‘ศิธา’ คาดปมดราม่า ‘นพ.ชลน่าน’ จบแล้ว เผยถ้าเจอกันคุยได้ปกติ พร้อมตอบปม ‘ชกได้ก็ชกไปแล้ว’

24.05.23 | 23:22 น.

‘ศิธา’ คาดปมดราม่า ‘นพ.ชลน่าน’ จบแล้ว เผยถ้าเจอกันคุยได้ปกติ พร้อมตอบปม ‘ชกได้ก็ชกไปแล้ว’

จากกรณีวิวาทะเดือดระหว่าง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กับ “ผู้พันปุ่น-น.ต.ศิธา ทิวารี” ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาและเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)  จนนำมาสู่คำพูด “ถ้าชกได้ ผมชกไปแล้ว” ก่อนนำมาสู่ผู้พันปุ่น ประกาศพร้อมลาออกจากพรรคไทยสร้างไทย ถ้าเป็นตัวขวางทำให้พรรคเพื่อไทยไม่เดินหน้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกลต่อ

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ต.ศิธา ทิวารี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ ผ่านรายการตอบโจทย์ ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า ขอชี้แจง คือ กรณีที่ถามในวันแถลงการลงนาม MOU ตนตั้งใจจะถามทั้ง 8 พรรค แต่ถามไม่ทัน จึงขอคำตอบจาก 2 พรรค คือ พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย เรื่อง Advance MOU ซึ่งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ให้คำตอบทันทีว่าเป็นไปได้

แต่นายแพทย์ชลน่าน ไม่ได้ตอบคำถามของตน ตนเมื่อถามอีกครั้งก็ยังไม่ได้คำตอบ จึงจบแค่นั้น และกลับเข้าไปในห้องก็ไม่มีปัญหาและไม่มีการทะเลาะอะไรกัน

น.ต.ศิธายังระบุว่า จริงๆ หลักการคิดที่ตนถามนั้นมาจาก พรรคเพื่อไทย มาจากนายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่คร่ำหวอดในวงการการเมือง ท่านเห็นภาพการเมืองแบบทะลุปรุโปร่ง ที่ท่านยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ไปไหน หากถึงเวลาเราต้องเป็นฝ่ายค้าน ก็จะเป็นร่วมกับพรรคก้าวไกลกลายเป็นฝ่ายค้านเสียงข้างมาก

Advertisement

ซึ่งหาก นพ.ชลน่านตอบให้ชัดในวันนั้น ฝ่ายลุงก็จะมาจีบลำบากแล้ว

ทั้งนี้ น.ต.ศิธายืนยันว่า การถามในวันนั้น ต้องการถามชงเพื่อให้ย้ำชัดว่าจะเดินเกมประชาธิปไตย ไม่ได้อยากถามให้เป็นประเด็นขึ้นมา

คือเราจะดึงเอาเกมที่เผด็จการบรรจุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญกลับมาอยู่ในมือเรา ว่าเราจะเดิมเกมประชาธิปไตย ตอบสนองเจตนารมณ์ประชาชน ด้วยการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน แต่ถ้าจะดึงเกมเผด็จการมาใช้ การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะบริหารประเทศไม่ได้ และอีก 1 ปี ที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หมดอายุตามบทเฉพาะกาล ก็จะต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและหลุดทั้งหมด

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นมุมที่เพื่อไทยนำเสนอไอเดียขึ้นมา แต่ปรากฏว่ามีมุมมองเรื่องมารยาท จึงโพสต์ขออภัย ขอโทษ ต่อไปจะเดินหน้าด้วยกัน และจะไม่ล้ำเส้นกัน

ทั้งนี้ น.ต.ศิธากล่าวว่า หลังจบการแถลง MOU ไม่ได้โกรธกัน นพ.ชลน่านยังเข้ามาตบไหล่ พูดคุยให้กำลังใจกันปกติ

ส่วนเรื่องที่มีการพูดว่า “ต่อยได้ต่อยไปแล้ว”  ตนไม่แน่ใจว่า นพ.ชลน่าน ยังไม่เห็นตอนที่ตนเองขอโทษหรือเปล่า แต่ก็รู้สึกว่าทำไมถึงโมโหขนาดนี้ ซึ่งเรื่องที่ตนโพสต์ตั้งคำถามว่า ไปรับบรีฟใครมาหรือเปล่า เพราะวันที่แถลงข่าวมีผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยนั่งอยู่ และมีคนได้ยินว่า ตอนที่ตนถามมีคนผู้ใหญ่คนนี้ทำท่าทางและพูดขึ้นว่า มาถามอย่างนี้ได้อย่างไร แต่ นพ.ชลน่านในขณะนั้น ก็มีท่าทีเฉยๆ

แต่พอวันรุ่งขึ้นกลับมาพูดติงเรื่องมารยาท จึงสงสัยว่าไปฟังใครมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในเมื่อมองว่าเป็นการเสียมารยาท ตนก็ขอโทษ

ส่วนประเด็นเรื่องที่นั่ง ส.ส. 141 ของพรรคเพื่อไทยกับ 6 ที่นั่งของพรรคไทยสร้างไทยนั้น น.ต.ศิธา ก็ไม่ใช่ประเด็นเหมือนกัน ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล พรรคไทยสร้างไทยก็พร้อมที่จะยกมือให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค 2 อันดับแรกอยู่แล้ว

“และถ้าคุณไม่สบายใจกับผม ผมพร้อมลาออกจากพรรค ไม่ขอยุ่งเกี่ยว” น.ต.ศิธาระบุ

ส่วนถ้าเจอ นพ.ชลน่าน ยังคุยกันยังไง น.ต.ศิธาระบุว่า ก็คุยกันปกติ และเรื่องนี้น่าจะจบแล้ว อีกทั้งมองว่า นพ.ชลน่านอาจจะให้สัมภาษณ์ก่อนเห็นคำขอโทษ

ส่วนเรื่องชกได้ก็ชก เป็นหลังจากให้สัมภาษณ์แล้วคุยกับนักข่าว ที่คุยเล่นกัน ไม่ใช่เป็นประเด็นอะไรกัน ซึ่งตนเองกับ นพ.ชลน่าน เคยอยู่พรรคเดียวกันมานาน สนับสนุนกันอยู่แล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม