‘ศรีสุวรรณ-วรงค์’ เรียงคิวร้อง สตง.สอบพิรุธ ‘รถไฟ’ เปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 5 ม.ค.นี้
จากกรณีที่ นายเติมพงษ์ เหมาะสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าบริษัทได้ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในการก่อสร้างโครงการปรับปรุงป้ายชื่อ สถานีกลางบางซื่อ เป็น สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และ ตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย วงเงินกว่า 33 ล้านบาท เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 จนเกิดกระแสวิจารณ์สนั่นว่าใช้งบประมาณสูงเกินจริงหรือไม่นั้น
ขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ส่งมอบปลัดกระทรวงไปตรวจสอบแล้ว ต้องดูว่าราคากับปริมาณงานเป็นอย่างไร เพราะเป็นป้ายแบบพิเศษ ตัวหนังสือก็ใหญ่อย่างที่เห็น ยืนยันว่ามีหน่วยงานตรวจสอบแน่นอน อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หากผิดก็ว่าไปตามกฎหมาย คาดว่าจะได้รับความชัดเจนไม่เกิน 7 วัน

ต่อมา รฟท.ออกคำชี้แจง พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทั้งการกำหนดราคากลาง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้งาน ความคุ้มค่าของงบประมาณ ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อโครงสร้างภายในสถานี ประชาชนผู้ใช้บริการ และเหมาะสมกับการเป็นศูนย์กลางการเดินทางระบบรางที่สำคัญของภูมิภาคเป็นสำคัญ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มกราคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า จากที่กรณีดราม่าการเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ด้วยงบกว่า 33 ล้านบาทนั้น กรณีดังกล่าวแม้ รฟท.จะออกมาชี้แจงแล้ว แต่ยังฟังไม่ขึ้น ยังไม่เคลียร์ในหลายประเด็น โดยเฉพาะบทบาทของคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ซึ่งมีข้อพิรุธหลายประการ และการกระทำทั้งปวงอาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ประกอบ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 2542
นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงจะนำความไปร้อง สตง.ให้ตรวจสอบในประเด็นที่ รฟท.และสื่อยังไม่ได้นำเสนอ อันเป็นการชี้ถูกขี้ผิดได้ชัดเจนยิ่ง โดยจะไปร้อง สตง.ในวันพฤหัสที่ 5 ม.ค.2566 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน สตง. ซอยอารีย์ พญาไท

สอดคล้องกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ที่จะยื่นข้อมูลต่อ สตง.ในวันพรุ่งนี้ด้วยเช่นกัน
นพ.วรงค์ระบุว่า หลังจากที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการรถไฟแห่งประเทศไทยเปลี่ยนป้ายชื่อ “สถานีกลางบางซื่อ” เป็น “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในราคาสูงถึง 33 ล้านบาท การจัดซื้อจัดจ้าง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง สิ่งที่กังขาคือราคาที่ดำเนินการ รวมทั้งใช้วิธีเฉพาะเจาะจง เท่ากับคิดเฉลี่ยต่อตัวอักษร ราคาสูงเกือบหกแสนบาทต่อตัวอักษร
นพ.วรงค์กล่าวว่า แม้ล่าสุดการรถไฟฯได้ชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบของกรมบัญชีกลาง และมีความเร่งด่วน จึงต้องมีการรีบดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ถ้าเราใช้สามัญสำนึกกับสิ่งที่การรถไฟฯดำเนินการ ดูแล้วไม่ตรงไปตรงมา ทำให้นึกถึงครั้งหนึ่งการรถไฟฯก็เคยเปิดประมูลรถไฟทางคู่ สายเหนือและอีสาน โดยแบ่งสัญญาเป็น 5 สัญญา สอดรับกับ 5 บริษัท และได้ราคาก็สูง เทียบกับ การดำเนินการรถไฟทางคู่สายใต้ ที่เปิดให้มีการแข่งขันจำนวนมาก
“พรรคไทยภักดีจึงได้รวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อไปยื่นต่อทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในวันที่ 5 มกราคม 2566 เวลา 10.30 น. เพื่อตรวจสอบถึงความเร่งรีบ ไม่ชอบมาพากล ตลอดจนเอื้อประโยชน์หรือไม่” นพ.วรงค์กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- UNIQ คว้าโปรเจ็กต์ปรับปรุงป้ายชื่อ ‘สถานีกลางบางซื่อ’ พร้อมตราการรถไฟฯ มูลค่า 33 ล้าน
- ฝ่ายค้านเริ่มแล้ว ‘โรม’ ผิดหวังกับ รบ. ทุ่ม 33 ล้านเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ คนสะดวกขึ้น?
- ‘ศักดิ์สยาม’ สั่งสอบปรับปรุงป้าย ‘สถานีกลางบางซื่อ’ แจงป้ายใหญ่ แต่ดูปริมาณงานด้วย
- การรถไฟฯ ยันใช้งบ 33 ล้าน เปลี่ยนชื่อสถานีกลางบางซื่อ ทำตามขั้นตอน จัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพราะเร่งด่วน
- ‘ก้าวไกล’ โฟกัส ‘เปลี่ยนชื่อ’ สถานีกลาง ทำคนงงหนัก แนะใช้ทั้ง 2 ชื่อ ไม่ต้องเทงบเปลี่ยนป้าย

