“ไพศาล” ชี้สอย “พิธา” ปมหุ้นไอทีวีไม่หมู แต่ให้จับตาวันโหวตนายกฯ จะได้คะแนนเกินครึ่งหรือไม่ ชี้เรื่องนี้อยู่ที่ฝีมือ กก.บห.พรรคก้าวไกล
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องการถือหุ้นไอทีวี ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยมีรายละเอียดว่า “รัฐประหารโดยไสยศาสตร์ทางกฎหมายเคลื่อนเต็มตัวแล้ว!!!” หวังสอยพิธาตกสวรรค์ ด้วยกระบวนท่าหุ้น itv ชนิดไม่ยำเกรงอำนาจอธิปไตยอันศักดิ์สิทธิ์ของปวงชนชาวไทยกันเลย!!
เป็นเรื่องที่ทุเรศน่าอัปยศที่สุดในบ้านเมืองของเราอีกครั้งหนึ่ง ครั้นเห็นความกระเหี้ยนกระหือรือของขบวนการไสยศาสตร์ทางกฎหมายแล้ว ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายคนหนึ่ง จะขอเตือนไว้ว่าคราวนี้อาจจะไม่สำเร็จ เพราะ :
~ อำนาจอธิปไตยของปวงชนที่ได้แสดงออกในครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก นักไสยศาสตร์ทั้งหลายรับมือไม่ไหวหรอก
~ เรื่องการถือหุ้นสื่อนี้ ศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดของศาลยุติธรรม ได้วางบรรทัดฐานเป็นที่ประจักษ์ว่า ถ้าถือหุ้นน้อย ไม่มีนัยยะสำคัญในการใช้อำนาจบริหารของกิจการ ให้สื่อให้คุณให้โทษ ก็ไม่มีความผิด หรือถ้ากิจการไม่ได้ประกอบธุรกิจสื่อก็ไม่เป็นความผิด บรรทัดฐานนี้ใครหน้าไหนจะกล้าลบล้างก็ลองดูกัน!!!
~ที่นักไสยศาสตร์ทางกฎหมายอ้างบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญในคดีนายธนาธร ว่าแม้ถือหุ้นเดียว และแค่มีวัตถุประสงค์ของกิจการก็เป็นความผิดนั้น
ก็ให้ไปศึกษาดูเพิ่มเติม ว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยคดีวางบรรทัดฐานใหม่ในหลายคดี หลังจากคดีนายธนาธร แล้ว เป็นบรรทัดฐานอย่างเดียวกันกับศาลฎีกาหรือไม่ อย่าหลงมะงุมมะงาหราจนหน้ามืดตามัวจนไม่ทราบเรื่องนี้จะขายหน้าเขา
~ นายพิธาถือหุ้นในฐานะผู้จัดการมรดก มีหลักฐานตามที่แจ้งปปช.ไว้ จึงไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินคือหุ้นรายนี้ จึงไม่ใช่ผู้ถือหุ้นสื่อ
แม้ในแบบพิมพ์บัญชีผู้ถือหุ้น จะไม่ได้ระบุ ว่าถือหุ้นในนามผู้จัดการมรดก แต่นั่นก็เป็นเพียง”ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น” ที่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ ตามกฎหมาย และมีหลักฐานเอกสารอยู่ที่ปปช.อยู่แล้ว
~ ผมไม่รู้ความนัยของคดี แต่บอกได้ว่า ประมวลกฎหมายและแพ่งและพาณิชย์นั้นมีบท “มาตราหนึ่งบัญญัติว่า ถ้าทายาทได้สละมรดก ทรัพย์มรดกนั้นจะตกเป็นของทายาทอื่นนับแต่วันเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย”
โดยบทบัญญัตินี้ถ้านายพิธา เคยสละมรดกรายนี้ ก็ไม่ใช่เจ้าของหุ้น ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งจะต้องดูข้อเท็จจริงกันต่อไป!!!!
เรื่องนี้จึงไม่ได้หมูเหมือนคดีนายธนาธร เพราะเป็นคดีที่มีข้อเท็จจริง ที่นายพิธาสามารถยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้เต็มรูปแบบ และสามารถพิสูจน์ในการไต่สวนหรือสืบพยานในชั้นศาลได้!!! จะรวบรัดรวบหัวรวบหาง เปรี้ยงปร้างเดียวจบนั้น ทำไม่ได้หรอกเพราะจะทุเรศเกินไป ที่คนทั้งหลายไม่มีทางที่จะยอมรับได้!!! ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า ในวันที่มีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี นายพิธาจะยังไม่ถูกสอย จนตกสวรรค์!!!
แต่ในปัญหาว่ามีคะแนนเสียงเกินครึ่งของ 2 สภาหรือไม่ ก็อยู่ที่ฝีไม้ลายมือของคณะผู้บริหารพรรค ก้าวไกลล่ะครับ
#รัฐบาล66
อ่านข่าวน่าสนใจ
- ‘วิโรจน์’ ซัดรัว ไม่สนผู้การทางหลวงพ้นเก้าอี้ แซวพวกย้ายที่ #ส่วยสติ๊กเกอร์ คิดว่ารอด?
- สพป.อุบลฯ เขต 5 วุ่น! ขรก. 9 คนขอย้าย ลั่น ‘ผอ.’ ไม่ใส่ใจงาน-เอาแต่สั่งออนไลน์ ทำอึดอัด
- รื้อแล้ว! ‘บ้านสุขาวดี’ บนพื้นที่พิพาท 11 ไร่ริมทะเล เจ้าหน้าที่จัดเต็ม คน-อุปกรณ์ทุบ
- หมอนงนลินี โพสต์ขอโทษ ‘สรยุทธ’ หลังโดนฟ้องใส่ร้าย ปมรายงานข่าวโควิด

