‘พงศกร’ แจงเหตุผลสวมเสื้อ ปชป.ชิงเก้าอี้ ส.ส.คลองเตย-วัฒนา เพราะความเป็นสถาบันการเมือง หวังขับเคลื่อนแก้ปัญหาให้ชาวบ้านให้สำเร็จ ยันแม้อยู่คนละพรรคกับพ่อ แต่ไม่มีปัญหา
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจมาลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนอยากทำงานการเมืองเพื่อผลักดันนโยบายผ่านพรรคการเมืองที่มีความเข้าใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และมีความผูกพันกับ กทม. ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีสิ่งเหล่านี้มาอย่างยาวนาน โดยยังมีเครือข่ายทั้ง ส.ก. ส.ข. รวมถึงเคยมี ส.ส.และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังเป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของอย่างแท้จริง เป็นสถาบันการเมือง และเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคน นอกจากนี้ ตนเห็นว่ายังมีอีกหลายปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข หากไปอยู่กับพรรคที่ไม่ได้เป็นสถาบันอย่างแท้จริง หรือเป็นพรรคเฉพาะกิจก็อาจทำให้เกิดปัญหาในการผลักดันการดำเนินงานในหลายเรื่อง จึงมั่นใจว่าหากตนจะผลักดันเรื่องต่างๆ พรรคประชาธิปัตย์จะช่วยทำให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ ร.ต.อ.พงศกรไม่ไปสังกัดพรรคพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯกทม. ซึ่งเป็นบิดาของ ร.ต.อ.พงศกร เพราะมีปัญหาเรื่องการจัดวางตัวผู้สมัครของพรรค รทสช.หรือไม่ ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน ตนและบิดามีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน แม้ตนกับบิดามีความต้องการให้ประเทศไทยดีขึ้น แต่ก็มีเส้นทางที่เลือกแตกต่างกันไป ดังนั้น เรื่องการจัดวางตัวผู้สมัครของพรรคดังกล่าวจึงไม่ใช่ปัญหา แต่ก็ยอมรับว่าพรรค รทสช.และอีกหลายพรรคก็เคยมาทาบทามตน รวมถึงบิดาก็เคยมาชักชวนหลายครั้งให้ไปอยู่ด้วยกัน แต่ตนก็ได้อธิบายตามเหตุผลข้างต้นไปแล้ว ซึ่งตนและบิดาก็เข้าใจกัน ตอนนี้ตนมาเสนอเป็นตัวเลือกหนึ่งในพื้นที่เขตคลองเตย-วัฒนา จึงต้องขยันทำงานในพื้นที่ให้มาก เพื่อทำให้ประชาชนในพื้นที่นี้เห็นว่าตนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
เมื่อถามว่า มีความมั่นใจแค่ไหนที่จะชนะในพื้นที่คลองเตย-วัฒนา ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า เขตนี้เป็นเขตที่มีผู้สมัครที่มีชื่อเสียงและมีศักยภาพอยู่หลายคน ซึ่งตนไม่ได้คิดเรื่องความมั่นใจว่าจะชนะหรือไม่ แต่มั่นใจว่าจะทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นทางเลือกที่ดีให้กับประชาชนในเขตคลองเตย-วัฒนา หากประชาชนเมตตาตนก็จะสามารถทำประโยชน์ให้กับพื้นที่นี้ได้อย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่เป็นลูกชายของอดีตผู้ว่าฯกทม.จะทำให้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบผู้สมัครคนอื่นหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะบิดาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะมีการแข่งขันทางการเมือง แต่ก็ไม่ได้เป็นศัตรูกัน
เมื่อถามอีกว่า บิดาได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ท่านบอกแค่ว่าต้องขยันกว่าคนอื่น เพราะตนเป็นคนหน้าใหม่ ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์สูงกว่าคนอื่น ซึ่งบิดาของตนก็อยากให้ตนประสบความสำเร็จ แต่เนื่องจากท่านเป็นสมาชิกพรรค รทสช.ก็ต้องไปช่วยพรรคนั้นด้วย
เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าเหตุผลหนึ่งที่มาร่วมกับพรรค ปชป. เป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ตนได้พูดคุยขอคำแนะนำจากนายอภิสิทธิ์มาตลอด จนกระทั่งถึงวันที่ตนตัดสินใจมาเข้าอยู่กับพรรค ปชป.
เมื่อถามอีกว่า จะเชิญให้นายอภิสิทธิ์มาช่วยหาเสียงในเขตคลองเตย-วัฒนาหรือไม่ ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า ตนจะไปขอคำแนะนำจากนายอภิสิทธิ์ในเรื่องการหาเสียง ซึ่งตนเชื่อว่าจะได้รับคำแนะนำที่ดี เพราะท่านก็เคยเป็น ส.ส.ในเขตนี้
ต่อข้อถามถึงความมั่นใจต่อกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ใน กทม. ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรค ปชป.ไม่ได้ ส.ส.เลย ก็อาจถือว่ามีความเสียเปรียบพรรคอื่น แต่การเลือกตั้งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ขณะที่การทำงานทางการเมืองควรทำในสิ่งที่เรามีความเชื่อ และจะสามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชน ตนจึงเห็นว่าพรรค ปชป.ตอบโจทย์ แม้ตอนนี้จะยังไม่มั่นใจว่าจะชนะหรือแพ้ แต่สิ่งที่มั่นใจคือตนต้องทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับเขตนี้
ทั้งนี้ ในเขตคลองเตย-วัฒนา เดิมในการเลือกตั้งปี 2562 นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา จากพรรคพลังประชารัฐ ชนะได้เป็น ส.ส. แต่การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ นางกรณิศได้ย้ายค่ายมาลงให้พรรคภูมิใจไทย โดยนอกจากมี ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. มาลงในเขตนี้แล้ว ยังมี นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง ได้ขอย้ายมาลงเขตนี้ ในสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คลองเตยเดือด ผู้ท้าชิง เปิดศึกโซเชียล อดีต ส.ส. ซัด ‘ลูกอัศวิน’ สมัยพ่อ ทำไมไม่ทำ?
- ปชป.เปิด 14 ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ‘ลูกชายอัศวิน’ ชิงคลองเตย-วัฒนา เฉลิมชัยอ้อนเลือกคนไม่โกง

