‘ธงชัย’ เสียงสั่นอัดคลิปถึงตะวัน-แบม 13 นาที ชี้ ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ วอนอยู่ต่อเพื่อเปลี่ยนโลก

2.02.23 | 11:28 น.

‘ธงชัย’ เสียงสั่นอัดคลิปถึงตะวัน-แบม 13 นาที ชี้ ชีวิตศักดิ์สิทธิ์ วอนอยู่ต่อเพื่อเปลี่ยนโลก

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘คืนชีวิต คืนสิทธิประกันตัว’ เผยแพร่คลิปวีดีโอของ ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล กล่าวต่อ นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ นางสาวอรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม ซึ่งอยู่ระหว่างการอดอาหารและน้ำ เข้าสู่วันที่ 15

ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย กล่าวว่า สังคมไทยถอยหลังไปกว่าที่เคย การกระทำของตะวันและแบมมีค่า ตนเคารพการตัดสินใจ แต่ทำให้รู้สึกผิดว่า ทำไมเราไม่สู้มากกว่านี้ และปล่อยให้ภาวะต่างๆตกต่ำลง

“แบมและตะวันครับผม ธงชัยได้ออกมาสนับสนุนข้อเรียกร้องของคุณ ที่ไม่ได้มากมายเกินเลยกว่าที่สังคมไทยควรตอบสนอง

แต่เราก็เข้าใจกันดีอยู่ว่าสังคมไทยถอยหลังไปมาก แย่กว่าที่เคยเป็นด้วยซ้ำ ยังต้องกลับมาเรียกร้องเรื่องพวกนี้และผู้คนบางคนกลับมองว่า ยังไม่เหมาะสม

ชัดเจนแล้วว่า การกระทำของตะวัน-แบม มีค่า มีความสำคัญ อย่างหนึ่งที่คนไม่เคยพูดถึงคือวิธีการที่ทั้ง 2 ใช้ไม่ว่าครั้งนี้หรือครั้งอื่นๆในโลก ทำให้คนที่ยังอยู่อึดอัด เพราะเราซึ่งเคารพการตัดสินใจกลับรู้สึกผิด ว่าเราทำอะไรไม่ได้ ทำไมเราไม่สู้มากกว่านี้ ทำไมเรายอมปล่อยให้ภาวะต่างๆ ตกต่ำขนาดนี้”

Advertisement

ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัยกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ตนอยู่ปัตตานี มีเพื่อนชาวมุสลิมพูดคำหนึ่งขึ้นมาซึ่งตนชอบมาก เก็บมาคิดจนถึงขณะนี้

“เขาบอกว่า ชีวิตมันศักดิ์สิทธิ์ ผมไม่รู้ว่าความศักดิ์สิทธิ์ในแง่นี้หมายความว่าอย่างไรในแง่ศาานาไม่ว่าศาสนาอะไรก็ตาม สำหรับคนธรรมดาที่ใช้สามัญสำนึกอย่างผม การมีชีวิตคือการท้าทายว่า เราจะใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าที่สุดได้อย่างไร ชีวิตคือโอกาสเปลี่ยนแปลงโลก มนุษย์ทุกคนมี 1 ชีวิต มนุษย์ทุกคนมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในรอบ 1 ชีวิตเท่านั้น

ใช่…การสละชีวิตก็เป็นการผลักดันให้โลกหมุนไปอีกนิดหนึ่ง แต่ผมเชื่อว่า ชีวิตเรามีโอกาสเปลี่ยนโลกได้มากขึ้นอีก ถ้าหากเราไม่ยอมแพ้ในทุกวี่ทุกวัน ในทุกวันเดือนปีที่ยังมีชีวิตอยู่

ถ้าหากการเสียสละชีวิตของคนๆหนึ่ง เป็นการท้าทายที่สุดแบบหนึ่ง ผมยังคิดว่า การมีชีวิตอย่างมุ่งมั่น เพื่อจะสู้ เพื่อจะเปลี่ยนโลกให้ได้ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเราก็เป็นการท้าทายที่ไม่ง่ายเลย”

ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัยกล่าวว่า ตนอยากดูทั้ง 2 มีชีวิตต่อไป อยากเห็นตะวันและแบมรับการท้าทายว่าถ้าใช้ชีวิตเป็นอีกสิบๆปี เพื่อสู้เปลี่ยนโลก ทั้ง 2 จะทำอย่างไร

“ผมรู้ครับว่าคุณอดข้าวอดน้ำอย่างไม่เสียดายชีวิต แต่ผมยังอยากดูว่า ถ้าคุณมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกนาน คุณจะใช้ชีวิตอย่างไร ผมอยากเห็นคุณรับการท้าทายว่าถ้าใช้ชีวิตต่อไปเป็นอีกสิบๆปีเพื่อสู้เปลี่ยนโลก คุณจะทำอย่างไร

ผมไม่รู้ว่าอะไรยากกว่า แต่คิดว่าความท้าทายนี้สำคัญพอๆกัน

ถ้าผมตาย จะฝากคนให้คอยดูว่า คุณจะเติบโตไปอย่างไร รับการท้าทายในชีวิตนี้อย่างไร

ผมคิดว่าชีวิตนี้มันศักดิ์สิทธิ์ เพราะมันท้าให้เราพิสูจน์ว่า เมื่อถึงวันตาย เราสมควรกลับไปพบพระผู้เป็นเจ้า หรือควรไปเกิดในภพภูมิที่สูงขึ้นหรือเปล่า”

ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล

ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัยกล่าวต่อไปว่า อีกประเด็นหนึ่งคือ การมีชีวิตอยู่นั้น มีความหมายซึ่งกันและกัน

“การตัดสินใจของคุณ เราต้องเคารพ และผมจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูก แต่ในขณะเดียสกันชีวิตของคุณมีความหมายต่อคนอื่นมากมาย ทำให้เกิดความละอายในความกลัวของเรา ในข้อจำกัดของเรา เกิดความรู้สึกผิด อึดอัดในแง่ที่ว่าเรามีข้อจำกัดตามประสามนุษย์

คุณรู้ไหมว่าชีวิตคุณผูกพันต่อเพื่อนผู้ต้องหาทางการเมืองอย่างน้อยอีก 10 กว่าคนในคุกตอนนี้อย่างมาก เพราะการได้รับโอกาสประกันตัวแต่ไม่ยอมออก จนกว่ากลุ่มที่เหลือ อย่างทะลุแก๊ซจะได้รับความเข้าใจที่ดีกว่านี้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ร้าย ก่อความรุนแรง คุณจะไม่ยอมจนกว่ากลุ่มทะลุแก๊ซจะได้รับการประกันตัวออกมา ชีวิตของคุณผูกพันกับเขา และผมเชื่อว่าเขาจะไม่ยอมให้คุณจากไปง่ายๆ ผมเชื่อว่าเขาต้องการออกจากคุกพร้อมกับที่คุณได้ฉลองชัยชนะ ได้ฉลองอิสรภาพร่วมกับเขา”

ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัยกล่าวว่า ตนเคยเป็นนักสู้ทางการเมืองที่ไม่ควรมีชีวิตรอดหลัง 6 ตุลาด้วยซ้ำ วันนี้เรายืนดีสละชีวิตได้ เพื่อสังคมที่ดีกว่าตามอุดมคติที่ฝันไว้ใหญ่โต แต่รู้ไหมว่า ติดคุกไปไม่กี่วัน พอรู้ว่าพ่อแม่ตนเสียใจขนาดไหน เจ็บปวดขนาดไหน โดยเฉพาะวันที่ตำรวจบุกไปที่บ้าน พอรู้อย่างนั้น ตนอยากมีชีวิตอยู่ อยากกลับบ้าน

“ตอนนี้ผมเป็นพ่อคน มีลูก 2 คน 2-3 วันที่ผ่านมา ผมนอนไม่หลับ ไม่ใช่แค่เพียงนึกไม่ออกว่าจะหาทางออก หาทางลงให้กับคุณได้อย่างไร แต่มาคิดว่าถ้ามันเกิดกับผมซึ่งเป็นพ่อในตอนนี้ล่ะ ผมจะมีความเข้มแข็งไปพูดกับที่ที่ยืนหยุดขังหน้าหอศิลป์อย่างคุณพ่อของคุณทั้ง 2 คนได้หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ ผมอาจไม่เข้มแข็งพอ สิ่งที่ผมอยากมากกว่าการไปพูดต่อหน้าประชาชนเยอะแยะคือผมอยากกอดลูก

ไม่ว่าสังคมนี้จะยกย่อง จะอยากได้ฟังว่าผมสนับสนุนลูกผม ต่อสู้เพื่ออุดมคติมากมายสักแค่ไหน สิ่งที่ผมอยากที่สุดอาจเป็นความเห็นแก่ตัวเล็กๆ ผมอยากกอดลูกผม ชีวิตคนมีคนรออยู่ที่บ้าน และแม้จะเป็นเรื่องของแค่คนสองคน แต่มันมีความหมายมากเหลือเกิน

การอดข้าวอดน้ำของคุณปลุกสำนึกของคนให้ตื่นขึ้นมาอย่างมหาศาล ผมไม่อาจล่วงรู้ไปในจิตใจว่าปลุกขึ้นมาในแง่ไหนบ้าง ล้านคนก็มีความคิดแตกต่างกันล้านแบบ แต่ผมเชื่อว่ามันได้ปลุกสำนึกในแง่ดีขึ้นอย่างมหาศาล เชื่อว่าวันนี้เหลือน้อยคนมากที่คิดดูแคลนคุณอยู่ ถ้าเขาพูดออกมาจะมีคนโต้แย้ง วิจารณ์ เป็นความเห็นที่ไท่ค่อยมีค่าเท่าไหร่

การอดข้าวอดน้ำของคุณ แม้หลายคนทำไม่ได้อย่างที่คุณทำ แต่ก็พยายามช่วยมากขึ้นอย่างที่เขาพอจะทำได้ เพื่อให้ผู้ต้องหาทางการเมืองได้ประกัน และได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง ยกระดับ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งข้อเรียกร้องอื่นๆ ยกเลิก 112 เป็นต้น ผมว่าเราปักใจขึ้นว่า ต้องทำให้ได้

ถ้าผมจะขอคุณได้ไหมว่า กลับมาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็งเถอะ อยากให้คุณออกมาสู้ด้วยกันอีกนานๆ จนกว่าประเทศนี้จะมีความยุติธรรม

ผมว่านอกจากตะไม่มีใครว่าเลย ว่าคุณแพ้ คุณเปลี่ยนใจ ผมมั่นใจว่าเราทุกคนจะดีใจมากๆ ที่คุณจะออกมารับคำท้าทาย เราจะต้อนรับคุณ เพราะอยากดูว่าคุณจะใช้ชีวิตเติบโตต่อไปอย่างไรทั้งชีวิตเพื่อจะเปลี่ยนโลก”

ในตอนท้าย ศาสตราจารย์ ดร.ธงชัย กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ความว่า

“นะ…กลับมาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง ผมรอวันที่จะได้พบคุณครับ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: