ศาล ปค.สูงสุดตีตกคำร้อง ‘เรืองไกร’ ขอเพิกถอน พ.ร.ฎ.ยุบสภา 2566 เหตุไม่อยู่ในอำนาจพิจารณา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณากรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี จากเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่สุจริต ใช้ดุลพินิจยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่ชอบด้วยมาตรา 103 วรรคสาม ขอให้ศาลมีคำสั่งระงับไม่ให้ พ.ร ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร 2566 มีผลใช้บังคับเป็นการชั่วคราว และเพิกถอน พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร 2566 ที่ตราขึ้นโดยไม่สุจริต
ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่าการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปนั้น ในมาตรา 103 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้ทำในรูปแบบของพระราชกฤษฎีกา แต่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวไม่ได้ตราขึ้นเพื่อเป็นกลไกในการบริหารราชการแผ่นดินตามปกติ หรือเพื่อกำหนดการอันจำเป็นแก่การดำเนินกิจการทางปกครองตามที่องค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตราขึ้นในระดับพระราชบัญญัติ หรือพระราชกำหนดต่างๆ กำหนดให้อำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาไว้ แต่เป็นกลไกในการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามระบบรัฐสภา
พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจึงไม่ใช่พระราชกฤษฎีกาตามนัยมาตรา 11(2) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาปกครอง 2542 คดีพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของ พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร 2566 จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะพิจารณาพิพากษาคดีดังที่ศาลปกครองสูงสุดได้เคยวินิจฉัยไว้แล้วในหลายคดีเ ช่น คดีหมายเลขดำ ที่ ฟ.5/2549 หมายเลขแดง ที่ ฟ.3/2549 คดีหมายเลขดำ ที่ ฟ.100/2556 หมายเลขแดง ที่ ฟ.127/2556
ส่วนที่นายเรืองไกรขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามความในมาตรา 102 ของรัฐธรรมนูญเป็นคำขอที่อยู่นอกเหนืออำนาจของศาลปกครองตามมาตรา 197 ของรัฐธรรมนูญและมาตรา 9 ประกอบมาตรา 72 ของ พ.ร.บ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ที่จะมีอำนาจและมีคำสั่งให้ตามที่ขอ
จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ทำให้ไม่จำต้องพิจารณาคำขอไต่สวนฉุกเฉินเป็นกรณีเร่งด่วนและไม่จำต้องพิจารณา และมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการวิธีการชั่วคราวให้ระงับ พ.ร ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร 2566 ไม่ให้มีผลใช้บังคับไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการมีคำพิพากษา
คลิก เพื่ออ่านคำสั่งฉบับเต็ม
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

