‘เจ้าสัวธนินท์’ เผยสเปกนายกฯ ‘กล้าทำ-ตัดสินใจ’ ชี้เร่งจีบยุโรป-รัสเซีย ลงทุนไทย

2.12.22 | 07:06 น.

‘เจ้าสัวธนินท์’ เผยสเปกนายกฯ ‘กล้าทำ-ตัดสินใจ’ ชี้ 1 พันปีมีโอกาสครั้งเดียว เร่งจีบยุโรป-รัสเซีย ลงทุนไทย

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจปี 2566 ว่า ชอบมองในแง่ดีทุกอย่าง แต่เคยพูดว่าถ้าโควิดหยุดเมื่อไหร่ทุกอย่างจะฟื้นอย่างเร็ว เพราะยังไงสถานีรถไฟ สนามบิน เครื่องบิน ท่าเรือ ไม่ได้ถูกทำลาย เหมือนสงครามโลกครั้งที่ 2 พอโควิดหยุด น่าจะเข้าสู่ปกติ แต่ไม่ใช่ เพราะมันนานเกินไป เดิมคิดว่า 1 ปีจบ กลายเป็นกว่า 2 ปี ยังมาเจอกับการเมือง โลกร้อน น้ำท่วม สงครามรัสเซียกับยูเครน

แต่กลายเป็นว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ทั่วโลกหันกลับมาสนใจอาเซียน มาสนใจประเทศไทยน่าจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ตอนนี้กลับมาแล้วอยู่ที่รัฐบาลไทยจะช่วยทำอย่างไร ทั้งรัฐบาลชุดเดิมหรือชุดใหม่ ให้เข้าใจว่าโอกาสแบบนี้ 1,000 ปี เจอครั้งหนึ่ง จะฉวยโอกาสได้อย่างไร และเงื่อนไขต่างๆ จะดึงดูดต่างประเทศเข้ามาลงทุน

“พอเจอคนโจมตีขายชาติ ขายที่ดิน ซึ่งคนมีความรู้เราต้องการเขามาลงทุนเมืองไทย มาชั่วคราว มาทำธุรกิจ จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ ที่ดินเรา 105 ล้านไร่ที่ใช้เพาะปลูก เขาไม่สามารถนำที่ดินกลับไปบ้านเขาได้ เขาเอาเงินมาลงทุน ซื้อที่ ซื้อบ้านปักหลัก ดีกว่าท่องเที่ยวอีก เพราะท่องเที่ยวมาแล้วก็กลับ แต่ต่างชาติเข้ามาลงทุน มาสร้างประโยชน์ สร้างงาน สร้างเงิน แต่ก็ซื้อบ้านไม่ได้เพราะเป็นต่างชาติ ตรงนี้ก็ลำบากเมืองไทย ไม่เข้าใจว่าหวังดีต่อประเทศ กลับทำให้ประเทศเสียหาย” นายธนินท์ กล่าว

นายธนินท์ กล่าวว่า มองว่าเศรษฐกิจปี 2566 ดีกว่าปี 2565 แน่นอน เพราะตอนนี้โควิดเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ติดง่ายก็หายง่าย อันตรายน้อย ทั้งนี้ การที่มีคนมองว่าปี 2566 เผาจริง แต่คิดว่าไม่ใช่ เผาจริงคือปี 2565 แต่ปีหน้าจะดีมากหรือน้อยอยู่ที่นโยบายรัฐบาล เพื่อให้ทั่วโลกมาลงทุนที่ประเทศไทย

“ยกตัวอย่างถ้าวันนี้ผมเป็นรัฐบาลจะกระตือรือร้นออกไปชักชวนยุโรป รัสเซีย เข้ามาเมืองไทย อย่างดูไบ ที่ดินมีนิดเดียว พอรัสเซียกับยูเครน รบกัน ดูไบ ไปเชิญคนรัสเซียซื้อบ้านอยู่อย่างถาวร เราทำหรือยัง ทั่วโลกบอกว่า สตาร์ตอัพ ชอบอยู่เมืองไทย ทำไมเราไม่เอื้อกฎหมายให้เขามาทำงานในเมืองไทย ให้เข้ามาง่าย มาใช้ชีวิตในเมืองไทย มาสร้างงาน สร้างรายได้ เศรษฐกิจให้ไทย

Advertisement

ซึ่งคนหนึ่งผมคิดแล้วมากกว่าเอานักท่องเที่ยวมา 10 คน ทำไมเราไม่คิดบวก เขาไม่มาแย่งงานเราหรอก งานเหล่านี้คนไทยยังไม่เป็น เมื่อเราขาดคน เข้าสังคมสูงวัย ทำไมเราไม่ดึงคนเก่งเข้ามา เพราะเราสร้างคนไม่ทัน อยู่ที่รัฐบาลจะกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ กรณีให้ต่างชาติซื้อที่ดินได้ ไม่ได้บังคับว่าต้องอยู่ตลอดไป อย่างน้อยเขาจ้างคนไทยดูแลบ้านให้ ไม่ทำให้เราเสียหาย อยู่ที่การเขียนกฎหมาย อาจเริ่มจากอีอีซีก่อนก็ได้” นายธนินท์กล่าว

นายธนินท์ กล่าวถึงจุดยืนของประเทศไทยหลังบริบทการค้าโลกเปลี่ยนไปว่า ไทยต้องคบทุกคน ประเทศไหน ธุรกิจไหนเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ไม่เข้าข้างใคร และไม่เกี่ยวกับการเมือง ไทยคบกับใครได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจคบกับคนนั้นด้วย ไม่ว่าอเมริกาก็ต้องคบ เว้นเขาไม่คบเรา ประเทศจีนและญี่ปุ่นก็ต้องคบ ต้องมีความบาลานซ์ แต่ยังไงอเมริกายังเป็นผู้นำเศรษฐกิจของโลก แต่ตลาดใหญ่อยู่ที่จีน แต่เทคโนโลยีดีสุดอยู่ที่อเมริกา การเมืองก็อยู่อเมริกา จะทิ้งอเมริกาก็ไม่ได้ เพราะประเทศไทยนิดเดียวก็ต้องบาลานซ์กัน บางครั้งรู้ว่าได้เปรียบ บางครั้งก็ต้องจำยอมบ้าง เรื่องนี้เมืองไทยเก่ง

นายธนินท์ กล่าวถึงคุณสมบัติผู้นำที่จะพาประเทศคว้าโอกาสทั้งด้านเศรษฐกิจและการค้าได้ว่า ต้องกล้าทำ กล้าตัดสินใจ เพราะเราทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ วันนี้จะให้คนเห็นพ้องกันทุกคนไม่มีทาง ต้องมีมองต่างมุม บังคับให้คนมองเหมือนเราไม่ได้ มั่นใจว่าไม่ใช่เพื่อส่วนตัวผิดบ้างไม่เป็นไร ผิด 3 เรื่อง ถูก 7 เรื่องก็ยังพอเพราะเราไม่ใช่เทวดา ขอให้ทำเพื่อประชาชน วันหนึ่งคนก็ต้องรู้

“แต่บางคนผู้นำกลัวจะถูกโจมตี เสียชื่อ ถ้าเราไม่มีประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง เราต้องกล้าทำนั่นแหละผู้นำที่ผมต้องการ ผู้นำแบบนี้ ต้องกล้า โลกเปลี่ยนแปลง เราไม่เปลี่ยนแปลงตาม ยังมัวแต่ชักช้า”นายธนินท์กล่าว

นายธนินท์ กล่าวถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ว่าจะเป็นโครงการที่ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน เพราะมีท่าเรือน้ำลึก 2 แห่ง รถไฟ สนามบิน 2 แห่ง และเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี มีอุตสาหกรรม รายได้ 70% ของจีดีพีประเทศ

ทั้งนี้เส้นทางของรถไฟความเร็วสูงยังสามารถทำเชื่อมโยงกับ สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนามได้ ถ้าสามารถเชื่อมไปถึงคุนหมิงและเมืองใกล้เคียง มีคนมาเที่ยวประมาณ 700 ล้านคนถ้าเอารถไฟขนคนเหล่านี้มาเที่ยวเมืองไทยสัก 30 ล้านคน เราจะไม่มีที่ให้เขาเที่ยว เราอย่ามองสั้นๆ แค่ 220 กิโลเมตร แต่ต้องไปเชื่อมกับสินค้าและท่าเรือต่างๆ ในลาว จีน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: เจ้าสัวธนินท์ โชว์วิชั่นสร้าง ‘ผู้นำเครือซีพี’ แนะปรับระบบการศึกษาภาคธุรกิจจบป.ตรีไม่เกิน 18 ปี