หน้าแรก การเมือง รองเลขาฯ กกต....

รองเลขาฯ กกต. รับ เลือกตั้ง 62 ‘กดดัน’ เหตุว่างเว้นนาน นำบทเรียนแก้ไข มั่นใจรอบนี้ดีกว่าเดิม

10.03.23 | 14:54 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มีการจัด Open Data Day 2023 Open Data การเมืองไทย เพื่อเตือนความจำและทบทวนบทเรียนจากการเลือกตั้งปี 2562 โดยมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลก่อนการเลือกตั้ง เช่น รายชื่อ ส.ส. หน่วยเลือกตั้ง จำนวนประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง และข้อมูลระหว่างถึงหลังเลือกตั้ง ว่ามีอะไรที่เป็นปัญหาบ้าง ควรแก้อย่างไร และคาดหวังอะไรที่ก้าวหน้าในการเลือกตั้ง 66 (อ่าน ขยี้แผล ‘เลือกตั้ง 62’ เปิดจุดอ่อน ย้อนบทเรียน ก่อนวันชี้ชะตา #เลือกตั้ง 66)

ในตอนหนึ่ง นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงภาพการเลือกตั้งปี 62 ว่าในครั้งนั้น ถือเป็นการเลือกตั้งภายใต้กฎกติกาใหม่ จะเห็นได้ว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งภายใต้บัตรใบเดียวและเป็นการเลือกตั้งที่ว่างเว้นมาจากระยะเวลาหลายปี สร้างความกดดันให้ กกต.พอสมควรในการจัดการเลือกตั้ง ระยะเวลาการลงคะแนนที่เปลี่ยนแปลงไปจากการปิดหีบเวลา 15.00 น. เป็น 17.00 น ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานของบุคลากรในระดับหน่วยเลือกตั้ง ประกอบกับเมื่อ 4 ปีที่แล้ว กกต. มีความพยายามที่จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ให้ทันกับยุคสมัยทุกรูปแบบ โดยมีแอพพลิเคชั่นให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หรือที่เรียกกันว่า Rapid Report ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อการทำให้ความน่าเชื่อถือของกระบวนการของการรวมคะแนนลดน้อยลงในสายตาพี่น้องประชาชน

นอกจากนั้น ยังมีการรวมคะแนนแบบคู่ขนานที่เป็นทางการซึ่งจะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ แต่ Rapid Report เป็นการลงคะแนนผ่านแอพพลิเคชั่นโดยผู้ที่ทำหน้าที่คีย์ข้อมูลเข้าไป คือ กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 หน่วยทั่วประเทศ ซึ่งกรรมการประจำหน่วยมาจากพี่น้องประชาชน การคีย์ข้อมูลเข้าไป หากผิดแล้วจะแก้ไขไม่ได้เลย เพราะลักษณะของคะแนนเป็นแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้เกิดปัญหาระหว่างคะแนนที่เป็นทางการที่ดำเนินการโดยถูกต้องกับสิ่งที่ดำเนินการผ่านแอพพลิเคชั่น จึงทำให้เกิดความขัดแย้งในส่วนของข้อมูล

“นี่คือสิ่งที่เป็นบทเรียนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่ง กกต.พยายามที่จะแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น พยายามที่จะพัฒนาให้ดีกว่าเดิมที่จะทำอย่างไรให้การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการนั้นสามารถที่จะตอบโจทย์ในสิ่งที่เคยประสบปัญหามา แต่เมื่อใช้ไปได้สักครู่เราก็มีการแก้ไขกฎหมายกันอีกแล้ว คือ กลับมาใช้บัตรสองใบ ดังนั้นสิ่งที่พัฒนามากับการใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวก็ไม่สามารถที่จะนำมาใช้ได้ เท่ากับว่าเราเริ่มต้นในกระบวนการของการดำเนินการใหม่เกือบทั้งหมด ประกอบกับกรอบเวลาที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอแล้วกับการดำเนินการ” นายกิตติพงษ์กล่าว

Advertisement