ทีมชัชชาติแถลง 6 เดือน 21 วัน เข้มปราบคอร์รัปชั่น เพิ่มรายได้-ลดรายจ่าย กทม.ดันโอกาสกลุ่มเปราะบาง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม ที่ห้องบางกอก อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดงานแถลงข่าว “9 ด้าน 9 ดี ก้าวสู่ปี 66 กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่” ในโอกาสครบรอบการทำงาน 6 เดือน 21 วัน ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหาร โดยมีรองผู้ว่าฯกทม.เป็นผู้แถลงข่าว ประกอบด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นายจักกพันธุ์ ผิวงาม น.ส.ทวิดา กมลเวชช และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ ทั้งนี้ นโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ประกอบด้วย ด้านปลอดภัยดี ด้านสุขภาพดี ด้านสิ่งแวดล้อมดี ด้านเรียนดี ด้านบริหารจัดการดี ด้านเดินทางดี ด้านโครงสร้างดี ด้านเศรษฐกิจดี และด้านสร้างสรรค์ดี
ภายหลังจากการแถลงข่าวคณะผู้บริหารได้ร่วมกันตอบคำถามสื่อมวลชน โดยเมื่อถามว่าแนวโน้มการทุจริตคอร์รัปชั่นของ กทม.เป็นอย่างไร
นายจักกพันธุ์กล่าวว่า คงไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีจำนวนลดลง แต่มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยความตั้งใจของผู้ว่าฯที่จะทำให้ กทม.ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น คือหากหัวหน้า (ผู้ว่าฯกทม.) ไม่ทำ ส่วนระดับปฏิบัติก็จะไม่มีด้วย ซึ่งมั่นใจว่าแนวโน้มการทุจริตจะลดน้อยลง

นายวิศณุกล่าวว่า เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างให้การแข่งขันมากขึ้นจะโปร่งใส การลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตต่างๆ โดยการยื่นผ่านทางออนไลน์

น.ส.ทวิดากล่าวว่า กลไกทางอ้อมด้วยการจัดทำงบประมาณฐานศูนย์ หรือ Zero Based จะเพิ่มความรอบคอบในการใช้งบประมาณ ยุติการใช้งบประมาณโดยเปล่าประโยชน์

นายศานนท์กล่าวว่า นโยบาย Open Bangkok ที่เปิดเผยข้อมูลและสัญญาต่างๆ เป็นอีกเรื่องที่ประชาชนจะสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ สำหรับโครงการที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต ถึงแม้จะมีการศึกษาไว้แล้วแต่ประชาชนควรมีส่วนรับรู้และแสดงความคิดเห็น

สำหรับเรื่องของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) นายวิศณุกล่าวว่า ขณะนี้ กทม.พยายามเปิดเผยข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ต่อมาการบันทึกบัญชีแบบบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ รวมถึงการปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ไม่ใช้ช่องทางพิเศษ
เมื่อถามว่า กทม.จะมีวิธีการหารายได้เพิ่มอย่างไร เพื่อรองรับบริการสาธารณะต่างๆ นายวิศณุกล่าวว่า ต้องมีจัดเก็บรายได้เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้ายให้มีประสิทธิภาพและรัดกุมมากขึ้น ต่อมาการเพิ่มช่องทางหารายได้ มีทั้งอยู่ในข้อบัญญัติและไม่ได้อยู่ในข้อบัญญัติที่ต้องดำเนินการ เช่น การเก็บค่าบำบัดน้ำเสีย ซึ่งจะเริ่มในกลุ่มพาณิชยกรรมก่อน การหารายได้จากผู้ก่อมลพิษ หรือผู้สูบบุหรี่
นายจักกพันธุ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กทม.ได้ตั้งเป้าการจัดเก็บภาษีไว้ที่ 79,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้จัดเก็บได้เกินเป้า คือกว่า 80,000 ล้านบาท หลังจากนี้ต้องพยายามให้สำนักงานเขต จัดทำฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามกฎหมายใหม่ให้ได้ตามเป้า 100%
น.ส.ทวิดากล่าวว่า นอกจากการหารายได้แล้วต้องคำนึงถึงเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เหลือวงเงินงบประมาณไปใช้ในเรื่องที่ กทม.ไม่เคยทำมาก่อน อาทิ การดำเนินงานเพื่อกลุ่มเปราะบาง การนำ OKRs มาใช้ อาทิ ทำระบบดิจิทัลกลางของ กทม. ทำให้เกิดเป็น Risk Map สามารถประหยัดงบประมาณของ กทม.ได้เป็นจำนวนมาก
นายศานนท์กล่าวว่า หลายหน่วยงานมีภารกิจเดียวกัน การลดรายจ่ายได้คือการประสานยุทธศาสตร์เดียวกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน การจัดกิจกรรมร่วมกัน จะทำให้ลดรายจ่ายได้จำนวนมาก
อ่าน :
–รองฯ วิศณุ ประกาศ ปี 66 ลุยลอกท่อ 3,875 กม. ทะลวงคลอง 183 กม. จัดระเบียบสายสื่อสาร 442.62 กม.
ศานนท์ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เผยสินค้าชุมชนกทม.ยอดขายพุ่งแตะ 1.85 ล้าน ช่วยคนไร้บ้าน เน้นสวัสดิการเด็ก

