
สืบเนื่องกรณี กระทรวงวัฒนธรรมโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระยอง ร่วมกับจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เทศบาลตำบลสุนทรภู่ ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัด งานวันสุนทรภู่ กวีเอกโลก ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน บริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม มีการเผยแพร่ข้อมูลตอนหนึ่งว่า ‘สุนทรภู่มีบิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ถือได้ว่าสุนทรภู่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของชาวจังหวัดระยองอย่างแท้จริง’
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากไม่เคยปรากฏข้อมูลว่าบิดาของสุนทรภู่เป็นชาวบ้านกร่ำ เมืองแกลง แต่สุนทรภู่เขียนไว้เองใน ‘นิราศเมืองเพชร’ ว่า บรรพบุรุษทั้งฝ่ายบิดามารดามีเชื้อสายพราหมณ์เมืองเพชรบุรี ส่วนการที่บิดาสุนทรภู่ไปบวชที่บ้านกร่ำ เมืองแกลงนั้น เป็นการทำงานราชการเท่านั้น (อ่าน ‘สังคมไทยถูกหลอกมามากแล้ว’ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ส่อง (ประตู) ผี เปิดชีวิตสุนทรภู่ที่ (ไม่) รู้จัก)
“นิราศเมืองเพชร ของ สุนทรภู่ ฉบับตัวเขียนบนสมุดข่อย เก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ อ. ล้อม เพ็งแก้ว นักปราชญ์เมืองเพชรบุรี ชำระและอธิบายอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกซอกมุมตั้งแต่ พ.ศ. 2529 พบข้อมูลว่า สุนทรภู่เล่าประวัติตนเองว่าบรรพชนของท่านทั้งสายพ่อสายแม่เป็นสกุลพราหมณ์เมืองเพชรบุรี มีกลอนนิราศบอกว่าเดินทางไปเยี่ยมยามแหล่งบรรพชนซึ่งเคยมีโบสถ์พราหมณ์และเสาชิงช้า บอกว่า
เป็นถิ่นฐานบ้านพราหมณ์รามราช ล้วนโคตรญาติย่ายายฝ่ายวงศา
เทวฐานศาลสถิตอิศวรา เสาชิงช้าก็ยังเห็นเป็นสำคัญ
ข้อความที่ว่า โคตรญาติย่ายาย เป็นหลักฐานตรงไปตรงมาว่าบรรพชนทั้งสายพ่อ คือ ย่า และสายแม่คือ ยาย เป็นสกุลพราหมณ์ เมืองเพชรบุรี
สุนทรภู่บอกอีกว่าสกุลพราหมณ์เมืองเพชรบุรี สืบจาก พราหมณ์รามราช หมายถึงเมืองราเมศวรัม ใกล้ปลายแหลมรัฐทมิฬนาฑู อินเดียใต้
ส่วนบ้านกร่ำ เมืองแกลง เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังท้องถิ่นของขุนรามกับหมื่นซ่องที่พระเจ้าตากปราบไม่สำเร็จ เมื่อถึงสมัย ร.1 มอบให้วังหลังดูแลคอยเกลี้ยกล่อมผู้คนยอมสวามิภักดิ์ โดยเบื้องต้นส่งบิดาของสุนทรภู่บวชเป็นภิกษุ แล้วตั้งเป็นสมภาร ทำ ราชการลับ นิราศเมืองแกลง ก็แสดงออกชัดเจนว่าไม่มีญาติอยู่บ้านกร่ำ ซึ่งตรงข้ามกับนิราศเมืองเพชรเต็มไปด้วยญาติ
ส่วนตัวสุนทรภู่ เกิดที่วังหลัง บางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กรุงเทพ แม่ของสุนทรภู่ถวายตัวเป็นแม่นมของพระธิดาวังหลัง เป็นพยานว่าต้องใกล้ชิดมากระดับเครือญาติก็ได้ เพราะมีตำราแม่นมกำกับขนบไว้” นายสุจิตต์ กล่าว
นายสุจิตต์ กล่าวด้วยว่า เมื่อปี 2562 ข้อความในเอกสารแบ่งปันผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานแห่งหนึ่ง สังกัดกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า สุนทรภู่ เกิดที่วังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย กรุงเทพฯ กล่าวคือ ยกเลิกข้อมูลเก่าที่คลาดเคลื่อนว่าสุนทรภู่ เกิดบ้านกร่ำ เมืองแกลง จังหวัดระยองแล้ว แต่เอกสารเดียวกันยังระบุว่า “บิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มารดาเป็นชาวเมืองอื่น” ซึ่งตนเคยทักท้วงผ่านสื่อไปแล้วว่าคลาดเคลื่อน แต่กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการกลับทิ้งหลักฐานสำคัญมากที่สุนทรภู่เขียนบอกด้วยตนเองว่าบิดามารดามีเชื้อสายพราหมณ์เมืองเพชรบุรี
นายสุจิตต์ กล่าวว่า ตนไม่ติดขัดในประเด็นการจัดงานที่จังหวัดระยองซึ่งเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อีกทั้งเป็นฉากในนิราศเมืองแกลง แต่หน่วยงานราชการอย่างกระทรวงวัฒนธรรม ต้องเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน ดังนั้น ขอให้รัฐบาลใหม่ช่วยสังคายนา โละข้อมูลล้าหลัง เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเป็นที่น่าเชื่อถือ เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่นำข้อมูลที่ไม่มีหลักฐานรองรับมาผลิตซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่แยแสข้อท้วงติงของผู้อื่น (ย้อนอ่าน เปิดเรื่องจริง “สุนทรภู่” ที่ครูไม่เคยสอน จากข้อมูลอีกด้าน หลักฐานอีกมุม !)
