก็ให้เรื่องสูบ เสพ ตกไป แล้วนำความกังวลต่างๆ มาใส่ในกฎหมาย เพิ่มจาก 45 มาตรา เป็น 95 มาตรา ถือว่ามีความสมบูรณ์ในการนำไปใช้ป้องกันการใช้ทางที่ผิดได้ คนที่พูดต้องการหวังผลทางการเมือง สกัดความนิยมของพรรคการเมืองที่เสนอกฎหมายฉบับนี้เท่านั้นเอง เพราะในบริบทกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนรัฐบาลข้อที่ 4” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวต่อว่า คำว่าเร่งด่วนจริงๆ ต้องทำใน 6 เดือน ไม่เกิน 1 ปี แต่เรามีการศึกษาวิจัยทั้งแผนไทย แผนปัจจุบัน จึงยืดจนเกือบหมดสมัยรัฐบาล ถึงเสนอเข้าสภา ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าหมอทั้งกระทรวงอยู่ข้างการเมืองนั้น ขอยืนยันว่าไม่จริง เพราะตนทำงานมา 4 ปี ไม่เคยไปแทรกแซงการทำงาน เคารพหลักวิชาการ และหน้าที่ของแต่ละคน ดังนั้น เรื่องนี้ไม่มีการย้อนกลับ “สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ” The river of no return.

