ปธ.สหพันธ์ขนส่งฯ หนุนก้าวไกล ปราบส่วยรถบรรทุก ชมเปาะมิติใหม่ ส่งคนมาคุย จบเลือกตั้งลุยทันที อัดยุคคสช.หนักกว่าเก่า
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงกรณีแฉสติ๊กเกอร์ส่วยรถบรรทุกเดือนละพันล้าน ตอนหนึ่งว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในยุคคสช.ก็ไปยื่นร้องเรียน แต่ก็แก้ไม่ได้ ยิ่งหนักกว่าเก่าด้วย การปล่อยปะละเลยให้มีการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นร้อยตัน ทั้งๆที่กฎหมายกำหนด 25 ตันเท่านั้น
“เรามีกลุ่มไลน์เพื่อชี้ช่องให้ทางกรมทางหลวง กับตำรวจทางหลวงตลอด โดยเรามีสายอยู่ทั่วประเทศ แต่พอแจ้งไป เพื่อให้หน่วยสปอร์ตเช็กตั้งจุดตรวจ แต่ก็มีข่าวรั่วอีก เขาก็จอดรอให้ด่านเลิก เขาก็มาวิ่ง บางครั้งก็จะจับโชว์ 3-5 คันให้เราเห็น แต่จริงๆรถมันมีเป็นแสนคัน มันทำให้เรามีความรู้สึกว่าถูกหักหลัง จากคนไว้วางใจในฐานะเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย แต่ในเมื่อเราชี้ช่องไปแล้ว ทำไมสิ่งเหล่านี้ยังทวีคูณขึ้นอีก”
เมื่อถามว่า ทั้งๆที่มีอำนาจล้นมือ ทำไมปัญหานี้ถึงหนักกว่าเก่า นายอภิชาติ กล่าวว่า จริงๆแล้วในช่วงคสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯก็ออกมาตรการดำเนินการเรื่องนี้มาซักระยะหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ เหมือนไฟไหม้ฟาง พอถึงเวลาข่าวจางไปมันก็กลับมาสู่สภาพเดิม
“มันเป็นความอัดอั้นตันใจที่พวกเราที่อยู่ภายใต้กฎหมาย รณรงค์กันอยู่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งบางครั้งก็ท้อ เมื่อเขาบังคับให้เราเป็นโจร เราต้องเป็นโจรตามเขาไหม”
เมื่อถามถึงความคาดหวังกับรัฐบาลก้าวไกลในการแก้ปัญหาส่วยรถบรรทุก นายอภิชาติ กล่าวว่า ความหวังมันมีแค่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เท่านั้น แต่จากที่พวกเราได้สัมผัสเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว พรรคก้าวไกลได้เข้ามาที่สมาคมของพวกเรา เพื่อมาถามว่า คุณมีปัญหาอะไร เขาไม่ได้มาแนะนำสมาชิกเท่านั้น แต่เขามาถามหาแล้วเอาปัญหาไป จนกระทั่งเลือกตั้งจบ วันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลโทรมาเลย ให้รวบรวมรายละเอียดมาเลย จะเรียกเข้ามาพบ
“นี่คือมิติใหม่ที่เราไม่เคยเจอ ไม่เคยพบเห็นเลย แต่วันนี้เราได้เห็น เราได้เจอแล้ว ส่วนความหวังว่าจะสำเร็จหรือไม่ ผมคิดว่า เรื่องนี้ต้องให้โอกาสพรรคก้าวไกล” นายอภิชาติ กล่าว
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘วิโรจน์’ ตอกกลับผู้การทางหลวง ผิดบรรทุกเกินก็ทำตาม กม. ตำรวจจะมาอ้างเก็บส่วยไม่ได้!
- โรม ลากไส้ระบบส่วย ต้นตออยู่ที่ตั๋ว-ซื้อขายตำแหน่ง ‘รัฐบาลพิธา’ พร้อมปราบให้สิ้น

