หน้าแรก การเมือง ชัยธวัช ลั่น ...

ชัยธวัช ลั่น วาระหลักรบ.ใหม่ ‘แก้ไข-เยียวยา-ยุติขัดแย้ง’ คืนความปกติให้กระบวนการยุติธรรม

19.05.23 | 14:57 น.

‘ชัยธวัช’ ลั่น รัฐบาลใหม่เตรียมคืนความปกติให้กับกระบวนการยุติธรรม ยุติปัญหาความขัดแย้ง เยียวยาบาดแผลสังคมไทย

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ศาลาชัยสินธพ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร มีการจัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2553 นำโดยนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดานางสาวกมนเกด อัคฮาด หรือ น้องเกด พยาบาลอาสา และนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดานายสมาพันธ์ ศรีเทพ หรือน้องเฌอ ร่วมด้วยญาติผู้วายชนม์ โดยมีผู้เข้าร่วม อาทิ นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำ นปช., นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และนางสาวปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย, รศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน พยาบาลอาสา, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ว่าที่ ส.ส.เขตพระโขนง-บางนา พรรคก้าวไกล, นางภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลชื่อดัง และนายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน เป็นต้น (อ่านข่าว ญาติเหยื่อสลายชุมนุมปี 53 เรียกร้องรบ.ใหม่ ‘ทำความจริงให้ปรากฏ’ ลงนาม ICC สางคดีการเมือง)

ในช่วงท้ายกิจกรรม นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ตอบคำถามกับสื่อมวลชนในประเด็นหากตั้งรัฐบาลได้สำเร็จพรรคก้าวไกลจะนำคดีการสลายการชุมนุมเสื้อแดงขึ้นมาแก้ไข ยุติปัญหาความขัดแย้ง และบาดแผลของสังคมไทย

นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนมาในฐานะของพรรคก้าวไกล เพราะกระบวนการในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่และกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่แล้วเสร็จ วันนี้ถือเป็นวันสำคัญเพราะเมื่อ 13 ปีที่แล้ว มีเหตุการณ์ล้อมปราบ โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ทำให้ประชาชนเสียชีวิตจำนวนมากในวัดปทุมวนาราม ซึ่งมีหลักฐานพยานชัดเจนว่าประชาชนที่อยู่ฝนวัดปทุมฯ ไม่ได้มีอาวุธ ไม่ได้มีการยิงตอบโต้ ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์แต่อย่างใด แต่ก็มีความชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ทหารจำนวนมากยืนอยู่บรางรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้วยิงลงมา นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนชัดว่า 13 ปีผ่านไป กระบวนการที่จะนำเจ้าหน้าที่ที่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุจนทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและได้รับโทษยังไม่ปรากฏ

“ปัญหาของสังคมไทยอันหนึ่ง คือ การยอมให้เกิดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐใช้กำลังต่อชีวิตเลือดเนื้อของประชาชน ไม่เคยเลยที่จะมีใครต้องรับผิด ซึ่งถ้าปล่อยเป็นแบบนี้ มันไม่มีหลักประกันในอนาคตว่าจะไม่มีเหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญหากเราสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ผมคิดว่าวาระหลักสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ คือ การแก้ไข ยุติปัญหาความขัดแย้ง และบาดแผลของสังคมไทยที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งการคืนความยุติธรรมในกรณีการสลายการชุมนุมในระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม 53 นี่ก็จะเป็นเรื่องสำคัญประเด็นหนึ่ง” นายชัยธวัช กล่าว

Advertisement

นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หากถามว่า ก้าวไกลจะทำการรื้อคดีตั้งแต่ปี 2549 – 2553 ใช่หรือไม่ ขอ อย่าเรียกว่าการรื้อคดี เพราะมันมีรายละเอียดต้องแยกย่อย ที่สำคัญคือกระบวนการยุติธรรมซึ่งอยู่ในมือของดีเอสไอ ในฐานะที่เป็นคดีพิเศษ มันถูกแช่แข็งไว้ หยุดนิ่งไปตั้งแต่หลังการรัฐประหารปี 57 เป็นต้นมา ดังนั้นสิ่งนี้ต้องเป็นประเด็นแรกๆ ที่ต้องผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อ เพราะขณะนี้เฉพาะคดีผู้เสียชีวิตในระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค. 53 มีการไต่สวนการเสียชีวิตไปแล้วเพียง 33 ศพ กระบวนการยังค้างอยู่ในดีเอสไอและอัยการ ยังไม่ได้เข้าสู่ชั้นศาล ส่วนที่สู่ชั้นศาลเป็นแค่กระบวนการการไต่สวนการตายเท่านั้น ยังมีอีก 62 ศพ ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวนการตาย ดังนั้นเรื่องนี้ต้องเป็นลำดับแรก ๆ ที่จะต้องเดินหน้าต่อ เพื่อคืนความปกติให้กับกระบวนการยุติธรรม ให้กระบวนการยุติธรรมภายในประเทศทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนี่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง

“ถ้าเราอยากจะให้รัฐบาลและสังคมไทยมีสมาธิที่จะนำพาประเทศไปสู่อนาคต ก็ต้องทำให้มีสมาธิ ยุติความขัดแย้ง แล้วก็บาดแผลทางการเมืองระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ให้ได้ด้วย ไม่อย่างนั้นก็เดินหน้าไม่ได้ อันนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเรายังไม่ได้พูดถึงคดีการเมืองในปัจจุบัน คดีการเมืองในอดีตด้วย ซึ่งอันนี้ทางพรรคก้าวไกลก็เป็นวาระสำคัญที่เรานำไปพูดคุยกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ เรากำลังดำเนินจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันอยู่ ซึ่งไม่ยากเกินไปถ้ามีความตั้งใจ จริง ๆ ข้อเสนอในการคืนความยุติธรรม มันไม่ได้ไม่เคยเกิด ตั้งแต่สมัย คอป. (คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ) ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ตั้ง ก็มีข้อเสนอหลายเรื่องเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้ง การคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน แล้วล่าสุด คือ คณะกรรมการสมานฉันท์ที่อดีตประธานสภา ชวน หลีกภัย ตั้งขึ้นมาเมื่อ รัฐสภาสมัยที่แล้ว ก็ได้ทำรายงานเสร็จแล้ว แต่บังเอิญเสร็จช้าไปหน่อย เสร็จตอนเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง เลยยังไม่ได้ถูกหยิบยกเข้าสู่การพิจารณาของสภา

ผมคิดว่าถ้าเราสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างที่ตั้งใจ รายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์ซึ่งมีความเป็นกลาง จะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาในสภา ซึ่งก็จะมีข้อเสนอหลาย ๆ อย่างที่จะสอดคล้องกันอยู่แล้วกับข้อเสนอของพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องการยุติความขัดแย้งทางการเมือง” นายชัยธวัช กล่าว

นายชัยธวัช กล่าวว่า ส่วนในประเด็นเรื่องการพูดถึงเรื่อง การนิรโทษกรรม และ ICC มีการพูดถึงในข้อตกลง MOU ด้วยหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตอนนี้กำลังเริ่มกระบวนการพูดคุยกัน เพื่อทำ MOU รายละเอียดจึงยังไม่ยุติ คงต้องรอฟังข้อสรุปทีเดียว แต่ถือเป็นประเด็นสำคัญอยู่และเป็นหนึ่งในข้อเสนอที่หลายฝ่ายเสนอว่าจะเป็นมาตรการนำไปสู่การคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนและยุติความขัดแย้งอันจะมีในอนาคตได้ (อ่านข่าว แม่น้องเกด-พ่อน้องเฌอ ประกาศ 19 พ.ค. ‘วันยุติพ้นผิดลอยนวลแห่งชาติ’ 13 ปีถูกตราหน้า ‘พ่อแม่ผู้ก่อการร้าย’)