‘สุวัจน์’ เชื่อคนยอมรับ ‘ทหาร’ ถ้ายกสนามกอล์ฟทำประโยชน์ แชร์ไอเดียแห่สมัครเพียบ ไม่ต้องเกณฑ์
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 เวทีแรกของแคมเปญ “มติชน: เลือกตั้ง 2566 บทใหม่ประเทศไทย” ซึ่งจัดที่โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ (รางน้ำ) ภายใต้หัวข้อ “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” ที่มีตัวแทนจาก 8 พรรคการเมืองร่วมขึ้นเวทีประชันนโยบาย
เวลา 09.50 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวในรอบที่ 1 หัวข้อ “ย้ำจุดยืน” โดยตอบคำถาม “พรรคมีจุดยืนและข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปกองทัพอย่างไร” ว่า
สำหรับการปฏิรูปกองทัพ ตนคิดว่ากองทัพมีภารกิจเรื่องความมั่นคง เป็นเหมือนส่วนราชการทั่วไป เพียงแต่เราอาจจะมองกองทัพว่าอยู่ในความสนใจ โดยรัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยการปฏิรูป มาตรา 258 ก็เขียนไว้ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลมีหน้าที่ในการปรับปรุง ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดความทันสมัยและเกิดความเปลี่ยนแปลง
“ฉะนั้น เมื่อพูดถึงการปฏิรูปกองทัพ ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่จะพูดถึง เพราะกองทัพเหมือนส่วนราชการทั่วๆ ไปที่อาจจะมีข้อบกพร่องอะไรต่างๆ ที่ต้องปฏิรูปให้มันดี เพราะวันนี้กระแสสังคมก็ได้กดดันแสดงความเป็นห่วง ผมเชื่อว่าส่วนราชการต่างๆ ขณะนี้ก็ได้มีการแก้ไขตัวเองแล้ว เพียงแต่อาจจะยังไม่ได้ไปสู่สาธารณชน หรือยังไม่เพียงพอ
แต่ว่าในส่วนของกองทัพ มีหลายประเด็นที่ควรมีการพูดถึง เป็นความห่วงกังวล ถ้าแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้จะเป็นเรื่องดี เช่น ควรจะเกณฑ์ทหารหรือไม่ สำหรับแนวคิดของพรรคชาติพัฒนากล้าอาจจะเป็นประเด็นที่เบาทันที คนอาจจะอยากเป็นทหารด้วยซ้ำไป เพราะได้ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องมาตุภูมิ รักษาความมั่นคง แต่ถ้าเราจะทำให้เรื่องการเกณฑ์ทหาร มีรายได้ดี เป็นอาชีพที่ดีอย่างหนึ่ง ดีกว่าไปทำอาชีพอื่นๆ ตำแหน่งหน้าที่สามารถไหลโฟลว์ไปสู่จุดสูงสุดได้ ถ้าเราสร้าง incentive สร้างรายได้ที่เพียงพอ คนที่ประสงค์เป็นทหารอาจจะมากมายเพียงพอจนไม่ต้องคุยกันเรื่องเกณฑ์ทหารแล้ว มันสามารถปรับปรุงกระบวนการ ขั้นตอนต่างๆ” นายสุวัจน์กล่าว
นายสุวัจน์กล่าวต่อว่า หรือเรื่องการลงทุนของกองทัพ ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ มีการใช้จ่ายงบในการดูแลแก้ไขวิกฤตต่างๆ โดยเฉพาะโควิด วันนี้มีปัญหาหนี้สินประเทศไทย มีหนี้สินต่อครัวเรือนอยู่ในเกณฑ์ที่สูง และเรายังมีเรื่องรัฐสวัสดิการ นโยบายประชานิยมหลายอย่าง ฉะนั้น งบประมาณต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
“ผมว่าการลงทุนเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ใช้เงินเยอะ ต้องคิดให้รอบคอบว่าอาวุธส่วนไหนควรลงทุน มีความจำเป็นหรือไม่ คำนึงถึงงบประมาณมาว่ามีความเพียงพอหรือไม่ ถ้าสามารถบริหารและชี้แจงให้สังคมได้รับทราบว่าส่วนนี้จำเป็น ไม่มีไม่ได้ ไม่มีเรื่องที่ไม่โปร่งใส ให้สังคมสบายใจ ก็เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุน”
“ขณะเดียวกัน กองทัพมี Access อยู่มากจากภาษี ผมชอบเวลาเห็นมีภัยสาธารณะแล้วทหารเอาเครื่องมือเครื่องจักรมาช่วย อันนั้นคือการใช้ทรัพยากรประเทศอย่างคุ้มค่า เวลาไม่รบก็ใช้ในการช่วยเหลือสังคม สะท้อนว่ากองทัพมีทรัพยากรอยู่เยอะ ถ้ามีนโยบายในการใช้ Access ของกองทัพให้ประชาชนได้ยอมรับส่วนนี้
หรือยังมีหลายเรื่อง โรงแรม รีสอร์ต สนามกอล์ฟ ที่ดินต่างๆ ของกองทัพ ถ้าสามารถที่จะ utilize ใช้ให้มีประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ทหารได้รับการยอมรับ และบทบาทของกองทัพจะไม่ใช่เรื่องความมั่นคงอย่างเดียว แต่มาช่วยส่วนรวม ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและเป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีซึ่งกันและกัน” นายสุวัจน์กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อตอบคำถามครบ 5 นาที นายสุวัจน์โยนคำถามเดียวกันให้กับ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม ตัวแทนพรรคก้าวไกล เป็นผู้ตอบคำถาม
- ‘พริษฐ์’ ตอบชัดจุดยืนก้าวไกล ‘ม.112-ม.116’ ย้ำต้องเปิดพื้นที่พูดปัญหา ชง ลดโทษจำคุก
- ‘ศิธา’ ชี้ นิรโทษกรรมต้องหาจุดพอดี ใช้หลักสากล ยกเคส ‘ทักษิณ’ อย่าตัดสินด้วยความรู้สึก
- ‘สนธิรัตน์’ ยัน รธน.แก้ได้หากไม่ตอบโจทย์ ต้องยึดประโยชน์ ปชช. ลั่น พปชร. ไม่ใช่พรรคสืบทอดอำนาจ
- ‘วราวุธ’ ชี้ กฎหมายควบคุมคอร์รัปชั่นยังไม่เข้ม เปิดโอกาสให้คนทำผิด-ไม่กลัวกฎหมาย

