‘สนธยา’ โต้ข่าว ส่งน้องชายเข้าพรรค ‘ลุงตู่’ ยันบ้านใหญ่ชลบุรี ซบ พท. ยกแฟมิลี่
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายสนธยา คุณปลื้ม ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย inside Thailand หลังจากมีคำถามจากพิธีกรว่า บ้านใหญ่เมืองชล เกิดอาการบ้านแตกหรือเปล่า หลังจากนายอิทธิพล คุณปลื้ม จะแหกรั้วบ้านไปอยู่กับรวมไทยสร้างชาติ จริงหรือไม่ (อ่านข่าว อิทธิพล คุณปลื้ม ทิ้ง พปชร. ไม่ไป พท. เหตุรับปากช่วย ‘บิ๊กตู่’ อยู่ รทสช. สะพัดลงปาร์ตี้ลิสต์)
นายสนธยา กล่าวว่า “ไม่จริง” และว่า ข่าวที่ออกมาเขียนว่าแหล่งข่าว รายงานข่าว จากรวมไทยสร้างชาติ ส่วนหนึ่งคือ พรรคที่เอ่ยถึง คือคู่แข่งทางการเมือง “เราถือว่าเป็นเป้าหมายหนึ่ง เพราะฉะนั้น อยากให้ลองดูว่า แหล่งข่าว กับการที่มาถามผมตรงๆ มันต้องมีที่มาที่ไปที่ชัดเจน ไม่จริงแน่นอนเรื่องนี้”
ไม่จริงเพราะ เรื่องนี้ เป็นครอบครัว ครอบครัวเราตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เราคุยกันตลอด โดยเฉพาะตอนหลัง เราหารือกันทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องในบ้าน เรื่องการเมือง หรือเรื่องอะไร เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เราพูดคุยกันในพี่น้อง วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองมาโดยตลอด
จนสุดท้าย เราก็มีควมเห็นร่วมกัน อย่างที่พูดไปหลายทีแล้วว่า เราไม่อยู่ที่เดิม มีการพูดคุยกันว่า เราจะมองการเมืองไปทางไหน สุดท้ายสรุปได้ว่า เราไปเพื่อไทย หนึ่งคือ มุมในสุด คือพี่น้อง สองคือเรื่องการที่จะต้องปรึกษาหารือกับทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นในระดับแกนนำ ทุกระดับหรือระดับประชาชนที่จะต้องพูดคุยกัน หรือว่า มีการสำรวจความเห็น ที่มีความเห็นร่วมกัน เราจึงนำมาพูดคุยกันในครอบครัวว่า จะไปอย่างนี้ สรุปเราไปอย่างนี้ เราไปเพื่อไทย

ได้มีพูดกันถึงเรื่องการลาออกจากรัฐมนตรี ก่อนปีใหม่ คือเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม เราก็มาสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง ที่เราพูดคุยกัน ก็สรุปว่า เหตุผลทุกอย่างชัดเจน คือเราไปเพื่อไทย ไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร ก็พยายามสรุปกันว่า รัฐมนตรีอิทธิพล หลังปีใหม่ จะลาออก เพื่อเปิดตัวได้อย่างเต็มที่ ในการไปเพื่อไทย เป็นสิ่งที่ได้คุยกันก่อนปีใหม่ ว่าการเมืองเราจะเป็นแบบนี้
“พอหลังจากปีใหม่ ก็เป็นข่าวว่า รัฐมนตรีอิทธิพล ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ วันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา แล้วผมก็แถลงหรือให้ข่าวเปิดตัวครั้งแรกว่าจะไปเพื่อไทย พันเปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 18 มกราคม จำได้ เป็นไทม์ไลน์ แล้วได้มีการพูดคุยกันอีกทีหนึ่ง ในวันที่ 28 มกราคม ว่า แล้วเราจะเดินกันต่ออย่างไร” นายสนธยากล่าว
และว่า “ก็สรุปกันว่า ผมนำทีมถือธงเพื่อไทย ชลบุรี ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย และยังคงให้รัฐมนตรีอิทธิพล ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ต่อไป จนกว่าจะครบวาระหรือมีการเปลี่ยนแปลง ได้มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน ในการพูดคุยของพวกเรา”
โดยหากจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ราชการกับนายกฯ เราก็จะไปตามปกติ แต่ถ้าจะต้องไปตามทางการเมืองของท่านนายกฯ ก็จะไม่ไป ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรี ที่ร่วมรัฐบาล และทำหน้าที่รัฐมนตรีไปกว่าจะครบวาระ นายอิทธิพลก็จะไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด อันนี้เป็นสิ่งที่เราคุยกัน เพื่อที่จะให้ได้ เป็นการที่เราให้เกียรติ ให้ความเคารพ ท่านนายกฯ ที่ได้ทำงานร่วมกันมา อันนี้วงในคุยกันเลย ผมในฐานะพี่คนโต บอกน้องเลยว่า ผมจะเป็นคนพูดเองในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ ถ้ามีอะไร ใครจะให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร โดยเฉพาะนายอิทธิพล ซึ่งถือว่าเป็นตัวละครที่ถูกนำมาเล่น ก็จะมีการพูดคุยกัน อันนี้เป็นวงในที่เราพูดคุยกัน
ส่วนที่ออกมาเป็นเรื่องของการรายงานข่าว แหล่งข่าว เรื่องแบบนี้กับนิทานที่ฟังจากผม น้ำหนักตรงนี้ น่าจะได้พิจารณาเรื่องนี้กัน
ถามว่า มีใครมาขอให้นายอิทธิพลลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่
นายสนธยาบอกว่า ไม่มี เรามีการพูดคุยกัน นายอิทธิพลบอกว่า ท่านนายกฯ และพี่ตุ๋ย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ก็บอกว่า ไม่ไปไหน ครอบครัวเรา บางเรื่อง เป็นการพูดคุยภายใน ไม่จำป็นต้องออกมาพูดให้ฟัง แต่การเมือง ณ วันนี้ โดยเฉพาะชลบุรี ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อให้ไม่ดีโดยนักการเมืองไม่ดี ไม่อยากใช้คำว่าเลว ใช้ว่า การเมืองไม่ดีมากกว่า เรามีจุดยืนของเรา การมีป้ายขึ้นว่า นายอิทธิพลพูดว่า “พ่อสอนไม่ให้เนรคุณคน ผมถึงไม่ทรยศลุงตู่”
ก็มีการถามว่า ใครทำป้ายนี้ นายอิทธิพลบอกว่า “ไม่จริง ไม่ได้พูด ก็เราคุยกันแล้ว” และว่า การเมืองช่วงนี้ เป็นการเมืองที่ไม่ดี แต่เขาอาจคิดว่า การเมืองทำอะไรก็ได้ เพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางการเมือง ก็ทำไป
เมื่อถามว่า รู้ใช่ไหมว่า ฝีมือใคร นายสนธยากล่าวว่า “คงต้องไปคิดกันว่า คำนี้ มาจากไหน อย่างไร เรื่องการต่อสู้ทางการเมือง มาอย่างไร ก็เป็นนิทานอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าไปดูในวิกิพีเดีย หรือพจนานุกรม คำว่านิทานคือเรื่องที่สร้างขึ้น”

