หน้าแรก การเมือง มายด์ ยัน ไม่...

มายด์ ยัน ไม่ถอยม็อบเอเปค ลั่น ตั้ง ‘เวที’ แน่ เชื่อรัฐไม่กล้ารุนแรง ขายขี้หน้าต่างชาติ

13.11.22 | 14:21 น.
ภัสวราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล-แฟ้มภาพ

มายด์ ภัสราวลี ไม่หวั่นเจอสกัดชุมนุม หาทางไปให้ ‘ใกล้ที่สุด’ ยันตั้งเวทีแน่ เชื่อรัฐไม่กล้าทำรุนแรง ทำเกินเหตุ ขายขี้หน้าต่างชาติ

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน สืบเนื่องกรณีเครือข่ายราษฎร ในนามกลุ่ม ‘ราษฎรหยุด APEC 2022′ ประกาศเคลื่อนไหวคู่ขนานในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (อ่านข่าว ‘เครือข่ายราษฎร’ แถลงปัก 3 หมุดเบรกประยุทธ์ ‘หยุดเอเปค’ 16-18 พ.ย.จ่อเคลื่อนไหวคู่ขนาน ร่ายยาวหายนะ)

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ หนึ่งในแกนนำกลุ่ม ‘ราษฎรหยุดเอเปค’ ให้สัมภาษณ์ ’มติชน’ ถึงการจัดการชุมนุมเคลื่อนไหวในช่วงการประชุมเอเปคที่มีจุดห้ามชุมนุมทั้งหมด 20 แห่ง ว่าส่วนหลักคงเป็นการประเมินสถานการณ์ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะสามารถไปถึงตรงไหนอย่างไรได้บ้าง แต่ส่วนหนึ่งที่พวกตนยังไม่ได้กำหนดจุดชุมนุมชัดเจนเพราะรอประเมินด้วยเช่นกันว่าท่าทีของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรหลังการแถลงข่าวว่าจะมีการชุมนุมระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายนนี้

“เท่าที่ทราบเบื้องต้นคือมีการเรียกกำลังตำรวจเข้าไปมากกว่าเดิมอีก เขาเรียกตำรวจต่างจังหวัดภูมิภาคเข้าไปหมดเลย รวมถึงเพิ่งมีประกาศปิดจุดต่างๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ทั้งนั้น คงทำให้เราเพียงแค่ปรับเปลี่ยนยุทธวิธี เส้นทางใหม่ หรือหาวิธีการที่จะไปให้ถึงให้ใกล้ที่สุดอยู่ดี” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าจะมีการจัดในรูปแบบใดบ้าง น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ส่วนหลักจะมีเวทีคู่ขนาน นำเสนอประเด็นจากพี่น้องชาวบ้านว่าใครได้รับกระทบบ้างจากนโยบายต่างๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามจะนำเข้าไปเปิดดีลในเอเปค เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) หรือ นโยบายฟอกเขียว ซึ่งอยากให้ฝั่งพี่น้องภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายพวกนี้จริงๆ ได้นำเสนอในมุมมองที่ว่า หากเกิดการดีลแบบนั้นไปแล้ว แล้วผลกระทบที่เกิดกับพี่น้องจะเป็นอย่างไรบ้าง และอีกส่วนคือมุมมองของประชาชนที่มีต่อนโยบายเหล่านั้น และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่

Advertisement

“อีกส่วนคือด้วยความที่กลุ่มทุนมีส่วนเกี่ยวข้องเยอะมากในครั้งนี้ ในเวทีคู่ขนานเองก็จะมีการพูดถึงเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่กลุ่มทุนพยายามที่จะไปต่อรอง เราเองก็อยากเปิดเผยให้สาธารณะได้รับรู้ด้วยว่ากลุ่มทุนเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องเยอะมาก” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ากรณีที่อาจจะจัดในพื้นที่ไม่ได้ หรือเหตุอื่นๆ จะมีการปรับรูปแบบการชุมนุมอย่างไร น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า คิดว่าอย่างไรก็ต้องตั้งเป็นเวทีให้ได้ เพราะรอบนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่การจัดชุมนุมจากคนในกรุงเทพฯอย่างเดียว มีพี่น้องประชาชนที่มาจากต่างจังหวัด รวมถึงเครือข่ายต่างๆ ที่เป็นประชาชนที่ประสบเหตุเฉพาะหน้า หรือสถานการณ์ในพื้นที่โดยตรง

“ไม่ว่าอย่างไรก็ตามคิดว่าต้องมีการตั้งเวทีให้ได้อยู่แล้ว เรายืนยันว่าการส่งเสียงของเราในครั้งนี้ต้องถูกส่งออกไปอย่างเป็นรูปธรรมให้รัฐบาลได้ทราบและเวทีต่างชาติได้ทราบ”  น.ส.ภัสราวลีกล่าว

สำหรับประเด็นเรื่องความรุนแรง น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลคงไม่กล้าที่จะทำต่อรูปแบบของพี่น้องชาวบ้านมากขนาดนั้น การที่เราไปเรามีจุดประสงค์ที่ชัดเจนเรื่องพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ

“การที่รัฐบาลจะใช้ความรุนแรง จะใช้กระสุนยาง หรืออะไรใดๆ ก็ตามสลายการชุมนุมคิดว่าคงเกินเหตุ และขายขี้หน้ารัฐบาลมากเกินไปในเวทีต่างชาติ เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ยังมีเวทีผู้นำจากต่างชาติอยู่ตรงนั้น คิดว่ารัฐบาลคงไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือไปจากการกั้นพื้นที่ เพราะอย่างนั้นอย่างไรสุดท้ายก็แล้วแต่ไม่ว่าจะถูกสลาย หรือไม่ถูกสลายอย่างไร สารที่สื่อสารออกไปก็คงชัดเจน“ น.ส.ภัสราวลีกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าในส่วนของการเผยข้อมูลจุดห้ามเป็นที่พำนักของตัวแทนจากชาติต่างๆ น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ทำให้ได้รู้ว่าจุดไหนคือจุดที่สำคัญ ส่วนเรื่องการแอ๊กชั่น หรือยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม ขึ้นอยู่กับการประเมินตอนนี้ว่าจะเลือกส่วนไหน 1.สื่อสารได้ตรงที่สุด 2.คือชาวบ้านสามารถที่จะออกไปเรียกร้องร่วมกันกับพวกเราได้ด้วย สามารถที่จะอยู่ตรงนั้นได้ด้วย

“เราก็ยังประเมินเรื่องความปลอดภัยให้กับพี่น้องชาวบ้านอยู่ด้วย ช่วงนี้ก็มีการประเมินกันอยู่เรื่อยๆ จากข่าวที่ออกมาต่างๆ และการจัดขบวน หรือการจัดรูปแบบการชุมนุม ในวันนั้นเรายังไม่กำหนดตายตัว ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้อยู่เรื่อยๆ” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

ด้านกลุ่ม ‘ทะลุแก๊ซ’ โพสต์บนทวิตเตอร์ถึงราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามชุมนุมในช่วงการประชุมเอเปคบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดประชุม และ 19 โรงแรมที่พำนักของผู้แทนประเทศ โดยตั้งคำถามว่าเป็นการชี้เป้าให้ผู้ชุมนุมไปหรือไม่ รวมถึงวิจารณ์ถึงหน่วยความมั่นคงในการเผยแพร่ข้อมูลละเอียดอ่อนแบบนี้

ความดังนี้

“จะชี้เป้าให้ผู้ชุมนุมไปเหรอครับ เพ้อเจ้อน่า คนเขาจะมองว่าหน่วยความมั่นคงไทยไร้ประสิทธิภาพอีกต่างหากที่เผยแพร่ข้อมูลละเอียดอ่อนแบบนี้”

ทั้งนี้ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดสถานที่ห้ามชุมนุม ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ระหว่าง 14-19 พฤศจิกายน ดังนี้

1.สถานที่จัดการประชุมระหว่างประเทศภาครัฐ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

2.สถานที่พำนักผู้แทนประเทศในการประชุมระหว่างประเทศภาครัฐ
2.1 โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ
2.2 โรงแรมอนันตรา สยาม
2.3 โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ
2.4 โรงแรมโรสวูด กรุงเทพ
2.5 โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ
2.6 โรงแรมดิ แอทธินี
2.7 โรงแรมคอนราด กรุงเทพ
2.8 โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพ
2.9 โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ
2.10 โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท
2.11 โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพ
2.12 โรงแรมโซ แบงคอก
2.13 โรงแรมวอลดอร์ฟแอสโทเรีย
2.14 โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส
2.15 โรงแรมแบงคอก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ ปาร์ค
2.16 โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพ
2.17 โรงแรมบันยันทรี
2.18 โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ
2.19 โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพ