หน้าแรก การเมือง เสธ.ทร.แจง กม...

เสธ.ทร.แจง กมธ.คำสั่งห้ามเรือหลวงสุโขทัยจม ไม่จริง ย้ำสอบสวนอยู่ มุ่งค้นหาอีก 23 ชีวิต

22.12.22 | 18:07 น.

โฆษก กมธ.ทหาร เผย ทร.ห่วงเรือหลวงสุโขทัยมาก เหตุเป็นเรือสำคัญ กองทัพมีคำสั่งไม่ให้จม ด้าน เสธ.ทร.เผยส่งหมู่เรือเข้าไปสำรวจ-เก็บกู้แล้ว ย้ำดำเนินการสอบสวนอยู่ ปัดคำสั่งเรือห้ามจมไม่เป็นความจริง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเพื่อพิจารณากรณี เรือหลวง (ร.ล.) สุโขทัย อัปปาง เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีกำลังพลเสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญหาย โดยกองทัพเรือ (ทร.) ส่ง พล.ร.อ.ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสนาธิการทหารเรือ เป็นตัวแทนเข้าชี้แจง

ภายหลังการประชุม พล.ร.อ.ชลธิศให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นแรกเรื่องกำลังพลที่อาจติดอยู่ในเรือที่อับปาง จากการตรวจสอบก่อนเรือจะอับปางลง กำลังพลทั้งหมดได้ขึ้นมาอยู่ในบริเวณที่ไม่จมน้ำแล้ว แต่เมื่อเรืออับปางไปแล้วอาจมีพลังดูดของน้ำ โดยขณะนี้หมู่เรือที่เข้าไปสำรวจและกู้เรือได้ไปถึงพื้นที่แล้ว เป็นเรือลากทำลายทุ่นระเบิด และได้ส่งยานลงไปสำรวจความเสียหาย รวมทั้งวิธีเก็บกู้เรือขึ้นมา ซึ่งการสำรวจครั้งนี้เป็นการค้นหากำลังพลที่อาจถูกพลังน้ำดูดลงไปด้วย

พล.ร.อ.ชลธิศกล่าวว่า นอกจากนี้ กองทัพเรือยังดำเนินการลาดตระเวนค้นหากำลังพล จำนวน 23 นาย ที่ยังประสบเหตุอยู่ในทะเล ซึ่งในส่วนนี้ได้มีปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพอากาศ (ทอ.) ที่ได้สนับสนุนอากาศยาน รวมถึงยังมีการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมเจ้าท่า และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)

“ทุกนาทีมีค่า กำลังพลที่อยู่ในน้ำเปรียบเสมือนครอบครัว เราคิดถึงเพื่อนร่วมงาน พี่น้อง ฉะนั้น จะดำเนินการเต็มที่ตลอด 24 ชม. ทั้งในเรื่องของเรือ อากาศยาน อากาศยานไร้คนขับ และความร่วมมือของทุกหน่วยงาน” พล.ร.อ.ชลธิศระบุ

Advertisement

พล.ร.อ.ชลธิศกล่าวด้วยว่า สำหรับการแบ่งพื้นที่สำรวจจากจุดที่เรืออับปาง ได้แบ่งคร่าวๆ กว้างยาวประมาณ 20 ไมล์ทะเล ปัจจุบันมีทิศทางน้ำไหลมาทิศใต้ และทิศทางลมไหลเข้าแผ่นดิน แบ่งพื้นที่เป็นหน่วยย่อยออกมา 15 หน่วย และใช้อากาศยานเป็นเครื่องมือหลักในการลาดตระเวนเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และใช้เรือเข้าไปตรวจสอบ ขณะนี้พบสิ่งของที่มาจากเรือหลวงสุโขทัยและซากเรืออื่นๆ เป็นการพิสูจน์ว่าการดำเนินการค้นหามีทิศทางถูกต้องซึ่งจะดำเนินการต่อไป

เมื่อถามว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ เสนาธิการทหารเรือกล่าวว่า มีการดำเนินการอยู่ เรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้ความจริงปรากฏคือสาเหตุของเรือหลวงสุโขทัยอับปาง เพราะตั้งแต่ตนรับราชการมา 35-36 ปี ไม่เคยพบเจอเหตุในลักษณะนี้ กองทัพเรือจึงอยากหาสาเหตุเพื่อดำเนินการแก้ไขป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก ย้ำว่ากองทัพเรือเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ถามต่อว่า เหตุเรือสุโขทัยอับปางในครั้งนี้มีคำสั่งว่านายสั่งไม่ให้เรือจมใช่หรือไม่ เสนาธิการทหารเรือยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ในขั้นนี้จะเสนอข้อเท็จจริงเท่านั้น ความเห็น หรือข้อคิดเห็นต่างๆ ไม่ขอพูดถึง

“มีความเห็นเป็นจำนวนมาก มีเขาเล่าว่า มีคนนี้คิดว่า มีคนนั้นเห็นว่า แต่ต้องดำเนินการสอบสวน และหาข้อเท็จจริง” เสนาธิการทหารเรือระบุ

ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษก กมธ. แถลงผลการเข้าชี้แจงของเสนาธิการทหารเรือและคณะ ว่า กมธ.ขอข้อมูลบันทึกการซ่อมบำรุงย้อนหลังของเรือหลวงสุโขทัย การใช้งบประมาณในการซ่อมแซม บันทึกข้อมูลการประสานงานระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้การเรือหลวงสุโขทัยในวันที่ 18 ธันวาคม จนถึงเวลาเรืออับปางว่ามีการพูดคุยกันระหว่าง ผบ.ทร.กับผู้การเรือหลวงสุโขทัยในช่วงระยะเวลา 7 ชม.ก่อนหน้านั้นอย่างไร

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า รวมถึงขอข้อมูลอุทกศาสตร์กองทัพเรือว่าขณะนั้นคลื่นมีความสูงเท่าไหร่ ความเร็วลมเป็นอย่างไร มีการเตือนภัยก่อนออกเรือหรือไม่ และบันทึกจำนวนชูชีพย้อนหลัง 7 วันว่ามีเพียงพอต่อกำลังพลหรือไม่

นายมงคลกิตติ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเรือพังจากจุดใด ต้องกู้เรือให้ได้ก่อนจึงจะสามารถทราบสาเหตุได้แน่ชัด โดยเสนาธิการทหารเรือได้ชี้แจงต่อ กมธ.ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากภัยธรรมชาติมีคลื่นสูง 4-5 เมตร โดยมีการประคับประคองเรือให้ถึงที่สุดแล้ว

นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า กองทัพเรือยังชี้แจงถึงการเข้าให้ความช่วยเหลือของเรือหลวงกระบุรีและเรืออื่นๆ ที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เพราะคลื่นสูงมาก อีกทั้งผู้การเรือหลวงสุโขทัยแจ้งว่าเรือที่เอียงอยู่ระหว่าง 60-80 องศา การอยู่บนเรือจะปลอดภัยกว่าอยู่บนผิวน้ำ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ก็ไม่สามารถบินต่ำได้ เพราะกระแสลมแรง ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้น ผบ.ทร. ผู้การเรือหลวงสุโขทัย มีความเป็นห่วงตัวเรือมากพอสมควร เพราะในกองทัพเรือมีคำสั่งว่า เรือจมไม่ได้ เนื่องจากเป็นเรือหลักของกองทัพ ทำให้กำลังพลและผู้การเรือหลวงสุโขทัยตัดสินใจจะปกป้องเรือจนลืมคิดถึงชีวิตตัวเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถกู้เรือหลวงสุโขทัยขึ้นมาได้หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ระบุว่า กู้เรือได้ 100% แต่ต้องอาศัยซื้อของเอกชนด้วย เนื่องจากต้องใช้เรือขนาดใหญ่และใช้เครนในการยก ส่วนโอกาสที่กำลังพลสูญหายจะมีชีวิตรอดอยู่ ยอมรับว่ามีโอกาสน้อยเนื่องจากผ่านมาหลายวันแล้ว แม้จะมีเสื้อชูชีพแต่การทำงานของชูชีพอาจจะมีประสิทธิภาพต่ำลง รวมถึงอุณหภูมิในน้ำทะเลมีความหนาวเย็น และยังมีเรื่องสัตว์ใหญ่ในทะเล แต่ก็ยังภาวนาให้พบผู้รอดชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง