หน้าแรก การเมือง ‘สุรนันทน์’ เ...

‘สุรนันทน์’ เผย การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์มีมานานแล้ว ยกกรณี ‘ปิยบุตร-พิธา’ ขัดแย้งแล้วรีบจับมือหวั่นคน กทม. ไม่เชื่อมั่นพรรค

20.03.23 | 17:00 น.

‘สุรนันทน์’ เผย การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์มีมานานแล้ว ยกกรณี ‘ปิยบุตร-พิธา’ ขัดแย้งแล้วรีบจับมือหวั่นคน กทม. ไม่เชื่อมั่นพรรค

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ชั้น G บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) มีการจัดเวทีวิชาการ “วิเคราะห์เลือกตั้ง 2566 จากฐานคะแนนและการแบ่งเขตเลือกตั้ง” ซึ่งนับเป็นเวทีที่ 2 ในแคมเปญ “มติชน เลือกตั้ง’66 บทใหม่ประเทศไทย”

จากนั้น เวลา 11.05 น. ได้จัดเสวนาในหัวข้อ ภูมิทัศน์การเมืองจากเลือกตั้ง 2562 ถึงเลือกตั้ง 2566 โดย รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย, ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตกรรมการบริหาร-โฆษกพรรคไทยรักไทย อดีตรัฐมนตรีและเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงการจะทำให้พรรคการเมืองได้ประโยชน์จากการการเลือกตั้งในครั้งนี้ คือ การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ มันมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายสุรนันทน์กล่าวว่า เรื่องยุทธศาสตร์มีมานานแล้ว คราวนี้ก็เช่นกัน ระหว่างพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) เพราะพรรค ก.ก.เองมองว่า การที่ตนมีความขัดแย้งในช่วงที่อาจารย์ระหว่างปิยบุตร กับพิธา แล้วรีบจับมือกัน เพราะถ้าขัดแย้งกันมากกว่านี้ มันจะทะลุเพดาน แล้วคน กทม.จะไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นเขาก็กลับมายอมเป็นฝ่ายค้านอีกรอบหนึ่ง เพราะเขาต้องการแสดงอีกรอบ เชื่อว่าในที่สุดแล้ว ก้าวไกลจะยกมือให้เพื่อไทย แต่เป็นการยกมือเพื่อเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล

ในตอนท้าย นายสุรนันทน์ได้ฝากถึงประชาชนที่เฝ้ารอการเลือกตั้งอยู่ว่า สิ่งที่จะฝากก็คือ นโยบาย พอเป็นประชานิยมหมด บางทีประชาชนในระดับชุมชนต้องการความเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมมากกว่าแค่ตัวเลข พอลึกๆ เขาอยากได้นโยบายว่า ทำอย่างไรให้เขากลับมาฟื้นหลังจากประสบปัญหาโควิดและเศรษฐกิจ พอเป็นประชานิยมจนคนงง ในชุมชนจะกลายเป็นพื้นที่ที่เหมือนกันหมด นี่คือสิ่งที่สำคัญ เขาอยากเลือกคนที่ดีและมีคุณภาพ แต่พอคุณเสนอเหมือนกัน เขาแยกไม่ออก เขาจึงเลือกรับเงินดีกว่า ผมมองว่าในต่างจังหวัดก็มีผล ระบบอุปถัมภ์ยังอยู่ ไม่ใช่เพราะเรื่องนโยบายหรืออะไรแล้ว ฝากให้พรรคการเมืองต้องพูดให้ชัดว่าจะเปลี่ยนโครงสร้างการเมืองอย่างไร แต่ข้างหน้าต่างหากที่คนอยากรู้ว่า ตนจะใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่เปลี่ยนแปลง ตรงนี้จะดีกับการเมืองไทยในอนาคต ดีกว่าการแข่งขันถึงแค่ตัวเลข

Advertisement