‘ชัยธวัช’ ยกเคส ‘พฤษภา 35’ บทเรียนนองเลือด เพราะ ‘ไม่ยอมรับกติกา’ ยันต้องปฏิรูปกองทัพ-หยุดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ คณะกรรมการญาติวีรชน 35, มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐบาล, ผู้แทนพรรคการเมือง ตลอดจนภาคประชาชน ร่วมจัดงานรำลึก “31 ปี พฤษภาประชาธรรม”
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในวันรำลึกเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม ซึ่งเริ่มต้นจากการที่ประชาชนรวมตัวกัน เรียกร้องนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง คัดค้านนายกรัฐมนตรีที่มาจากการรัฐประหาร จนนำมาสู่การสูญเสียครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในสังคมไทย

“เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 31 ปี เรามีบทเรียนจากเหตุการณ์เมื่อ 31 ปีที่แล้ว และยังเป็นบทเรียนที่ยังไม่มีบทสรุปร่วมกันในสังคมไทย” นายชัยธวัชกล่าว
นายชัยธวัชระบุว่า บทเรียนแรกจากเหตุการณ์เมื่อ 31 ปีที่แล้ว คือการยอมรับกฎกติการ่วมกันในระบอบประชาธิปไตย จะไม่นำมาซึ่งการสูญเสียใดๆ อีก หากสังคมไทยสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งยืนอยู่บนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตย
“เราจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่จะต้องสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชนอีก นี่เป็นบทเรียนที่พวกเราควรจะบรรลุร่วมกัน” นายชัยธวัชชี้
นายชัยธวัชกล่าวว่า บทเรียนที่ 2 หลังเหตุการณ์พฤษภา 35 สังคมไทยเห็นกองทัพทหารกลับเข้าสู่กรมกองในช่วงแรกก็ยินดี ว่าหลังจากนี้จะไม่เกิดการรัฐประหาร และเราไม่ได้ดำเนินการอะไรเลยในการปฏิรูปกองทัพ
“บทเรียนนี้มีความสำคัญว่าการไม่ดำเนินการปฏิรูปกองทัพ ไม่ทำให้ทหารอยู่ภายใต้พลเรือนอย่างแท้จริง ไม่ทำให้กองทัพออกจากบทบาทในการจัดการปัญหาความมั่นคงภายใน ปล่อยให้ปัญหาความมั่นคงภายในเป็นหน้าที่ของพลเรือน

“ถ้าเราไม่ดำเนินการเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง จะไม่มีอะไรรับประกันว่าในอนาคตจะไม่มีเหตุการณ์การรัฐประหาร หรือการแทรกแซงทางการเมืองโดยกองทัพอีกในอนาคต” นายชัยธวัชกล่าว
นายชัยธวัชกล่าวว่า บทเรียนข้อที่ 3 คือ เรื่องการไม่ปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมลอยนวล พ้นผิด หลังเหตุการณ์พฤษภา 35 ก็นับเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งจนถึงวันนี้ ยังไม่เคยมีการไต่สวน สอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริง
“คนที่มีบทบาทในการทำให้ประชาชนจำนวนมากถูกปราบปราม บาดเจ็บ ล้มตาย และสูญหาย มีแต่การออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ให้กับผู้มีอำนาจรัฐ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนทำให้เกิดความสูญเสีย ล้มตาย ไม่ต้องรับผิด” นายชัยธวัชระบุ

นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า รายงานการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ทำโดยกองทัพเอง จนวันนี้ก็ยังไม่เคยถูกเปิดเผยจริงๆ แม้จะเคยถูกเปิดเผยด้วยการอาศัย พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร แต่เป็นการเปิดเผยโดยมีการขีดถมดำแทบทั้งหมด
“บทเรียนข้อที่ 3 ก็คือ หากเราไม่ต้องการที่จะเห็นผู้มีอำนาจรัฐ ใช้อำนาจในการปราบปรามประชาชนจนเกิดการบาดเจ็บ ล้มตาย หรือสูญหายอีกในอนาคต เราจำเป็นต้องไม่ปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดอีกต่อไป
“การแสวงหาข้อเท็จจริงหลายในเหตุการณ์ในอดีต การไม่ยอมให้เกิดการนิรโทษกรรมตัวเองของผู้มีอำนาจ และกลไกกระบวนการยุติธรรม ที่จะนำเอาผู้มีอำนาจในการทำให้ประชาชนล้มตาย มารับผิดชอบในกระบวนการยุติธรรม เป็นความจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นพฤษภา 35 อีก” นายชัยธวัชกล่าว
นายชัยธวัชกล่าวว่า บทเรียนสำคัญข้อที่ 4 คือเสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสดงออก คนที่อยู่ในเหตุการณ์จะเห็นว่า ขณะนั้นสื่อมวลชนถูกเซ็นเซอร์ ถูกปิดปาก ไม่ให้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเป็นสิ่งหนึ่งที่เปิดทางให้ผู้มีอำนาจปราบปรามประชาชนได้อย่างไม่ต้องเกรงใจใคร
“การต่อสู้เพื่อเสรีภาพสื่อมวลชน เสรีภาพของข้อมูลข่าวสาร เสรีภาพในการแสดงออก มันเป็นวาระสำคัญที่สังคมไทยก็ยังไม่บรรลุอย่างเต็มที่
เมื่อประเทศไทยกลับเข้าสู่บรรยากาศประชาธิปไตยเต็มที่ หวังว่าเราจะสามารถร่วมกัน ทำให้วาระสำคัญ 4 วาระนี้ บรรลุในความเป็นจริง เพื่อจะไม่ต้องมารำลึกโศกนาฏกรรมทางการเมืองเพิ่มอีก ขอเชิญชวนช่วยกันเปลี่ยนพฤษภา 35, พฤษภา 53 ให้กลายเป็นพฤษภาแห่งความหวัง เพื่อที่จะทำให้ประชาชนที่เสียสละชีวิต ร่างกาย รวมถึงครอบครัวของเขาไม่สูญเปล่า” นายชัยธวัชทิ้งท้าย
อ่านข่าว :
- ‘ชลน่าน’ เชื่อวีรชน 35 คงยิ้มมุมปาก ผลเลือกตั้ง66 ผงาด – จิตสำนึกปชต. ถูกปลูกฝังในคนไทย
- ‘อดุลย์’ วอนรัฐบาลใหม่ คืนศักดิ์ศรี ‘วีรชน 35’ – 31 ปีผ่านไป ให้เผด็จการเยียวยา ไม่ลง
- ปริญญา ดักคอ ‘ส.ว.ปิดสวิตช์ตัวเอง’ เห็นต่างได้ แต่หลักการต้องเคารพ ฝั่ง ปชต.ชนะท่วมท้น
- ชลน่าน ลั่น ก้าวไกล-เพื่อไทย ‘ต้องแต่งกันให้ได้’ ทวนคำประกาศ ส.ว. ‘จะโหวตให้ข้างมาก’
- ‘ชลน่าน’ รำลึกวีรชน พ.ค.35 ตอบปมเงื่อนไขฟอร์มรบ. ‘ให้เกียรติก.ก.’ รอดู MOU ลงลึกแค่ไหน

