แพทย์ตรวจสัญญาณชีพ ‘ตะวัน-แบม’ ทุก 4-6 ชม. เผยโพแทสเซียมต่ำ เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น
เมื่อวันที่ 25 มกราคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ คำชี้แจงกรณีนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน) และนางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ (แบม) หลังทนายความได้เข้าเยี่ยมพร้อมพูดคุยและปรึกษาอาการกับแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
ความดังนี้
ทนายความของนางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และนางสาวอรวรรณ ขอชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดอาการและรายละเอียดการเข้าพบตะวันและแบม ในวันที่ 25 มกราคม 2566 ต่อสาธารณชนดังต่อไปนี้
ทนายความได้เข้าพบตะวันและแบมในเวลา 14.52 น. ในห้องของโรงพยาบาลซึ่งมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เฝ้าอยู่ในห้องด้วยตลอดเวลาจำนวน 4 คน พบทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงเดี่ยว ตะวันมีลักษณะผอมลงเป็นอย่างมากและเห็นรูปโครงหัวกะโหลกจากศีรษะค่อนข้างชัด ทั้งคู่ใส่เสื้อหนาวสีสันสดใสเป็นลายคู่กันนอนข้างกันอยู่บนเตียง
จากการสอบถามปรากฏว่าเมื่อวานขณะมาถึงและได้รับการตรวจ ตะวันมีอาการหัวใจจะหยุดเต้นจากการขาดโพแทสเซียม จึงตัดสินใจรับโพแทสเซียมจากพยาบาลของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ แต่ทั้งคู่ยังคงยืนยันว่าจะทำตามความตั้งใจเดิมและมั่นใจในการดูแลของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ คืออดน้ำ อดอาหาร ไม่ใส่สายน้ำเกลือ ไม่กินเกลือแร่ ไม่กินวิตามิน ไม่กินน้ำหวานและอื่นๆ
ในวันนี้สภาพจิตใจของทั้งคู่ดีขึ้นมาก แบมแสดงอาการตื้นตันใจเมื่อได้รับทราบว่าพ่อแม่ของแบมไปยืนหยุดขัง

จากการปรึกษาอาการกับแพทย์ โดยภาพรวม ทั้งคู่มีการรู้สติในเกณฑ์ปกติ มีอาการอ่อนเพลีย สัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์ปกติ ได้ทำการเจาะเลือดตรวจและทำการเอกซเรย์ โดยในเกณฑ์นี้ยังไม่มีอะไรเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งสำหรับการอดอาหารแบบไม่รับยา ไม่ทานยานั้น จะมีอาการปวด ทุกข์ทรมานโดยไม่มีอาการบรรเทา ซึ่งเมื่อคนไข้ปฏิเสธรับยาและการรักษา โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ก็จะเคารพการตัดสินใจของคนไข้ และทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์จะใช้วิธีการดูแลคนไข้ด้วยการตามมาตรฐาน เช่นในกรณีที่คนไข้ไม่รับการรักษา โรงพยาบาลจะดูแลด้วยการตรวจจับสัญญาณชีพตามมาตรฐาน คือทุก 4 – 6 ชั่วโมง
โดยสิ่งที่เริ่มเห็นจากร่างกายของคนไข้ คือการขาดเกลือแร่ และเกลือแร่บางตัวเช่นโพแทสเซียม หากต่ำไปจะทำให้หัวใจหยุดเต้น ซึ่งในขณะนี้คนไข้มีอาการดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ หากอาการยังคงเป็นไปเช่นนี้ โดยคนไข้ยังปฏิเสธการรับเกลือแร่ อาการก็จะไม่ดีขึ้น แต่สาเหตุของการไม่ดีขึ้นหรือมีอันตรายถึงชีวิตต่อร่างกายจะเกิดขึ้นได้โดยหลายปัจจัย
โดยแพทย์ และตะวันกับแบมได้ยืนยันกับทนายตรงกันว่า ทั้งคู่รับทราบถึงอาการของร่างกายของตนเองเป็นอย่างดี มีความเข้าใจว่าจะสามารถเกิดอะไรขึ้นได้กับร่างกายของตน โดยตะวันได้บอกว่า หากเมื่อร่างกายเข้าขั้นวิกฤตแล้วจริงๆ รับทราบดีว่าสามารถมีอาการหัวใจวายได้ “ถึงตอนนั้นก็คือหนูก็จะไม่รู้อะไรแล้ว”
25 มกราคม 2566
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- ‘สมศักดิ์’ ชี้ ‘ตะวัน-แบม’ อยากได้อิสระเกินเงื่อนไข ถอนประกัน 112 เอง เมินพรรคร่วมยืนหยุดขัง
- “พิธา” นำ ส.ส.ก้าวไกล-ธนาธร ร่วมกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 112 ชั่วโมง” เรียกร้องปล่อยตัวนักกิจกรรมการเมือง
- ราชทัณฑ์ ยันต้องให้แพทย์ประเมิน หากส่งตัว ‘แบม-ตะวัน’ ไปทัณฑสถานหญิงกลาง
- ‘บิ๊กตู่’ นำถก ครม. ปัดตอบ ‘แบม-ตะวัน’ อดข้าว ‘ลุงป้อม’ ปาดหน้าลงชุมพร เช้า 28 ม.ค. ก่อนบิ๊กตู่ ปราศรัยช่วงค่ำ
- แบม ร่ำไห้ พ่อเอ่ย ‘อยู่เคียงข้างลูก’ ตะวัน ฝากบอก ‘หนูยังสู้ทุกวินาที’
- ‘โทนี่’ แนะทางสางปม ‘แบม-ตะวัน’ ฉุนจัด คนไม่ดีปราบเห็นต่าง มีแต่พัง

