หน้าแรก การเมือง แฉรถบรรทุกจ่า...

แฉรถบรรทุกจ่ายส่วย 2 แสนคัน เดือนละพันล้าน ‘สหพันธ์ขนส่งฯ’ จ่อมอบหลักฐาน ‘ก้าวไกล’

29.05.23 | 17:00 น.

‘สหพันธ์ขนส่งฯ’ เผย 1 มิ.ย.นี้ เตรียมเข้าพบ ‘ก้าวไกล’ พร้อมหอบหลักฐานประเด็นสติ๊กเกอร์ หวังช่วยขจัดระบบเก็บส่วย

นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงประเด็นที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล โพสต์กรณีรถบรรทุกหลายคัน ติดสติ๊กเกอร์ที่เป็นสัญลักษณ์ให้ผ่านทางได้แบบไม่ต้องเสียเงินว่า ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ทางสหพันธ์จะนำข้อมูลและหลักฐานไปมอบให้ที่พรรคก้าวไกล และยืนยันว่าสมาชิกของสหพันธ์ทั้ง 10 สมาคม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพราะได้ลงนามในสัญญา (เอ็มโอยู) ร่วมกันไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสมาชิกจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้มีอยู่จริง และผมมีหลักฐานทั้งรายชื่อบริษัทและเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดกฎหมาย

“เรื่องนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง และมีการกระทำผิดเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2539 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเรารับรู้ถึงเรื่องการซื้อขายสติ๊กเกอร์ และสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่จะสามารถช่วยพรรคก้าวไกลได้ คือเราต้องให้ความร่วมมือโดยการให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง อาทิ ที่มาของสติ๊กเกอร์กว่า 50-60 แบบ คลิปเสียง และคลิปวิดีโอที่มีการแอบถ่ายเอาไว้ว่าเรื่องนี้มีจริง แต่เราไม่สามารถโพสต์ลงในสื่อโซเชียลได้ เพราะเกรงว่าจะผิด พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จึงจะนำข้อมูลไปให้พรรคก้าวไกล เพื่อหาผู้กระทำผิดมารับโทษต่อไป” นายอภิชาติกล่าว

นายอภิชาติกล่าวว่า ปัจจุบันพบว่ามีรถบรรทุกที่จ่ายค่าสติ๊กเกอร์อยู่ประมาณ 150,000-200,000 คัน จากจำนวนรถบรรทุกที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ประมาณ 1,500,000 คัน ซึ่งในจำนวนที่จ่ายสติ๊กเกอร์ส่วยรถบรรทุกเฉลี่ยต่อเดือนมีมูลค่านับพันล้านบาท ดังนั้น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มข้น ตรวจสอบควบคุมผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างไม่ให้บรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด เพราะปัจจุบันนี้เหมือนกฎหมายเอาผิดได้แต่ผู้รับจ้าง เมื่อเจอกระทำผิดดำเนินการตามกฎหมาย อาทิ จับ ปรับเงิน ยึดรถ และจำคุก

ส่วนผู้ว่าจ้างและผู้ที่มีอิทธิพลเกี่ยวกับส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก เมื่อมีเบาะแสอยากให้ตรวจสอบ หากกระทำผิดอยากให้ดำเนินการลงโทษตามกฎหมายด้วย เพราะปัญหาการกระทำผิดเกี่ยวกับการบรรทุกน้ำหนักเกิน ส่งผลให้โครงข่ายถนนและสะพานเกิดชำรุด พังเสียหายก่อนถึงอายุการใช้งาน ซึ่งถนนมีอายุการใช้งาน 20 ปี แต่เมื่อมีการบรรทุกน้ำหนักเกินใช้งาน 2-3 ปี พังแล้ว รวมทั้งเกิดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนน ภาครัฐต้องจ่ายค่าซ่อมบำรุงถนนทั่วประเทศปีละหมื่นล้านบาท และเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนน

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง