หน้าแรก การเมือง นักผังเมืองแน...

นักผังเมืองแนะประเมินทุกทางเลือก ปมไฮสปีดเทรนอยุธยา อดีตคณบดีโบราณฯ รับหนักใจ เวลาจำกัดแค่ 6 เดือน  

21.04.23 | 14:29 น.

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์อยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ในการจัดทำรายงานผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตามโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) (อ่านข่าว นักวิชาการ รุดยื่น ‘Saveอโยธยา’ กลางวงประชาพิจารณ์ ค้านรถไฟ สร้างผ่าเมืองเก่า)

โดยมี นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเปิดงาน และมี ผศ.ชวลิต ขาวเขียว อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, รศ.ดร.กรรณิการ์ สุธีรัตนาภิรมย์ อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และนายศิริวัฒน์ จิตตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ร่วมกันนำเสนอ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เวลา 09.00 น. นายศิริวัฒน์ จิตตศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และนายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเปิดการประชุม หลังจากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงนำเสนอผลการศึกษาโครงการเป็นลำดับถัดมา

เวลา 11.00 น. เข้าสู่ช่วงรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วม ทั้งในที่ประชุมและช่องทางออนไลน์ ต่างมีผู้ประสงค์ออกความเห็นเป็นจำนวนมาก

ในตอนหนึ่ง นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง กล่าวว่า ขอให้กำลังใจที่พยายามทำการศึกษาผลกระทบด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) ฉบับแรกของประเทศไทย แต่ไม่น่าจะเป็น HIA ในสภาวะจำยอม ในมุมมองวิชาการควรประเมินทุกทางเลือก

Advertisement

“ความคิดเห็นที่คิดว่าควรจะเป็นทางเลือกที่ 3 ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เป็นเหตุผลส่วนตัวของอาจารย์ผู้ตัดสินใจ แต่ในเชิงวิชาการ มันจะได้ประโยชน์มาก ถ้ามีการประเมินทุกทางเลือก” นางภารนีกล่าว

นางภารนี แจงประเด็นต่อมาว่า ในเรื่องของผังเมืองได้มีการพูดถึงว่ามันไม่ได้หยุดนิ่ง มีการขยับขยายตัว มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนที่มีปัญหาทั้งอาคารหรือเมืองอโยธยา ที่กล่าวว่าจะมีการขยายตัวไปโซนนั้นเยอะ ในการศึกษาเรื่องกฎหมายต้องอย่าไปหยุดที่ผังเมืองปัจจุบัน เพราะขณะนี้ พ.ร.บ.ผังเมืองฉบับใหม่ล่าสุดทุกผังจะมีการปรับปรุง อยุธยาเองก็เช่นกัน

“ในส่วนผังเมืองฉบับใหม่มีการพูดถึงการให้ความสำคัญในเรื่องของศิลปวัฒนธรรม น้ำ และสิ่งแวดล้อม อยากให้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดูคู่กับ Outstanding Universal Value; OUV ที่ศึกษา กับข้อเสนอแนะที่จะทำกับ 4 ทางเลือก ว่าบนกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง ควรมีการป้องกันผลกระทบอย่างไร แนวทางไหนเป็นไปได้มากหรือน้อยอย่างไร จะเป็นการศึกษาทางวิชาการที่มองครอบคลุม คิดว่ายังไม่ได้มีการหยิบขึ้นมาดูในเรื่องของการ Assessment หรือการประเมินแบบมองไปข้างหน้า” นางภารนีกล่าว

นางภารนี กล่าวต่อไปว่า เรื่องการประเมิน ตามเอกสารมีการพูดถึง 22 จุดสังเกต มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่าง และพูดถึงคุณค่าความโดดเด่นที่อยุธยาได้รับ ทางผู้ทำให้ข้อมูลว่ามีผลกระทบมาก-น้อย มีบริบทในเรื่องต่างๆ แต่ไม่เห็นหลักฐานเชิงประจักษ์ มันจึงทำให้เรามองเห็นว่าอันนี้เป็นบวก เป็นลบ ในโซนที่ 1 หรือ 2 มองไม่เห็นภาพทั้งเมือง

“ถ้าผู้ว่าจ้างให้เวลาอีกสักหน่อย และอาจารย์กรรณิการ์ทำงานจรงจุดนี้ให้ละเอียด ครอบคลุม มันจะทำให้การประเมินมองเห็นทั้ง 4 ทางเลือก และการประเมินจริงๆ ควรนำเรื่องคุณค่า โซน จุดสังเกต มามองให้ครอบคลุม โดยไม่ได้มองแค่เรื่องทัศนียภาพหรือความสั่นสะเทือนอย่างเดียว

มันยังมีว่าถ้า 4 ทางเลือกเกิดขึ้น การจัดการในบริบทนครประวัติศาสตร์หรือผังเมืองที่มีคุณค่า มันจะมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อย่างไร ซึ่งจะมีผลกระทบในเรื่องอื่นด้วย จุดนี้ยังไม่ปรากฎในเอกสาร ตั้งแต่หน้า 30 จะเห็นการพูดถึงข้อมูลที่ผ่านมา ปัญหา และพูดว่าสิ่งนี้ให้บวกหรือลบ ยังไม่เห็นว่าทั้ง 4 ทางเลือกกระทบต่อทรัพย์สินที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างไร” นางภารนีกล่าว

ด้าน ผศ.ชวลิต ขาวเขียว อดีตคณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร แจงว่า การประเมินทั้ง 22 จุด จะมีอยู่ในรายงานใหญ่ และจะไปทำเพิ่มเติมให้ครบ นอกจากนี้ยังมีข้อหนักใจใหญ่ในการทำงานคือเรื่องระยะเวลาจำกัดแค่ 6 เดือน

“จริงๆ ตัวเลือกทั้งหมดมีการประเมินมาแล้ว โดยการรถไฟให้ผู้เชี่ยวชาญมาประเมินทั้ง 4 ทาง ซึ่งได้หยิบทางที่ 3 มานำเสนอ ซึ่งทางเราก็มีการประเมินซ้ำอีกที แต่อาจจะไม่ได้ละเอียดมาก หากประเมินละเอียดคงต้องใช้เวลาเป็นปี จึงเอาข้อมูลพื้นฐานเดิมมาใช้” นายชวลิตตอบ  (อ่านข่าว อดีตคณบดีโบราณฯ รับ ยังไม่ได้ศึกษาจริงจัง – ชาวบ้านชงทำผัง ‘อโยธยา’ ดันจุดขาย ‘ไฮสปีดฯคู่มรดกโลก’)