‘ก้าวไกล’ เร่ง รบ.ขยายผลคดีทุนจีนสีเทา หลังอธิบดีดีเอสไอถูกเด้ง!

20.01.23 | 07:44 น.

“ก้าวไกล” เร่ง รบ.ขยายผลคดีทุนจีนสีเทา หลังอธิบดีดีเอสไอถูกเด้ง!

เมื่อวันที่ 19 มกราคม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้ความเห็นกรณีการสั่งย้ายนายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีข้อสงสัยว่าเกี่ยวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์ จนเกิดการปล่อยตัวผู้ต้องหาในคดี “ตู้ห่าว” หรือขบวนการทุนจีนสีเทาให้หลบหนีออกนอกประเทศได้ นั้น

พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า กรณีของอธิบดีดีเอสไอเชื่อได้ว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็น เมื่อพิจารณาถึงการออกมาให้ข่าว กรณีการค้นบ้านพักกงสุลนาอูรูร่วมกันระหว่างตำรวจ 191 ดีเอสไอ และทหารนั้น จากข้อเท็จจริงที่ได้มา เชื่อได้ว่ากรณีการตรวจค้น ดีเอสไอได้เข้าประสานงานกับสถานกงสุลนาอูรูแล้วอย่างไม่เป็นทางการ แต่ขั้นตอนตามกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้องคดีตู้ห่าว ดีเอสไอจึงได้อาศัยความสัมพันธ์ที่มีกับตำรวจ 191 ขอให้ตำรวจ 191 เป็นเจ้าภาพในการขอหมายและปฏิบัติการตรวจค้น แล้วดีเอสไอจึงเข้าไปร่วมในปฏิบัติการด้วย

แม้ในหมายค้นจะไม่มีการระบุถึงความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในปฏิบัติการ แต่ในทางข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้อง และยังไปถึงสถานที่พร้อมกับเริ่มปฏิบัติการตรวจค้นก่อนตำรวจ 191 จะมาถึงด้วยซ้ำ

พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวต่อว่า ผลการตรวจค้นครั้งนั้น มีการระบุในบันทึกการจับกุมว่าได้จับกุมผู้ต้องหาสตรีชาวจีนที่เป็นแม่บ้านเพียงคนเดียว กับเงินสด 2.5 ล้านบาท ทั้งที่พบตัวผู้ต้องหาตามหมายแดงจากการข่าวถึง 11 คน กับเงินสด 8.5 ล้านบาท เมื่อดูจากภาพคลิปในกล้องวงจรปิดที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นำมาเปิดเผย ก็จะเห็นได้ว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากบุคคลชาวจีนคนหนึ่ง ก่อนจะมีการปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 11 คนไป

ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าทั้งกลุ่มทุนจีนสีเทาและผู้มีอำนาจที่ได้ประโยชน์จากการดำรงอยู่ของกลุ่มทุนจีนสีเทาเหล่านี้ กำลังปฏิบัติการเพื่อบ่อนทำลายกระบวนการยุติธรรมในคดีนี้อยู่ ขอเรียกร้องให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมลงไปอีกว่ามีหน่วยงานที่รับผิดชอบในคดีตู้ห่าวอื่นใดอีกบ้าง ที่อาจจะมีการทุจริตเรียกรับหรือได้รับผลประโยชน์จากกลุ่มทุนจีนสีเทาเพื่อให้เคลียร์คดีให้

Advertisement

“กรณีอธิบดีดีเอสไอต้องทำให้มั่นใจได้ว่าตัวของอธิบดีเองและลูกน้องคนสนิทจะอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถมีบทบาทต่อกระบวนการตรวจสอบ จนอาจเป็นการยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เพราะฉะนั้น เพียงแค่การสั่งย้ายไปที่หน่วยงานอื่นในสังกัดกระทรวงเดียวกันย่อมไม่พอ แต่ควรให้ไปอยู่ในจุดอื่นที่เป็นการพักการทำงานไปเลย เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปด้วยความละเอียดรอบคอบ” นายรังสิมันต์กล่าว

ข่าวน่าสนใจอื่น
:
บิ๊กเด่น สั่งห้าม ตร.รับผลประโยชน์ ช่วงตรุษจีน เด็ดขาด เข้มรักษาความปลอดภัย-อัคคีภัย
: โรงแรมไทยเนื้อหอม ‘ทุนใหญ่’ ซื้อคึกคัก หมดเวลาช้อปของถูก จ่อปิดดีลอีกหมื่นล้าน
: ส่องชีวิตสุดหรูหรา ‘เม พรีมายา’ ไฮแฟชั่นทั้งตัว ซุปเปอร์คาร์เต็มโรงรถ เที่ยวเมืองนอกรัวๆ
: เจ้าของกรวินคลินิก แจงทั้งน้ำตา หลังใช้ซิลิโคนเถื่อน ยินดีดูแลคนไข้ทั้งชีวิต