หน้าแรก การเมือง กว่า 30 ชีวิต...

กว่า 30 ชีวิตแห่ประท้วงในคุก ‘เก็ท-ต้อม-แบงค์’ โดฟกาแฟหนัก ‘ฝืนตื่น’ 3 วันจนภาพหลอน-อ้วกเป็นเลือด

9.02.23 | 14:35 น.
แฟ้มภาพ

ไม่ต่ำกว่า 30 ชีวิต เริ่มประท้วงในเรือนจำ ‘เก็ท-ต้อม-แบงค์’ ฝืนตื่นมา 3 วัน โดฟกาแฟทะลุ 8 แก้ว จนเห็นภาพหลอน-หูแว่ว-อ้วกเป็นเลือด

สืบเนื่องกรณี นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท นักกิจกรรมกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ถูกเพิกถอนประกันในคดีอาญา มาตรา 112 หลังจากเข้าร่วมชุมนุมคัดค้านการประชุมเอเปค 2022 เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งขณะนี้อดนอนประท้วงในเรือนจำ ร่วมกับผู้ต้องหาการเมืองรายอื่นๆ ได้แก่ นายจตุพล หรือ ต้อม และ นายณัฐพล หรือ แบงค์ ผู้ต้องหาในคดีชุมนุมที่ดินแดง เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัว และสนับสนุน 3 ข้อเรียกร้องของตะวันและแบม ขณะที่ นายคทาธร หรือ ต๊ะ เริ่มประท้วงด้วยการอดอาหาร ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. เช่นกันนั้น

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ศูนยท์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า ทนายความได้เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าเยี่ยม นายโสภณ หรือเก็ท, นายจตุพล หรือ ต้อม และ นายณัฐพล หรือ แบงค์ ซึ่งทำการ “ฝืนตื่นประท้วง” หรือการประท้วงด้วยการไม่นอนหลับ (protest by self-deprivation of sleep) มาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. สนับสนุนข้อเรียกร้องของตะวัน แบม และสิทธิโชค
2. ให้ศาลสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีผู้ต้องขังในคดีการเมืองคนใดถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมอีกในอนาคต
3. ศาลต้องมีความเป็นอิสระในการพิจารณาคดีและอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ต้องไม่วางตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนหรือผู้ถูกดำเนินคดีเสียเอง โดยเฉพาะในการพิจารณาคดีมาตรา 112, การดำเนินคดีกับประชาชนในฐานความผิดละเมิดอำนาจศาลหรือดูหมิ่นศาล เป็นต้น
4. ยุติการดำเนินคดีการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี 2557 เป็นต้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

ทนายความระบุว่า จากการเข้าเยี่ยมวันนี้ เป็นการฝืนตื่นประท้วงเข้าสู่วันที่ 3 ของทั้ง 3 คนแล้ว ทนายความสังเกตว่า ทั้งเก็ท ต้อม และแบงค์มีสภาพภายนอกโทรมและน่าเป็นกังวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยทั้งสามใต้ตาดำคล้ำ มีอาการมึนงง คิดและตอบสนองช้ากว่าปกติมาก โดยเก็ทเล่าว่าพวกเขาจะมีวูบคล้ายกับหลับในกันบ้าง ครั้งละ 5-10 นาที โดยจะพยายามช่วยกันดู หากใครเริ่มวูบไป คนอื่นที่เหลือก็จะพยายามเรียกสติกลับคืนมาด้วยการดีดนิ้ว

สำหรับวิธีที่ทั้ง 3 คน ใช้ฝืนตัวเองให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ได้แก่

Advertisement

1. ดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 4 แก้ว มากที่สุดประมาณ 8 แก้ว โดยแต่ละแก้วจะใช้กาแฟดำชงถึง 5 ช้อน น้ำตาล 2 ช้อน ให้มีความเข้มข้นของคาเฟอีกมากๆ เข้าไว้
2. ใช้เวลากับการอ่านหนังสือ
3. พยายามช่วยกันดึงสติกันและกัน ด้วยกันเขย่าตัว ดีดนิ้วเรียก และพุดคุยกัน
4. ล้างหน้า อาบน้ำ โดยต้อมกับแบงค์อาบน้ำบ่อยมากจนกลัวว่าจะป่วยเป็นไข้
5. นั่งสมาธิและเดินจงกลมเป็นเวลาสั้นๆ ประมาณ 5-6 นาที
6. พยายามเล่นเกมส์สร้างความสนุกสนาน เช่น ต่อเพลง

ศูนยท์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยังเปิดเผยถึงอาการล่าสุดของ นายโสภณ หรือ เก็ท ด้วยว่า

1. พูดช้าลง ต้องใช้เวลาในการประมวลผลทางความคิด
2. รู้สึกปวดและเวียนหัว
3. มีอาการมือสั่น
4. คลื่นไส้เล็กน้อย
5. ช่วงตี 2-3 ได้ยินเสียงดังลักษณะ “ตึ้งๆ” เป็นระยะ ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการหูแว่วหรือไม่

ส่วนอาการล่าสุดของ นายณัฐพล หรือ แบงค์

1. เมื่อคืน (8 ก.พ.) อาเจียนหลายครั้ง และครั้งที่ 4-5 มีเลือดปนออกมาด้วย
2. กินข้าวไม่ลงตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวาน เช้าวันนี้ยังไม่ได้กินอะไร เพราะกินไม่ลง แม้จะรู้สึกหิวก็ตาม
3. ปวดหัวหน่วงๆ ตลอดทั้งวัน
4. แบงค์หยุดทานยาจิตเวชที่แพทย์จ่ายให้แล้ว เนื่องจากจะทำให้รู้สึกง่วงมาก ยาดังกล่าวแพทย์ได้จ่ายให้แบงค์หลังเขาถูกวินิจฉัยว่ามีอาการเข้าข่ายภาวะซึมเศร้า ซึ่งจะมีอาการนอนไม่หลับ ย้ำคิดย้ำทำ คิดอยากทำร้ายตัวเอง รู้สึกหดหู่ ทานอาหารได้น้อยลง เป็นต้น

อาการล่าสุดของ นายจตุพล หรือ ต้อม

1. อาเจียน
2. เวียนหัว
3. หูแว่วได้ยินเสียงแปลกๆ อยู่บ่อยครั้ง เป็นเสียงคล้ายโซ่ตรวนถูกลากกับพื้นหรือเสียดสีกระทบกันเสียงดังเป็นระยะๆ
4. มีอาการคล้ายเห็นภาพหลอนเป็นเงาคนอยู่ในห้องขัง หรือมีคนมายืนหน้าประตูห้องขัง แต่คนอื่นไม่เห็นเหมือนกันกับเขาเลย

ทั้งสามคนยืนยันที่จะ “ฝืนตื่นประท้วง” ไปจนกว่าข้อเรียกร้องของพวกเขาจะได้รับการตอบรับ หรือผู้ต้องขังคดีการเมืองทุกคนได้รับสิทธิประกันตัวทั้งหมดทุกคน

ทั้ง 3 คนยังเล่าอีกว่า ขณะนี้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้เกิดการประท้วง ของผู้ต้องขังเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม “ไม่ต่ำกว่า 30 คน” กระจายอยู่ทั่วทั้งเรือนจำ โดยเป็นการประท้วงและแสดงออกด้วยการอารยะขัดขืนในหลายวิธีต่างกันไป โดยการประท้วงหลักๆ นั้น ได้แก่ การอดอาหารประท้วง, การอดนอนประท้วง, ไม่กินยาประจำตัว และอารยะขัดขืนด้วยการไม่เข้าร่วมกิจกรรมของเรือนจำ