เฉลิม ชี้ปธ.สภาเป็นของทุกพรรค อัดพวกยกพรรษาเลอะเทอะ เรื่องนี้มันอยู่ที่เก่งหรือเปล่า

เฉลิม ลั่น ไม่กลัวทัวร์ลง หลังบอกจะเห็น ‘พิธา’ ดีกว่าคน ‘เพื่อไทย’ ได้ยังไง ชี้ ปธ.สภา ต้องเป็นของทุกพรรค อัด ใครคิดยึดถือว่าโง่ พรรษามากน้อยไม่เกี่ยว อยู่ที่ความชำนาญ

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 22 มิถุนายน ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า พท.กับพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีตัวแทน 8 พรรคหารือกันจะเลือกใครเป็นประธานสภา พท.ก็มีตัวแทนไป แต่ไม่มีสิทธิตัดสินใจ ต้องกลับมาถามผู้แทนของพรรค ไม่ใช่ไปกัน 7-8 คน แล้วไปตกลง เพราะประธานสภาต้องเป็นกลาง ต้องเป็นประธานของทุกพรรคการเมืองในสภา และกรณีที่กำลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ ตนขอยืนยันว่า จะขอให้ทั้ง 8 คน จาก 8 พรรคกลับไปที่พรรคตัวเองก่อนแล้วค่อยวิจารณ์

เมื่อถามว่า หากประธานสภาเป็นของพรรค ก.ก. มองอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนต้องทำตามมติพรรค ถ้า พท.มีมติไม่เห็นด้วย ตนก็ไม่เห็นด้วย หากเห็นด้วยก็ขัดมติพรรคไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรัฐบาลไหนตั้งง่ายยากทั้งนั้น ไปร้องเพลงดีดสีตีเป่ามันไม่ใช่ ยังรายงานตัว ส.ส.กันยังไม่ครบเลย นี่เพิ่งเริ่มต้น จะมีรัฐบาลมีตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ ขอให้ใจเย็น คนหนุ่มใจร้อน แต่คนแก่ก็คิดเป็น

“การเมืองวันนี้มันแปลกๆ บางคนบอกคนรุ่นเก่าเหมือนยาหมดอายุ ต้องเป็นคนรุ่นใหม่ ถามว่า ถ้าคนรุ่นเก่ามีสติปัญญาความรู้ดีกว่าคนรุ่นใหม่ วันนี้ก็ต้องผสมผสานอย่าดูแคลนกัน ทุกคนมีจิตสำนึก รักบ้าน รักเมือง เหมือนกัน ไม่ใช่ใครไปแตะอะไรทัวร์ลงๆ นี่ไม่ใช่ลักษณะการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องวิสัยทัศน์ การอภิปรายในสภา

Advertisement

เมื่อถามถึง กรณีกระแสข่าวบางพรรคเตรียมเสนอชื่อ นายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ชิงตำแหน่งประธานสภา ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไม่ขอพูด ให้ประชุมพรรคก่อน

เมื่อถามว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนจะเห็นพรรคอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ต้องเป็นคน พท. และเล่นการเมืองต้องเล่นให้เป็น ถ้าตนเห็นนายพิธาดีกว่าคน พท. ก็ไม่ใช่เฉลิม ที่ตนพูดไม่กลัวทัวร์ลง นอกจากนี้ ตนเห็นว่าครั้งนี้เป็นการตั้งรัฐบาลครั้งแรกที่มีเอ็มโอยู คนรุ่นใหม่จะใหม่อะไรหนักหนา คนรุ่นเก่ามันจะเก่าอะไรหนักหนา มันอยู่ที่ความรู้

เมื่อถามว่า ประธานสภาอายุน้อยเป็นอุปสรรคหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า อยู่ที่ความชำนาญ มั่นคง เป็นกลาง ไม่ใช่มาจากพรรค ก อะไรๆ ก็เอาแต่พรรค ก เป็นประธานสภา ถ้าเก่งทำได้ไม่เป็นปัญหา ประธานสภาไม่มีพรรษาถ้าเก่งเป็นได้ คนที่พูดเช่นนี้ไม่รู้การเมือง เลอะเทอะ ทำให้คนสับสน ประธานสภาต้องเป็นของทุกพรรค ไม่ใช่เป็นตัวเอง ตัวเองเสนอกฎหมายคนเดียวจะผ่านหรือไม่ ก็ไม่ผ่าน ที่พูดมามันโง่ เห็นหรือไม่มาวันแรกก็เปิดศึกแล้ว

เมื่อถามว่า พรรคอันดับหนึ่งควรได้มีสิทธิเสนอชื่อประธานสภาก่อนใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เขาต้องไปตกลงกันอย่างไร ตนไม่ทราบ และต้องมาแข่งกันในสภา ไม่ใช่เสนอมาแล้วปล่อยเป็นแม่บัวลอย แบบนั้นมันไม่ใช่

เมื่อถามว่า ถ้านายกรัฐมนตรี กับประธานสภา มาจากพรรคเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไม่มีทัศนะเรื่องนี้ ของง่ายๆ ทำให้ยาก พวกไม่ค่อยรู้ อวดดี ถือเด่น พูดจนคนปวดหัวหมด ทั้งที่จริงไม่มีอะไร ถ้าพรรคไหนส่งคนลงแข่งขันแล้วได้รับเลือกก็ได้เป็น นายกรัฐมนตรีก็เช่นกัน ตนไม่ได้พูดเฉพาะ พท. พรรค ก.ก.ก็เหมือนกัน

“ผมไม่ขัดแย้งกับใคร ถึงขัดแย้งก็ไม่ใส่ใจ ผมก็เป็น ส.ส.แล้ว นี่ผมพูดในหลักการ ผมจะพกความโง่มาให้สัมภาษณ์ได้อย่างไร เสียชื่อ ส.ส. 40 ปีหมด ผมจะกลับมาอภิปรายด้วยเนื้อหาสาระ มีความรู้ ความสามารถ ไม่เลอะเทอะ ไม่ประท้วง ไม่เหงาแน่นอน และไม่กลับมาทวงบัลลังก์ดาวสภา เรากำหนดตัวเองไม่ได้ ถ้ามาแล้วถูกตาต้องใจจะยกตำแหน่งให้ก็อย่าช้า รีบยกให้มาก็ชอบเหมือนกัน” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image